| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษาพัฒนาการของคำฉันท์ดุษฎีสังเวยกล่อมช้างสมัยรัตนโกสินทร์ |
| นักวิจัย | : | กอบกาญจน์ ภิญโญมารค |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2542 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=56832 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีจุดมุ่งหมายสำคัญ 2 ประการ คือ ประการแรกเพื่อศึกษาพัฒนาการ ของคำฉันท์ดุษฎีสังเวยกล่อมช้างสมัยรัตนโกสินทร์ในด้านรูปแบบ เนื้อหา และการใช้ภาษา ประการที่สองเพื่อศึกษาคุณค่าของคำฉันท์ดุษฎีสังเวยกล่อมช้างสมัยรัตนโกสินทร์ทั้งด้าน วรรณศิลป์และสังคม เนื้อหาของวิทยานิพนธ์แบ่งเป็น 5 บท บทที่ 1 เป็นบทนำ บทที่ 2 กล่าวถึงความเป็นมา ของคำฉันท์ดุษฎีสังเวยกล่อมช้างและผู้แต่ง บทที่ 3 เป็นการศึกษาพัฒนาการด้านรูปแบบเนื้อหา และการใช้ภาษาของคำฉันท์ดุษฎีสังเวยกล่อมช้างตั้งแต่สมัยอยุธยาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ บทที่ 4 วิเคราะห์คุณค่าด้านวรรณศิลป์และสังคมของคำฉันท์ดุษฎีสังเวยกล่อมช้างสมัย รัตนโกสินทร์ และบทที่ 5 เป็นบทสรุปผลการวิจัยและข้อเสนอแนะ ผลการวิจัยสรุปได้ว่า รูปแบบของคำฉันท์ดุษฎีสังเวยกล่อมช้างทั้งในด้านโครงสร้าง ลักษณะคำประพันธ์ และการใช้คำประพันธ์มีความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดในสมัยอยุธยา แต่ใน สมัยรัตนโกสินทร์มีการเปลี่ยนแปลงน้อยมาก เพราะผู้แต่งได้ดำเนินรอยตามและยึดถือรูปแบบที่ กวีสมัยอยุธยากำหนดไว้ค่อนข้างเคร่งครัด ทั้งนี้เนื่องจากขนบเรื่องความเคารพนับถือครู และจากการที่คำฉันท์ดุษฎีสังเวยกล่อมช้างใช้เป็นส่วนหนึ่งของการประกอบพระราชพิธีสมโภช ขึ้นระวางช้างสำคัญ กวีน่าจะเกรงว่าหากมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบอาจส่งผลกระทบต่อการประกอบ พระราชพิธีได้ ดังนั้นพัฒนาการด้านรูปแบบของวรรณคดีประเภทนี้จึงไม่โดดเด่นมากนัก ในด้านเนื้อหา แม้คำฉันท์ดุษฎีสังเวยกล่อมช้างจะมีเนื้อหาหลักที่คล้ายคลึงกัน แต่ บางสำนวนกวีก็ได้สร้างสรรค์เนื้อหาบางส่วนขึ้นใหม่ หรือดัดแปลงเนื้อหาให้ต่างไปจากเดิม ด้วยวิธีการเพิ่มเนื้อหา เพิ่มรายละเอียด และเปลี่ยนแปลงเนื้อหาบ้าง ทั้งนี้ช่วงเวลาที่ เนื้อหาของคำฉันท์ดุษฎีวังเวยกล่อมช้างมีพัฒนาการเด่นชัดที่สุดคือช่วงรัชกาลที่ 5 และ ช่วงรัชกาลปัจจุบัน ส่วนพัฒนาการด้านการใช้ภาษาพบว่า ในดุษฎีสังเวยกล่อมช้างของเก่า ของขุนเทพกวี ซึ่งเป็นคำฉันท์ดุษฎีสังเวยกล่อมช้างสำนวนแรก กวีใช้คำภาษาเขมรมาก แต่ในคำฉันท์ดุษฎี สังเวยกล่อมช้ามที่แต่งขึ้นในระยะต่อมาการใช้คำภาษาเขมรลดลงอย่างเห็นได้ชัด ส่วนคำภาษา สันสกฤตและบาลีปรากฏในคำฉันท์ดุษฎีสังเวยกล่อมช้างมากที่สุด นอกจากนี้นพบว่ามีการใช้คำ ภาษาอังกฤษในการแต่งคำฉันท์ดุษฎีสังเวยกล่อมช้างบางสำนวนแต่เฉพาะช่วงเวลาหนึ่ง เนื่องจาก เป็นสมัยนิยม อนึ่ง คำฉันท์ดุษฎีสังเวยกล่อมช้างยังมีลักษณะเด่นในเชิงประพันธ์อันเกิดจากการ ประดับตกแต่งให้งดงามด้วยเสียงและความหมาย รวมทั้งมีประโยชน์ต่อผู้อ่านในแง่ที่เป็นบันทึก ของยุคสมัย ซึ่งสะท้อนภาพชีวิตของผู้คนและความเป็นไปในสังคมส่วนหนึ่งให้เห็นอย่างชัดเจน ทั้งด้านการเมืองการปกครอง สภาพบ้านเมืองและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ศิลปวัฒนธรรม ค่านิยม ตลอดจนความเชื่อ จึงอาจกล่าวได้ว่า คำฉันท์ดุษฎีสังเวยกล่อมช้างมีความงามด้าน วรรณศิลป์และมีคุณค่าด้านสังคม สมควรได้รับการยกย่องว่าเป็นวรรณคดีสำคัญของไทย |
| บรรณานุกรม | : |
กอบกาญจน์ ภิญโญมารค . (2542). การศึกษาพัฒนาการของคำฉันท์ดุษฎีสังเวยกล่อมช้างสมัยรัตนโกสินทร์.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. กอบกาญจน์ ภิญโญมารค . 2542. "การศึกษาพัฒนาการของคำฉันท์ดุษฎีสังเวยกล่อมช้างสมัยรัตนโกสินทร์".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. กอบกาญจน์ ภิญโญมารค . "การศึกษาพัฒนาการของคำฉันท์ดุษฎีสังเวยกล่อมช้างสมัยรัตนโกสินทร์."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2542. Print. กอบกาญจน์ ภิญโญมารค . การศึกษาพัฒนาการของคำฉันท์ดุษฎีสังเวยกล่อมช้างสมัยรัตนโกสินทร์. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2542.
|
