ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาการออกแบบสถาปัตยกรรมวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาการออกแบบสถาปัตยกรรมวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม
นักวิจัย : วัชรี วัชรสินธุ์
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2534
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=56244
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีจุดมุ่งหมาย เพื่อการศึกษาคุณค่าของงานออกแบบสถาปัตยกรรม วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ตามกระบวนการศึกษาในเชิงประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม การศึกษาประกอบไปด้วย การศึกษาในเชิงประวัติศาสตร์, สถาปัตยกรรม และสัญลักษณ์ การศึกษาในเชิงประวัติศาสตร์เริ่มต้นด้วยการศึกษาประวัติความเป็นมาของตัวอาคาร เอง ตลอดจนการศึกษาประวัติศาสตร์ในด้านสังคม เพื่อทำความเข้าใจสภาพเงื่อนไขต่างๆ ของ สังคมที่เป็นแรงผลักดันให้เกิดการสร้างงานสถาปัตยกรรม และลักษณะสถาปัตยกรรม การศึกษา ในส่วนนี้พบว่า วัดพระเชตุพนเริ่มต้นการปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ ภายหลังการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ แล้ว 8 ปี จากวัดเล็กๆ ริมคลองที่มีความสำคัญในฐานะเป็นสถานที่หยุดพักกองทัพของเจ้าพระยา มหากษัตริย์ศึก ก่อนที่จะเสด็จข้ามไปปราบจลาจลฝั่งกรุงธนบุรี สภาพการณ์สังคม ภายหลังสถาปนา กรุงรัตนโกสินทร์นั้น พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ทรงฟื้นฟูการปกครอง โดยอาศัย การพระศาสนาเป็นแกนนำ ด้วยการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ให้เป็นศูนย์กลางของโลกพุทธศาสนา ซึ่งปรากฎชัดเจนในการฟื้นฟูรูปแบบของการพระศาสนาให้มีเอกภาพ สอดคล้องกับอุดมการณ์ทาง การเมือง การศึกษาในเชิงสถาปัตยกรรมจากลักษณะทางกายภาพของตัวอาคารพบว่า การวางแผนผัง วัดพระเชตุพนมีความตั้งใจที่จะแยกกลุ่มอาคารออกเป็น 2 กลุ่มโดยเด็ดขาด ด้วยการใช้กำแพงคั่น เขตทั้ง 2 เขต อาคารทั้ง 2 กลุ่ม ใช้ระเบียบการจัดวางอาคารที่แตกต่างกัน หากแต่ได้เชื่อม ความสัมพันธ์ของอาคารทั้ง 2 กลุ่มด้วยเส้นแกนหลักเส้นเดียวกัน อาคารกลุ่มใหญ่ที่อยู่ในเขต ชั้นในใช้ระเบียบการจัดวางแผนผังอาคารแบบ สู่ศูนย์กลาง (Centralized Organization) มีพระอุโบสถเป็นศูนย์กลาง ล้อมรอบด้วยพระวิหารทิศและพระระเบียง อาคารกลุ่มรองลงมา ที่อยู่ ในเขตชั้นนอก ใช้ระเบียบการจัดวางแผนผังอาคารแบบแนวเส้น (Linear Organization) มีพระมณฑปอยู่ตรงกลาง ขนาบด้วยศาลาการเปรียญและวิหารพระนอน แนวแกนหลักที่ใช้เป็นตัว เชื่อมความสัมพันธ์ของอาคารทั้ง 2 กลุ่ม กำหนดให้ลากผ่านอาคารศูนย์กลางของกลุ่มอาคารทั้ง 2 กลุ่ม โดยจัดให้พระมหาเจดีย์ใหญ่ ตั้งอยู่ระหว่างพระอุโบสถและมณฑปความน่าสนใจของตัวงาน ของสถาปัตยกรรม อยู่ที่อาคารกลุ่มใหญ่ในเขตชั้นในที่สร้างกลุ่มพระอาคารด้วยการใช้อาคารพระ ระเบียงปิดล้อมอาคารพระอุโบสถถึง 2 ชั้น ซึ่งไม่เคยปรากฎที่ใดมาก่อน ความล้ำลึกของงาน ออกแบบพระระเบียงเล็กซ้อนพระระเบียงใหญ่ โดยตัดมุมพระระเบียงเล็กที่อยู่ชั้นนอกให้ไปชน พระระเบียงใหญ่ชั้นใน ด้วยสัดส่วนที่สัมพันธ์กัน ทั้งในแผนผัง และภาพสามมิติ แสดงถึงความ พิถีพิถัน ในการออกแบบที่มีความหมายพิเศษ การศึกษาในเชิงคติสัญลักษณ์ เริ่มต้นจากคำจารึกการสร้างวัดในครั้งรัชกาลที่ 1 ความ ในตอนท้ายคำอนุโมทนาส่วนพระราชกุศล ที่อุทิศให้กับเทพเจ้า และมนุษย์ในมงคลทวีป แสดงให้ เห็นโลกทัศน์ของสังคมในเวลานั้น เกี่ยวกับเรื่องโลกอันเป็นที่อยู่อาศัย จึงได้สืบค้นต่อไปยัง แหล่งที่มาของโลกทัศน์นี้พบว่ามีปรากฎอยู่ในไตรภูมิโลกวินิจฉยกถา ซึ่งเป็นงานวรรณกรรม โลกศาสนา ที่ได้ฟื้นฟูขึ้นใหม่ในเวลานั้น ความน่าสนใจมิใช่เป็นเพียงวรรณกรรม ประเภทคำสอน แต่เพียงอย่างเดียว แต่เป็นวรรณกรรมที่หนักไปทางแสดงภูมิรู้ในเรื่องโลกศาสตร์แม้จะมีเค้า โครงมาจากหนังสือไตรภูมิ พระร่วงของพระยาลิไทยแต่ก็ได้ขยายความละเอียดออกไปกว่าไตรภูมิ พระร่วงอย่างเห็นได้ชัด ความแตกต่างในหนังสือไตรภูมิของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก กับไตรภูมิพระร่วงของพระยาลิไทย อยู่ตรงที่กำหนดให้ ~bศีร์ษะแผ่นดิน~b หรือ ~bสีสปฐพี~b เป็นที่ตั้งของรัตนบัลลังก์พระมหาโพธิ์ ที่พระพุทธเจ้าประทับนั่งตรัสรู้เป็นประธานอยู่ท่ามกลาง แผ่นดินชมพูทวีป และได้เน้นความสำคัญของรัตนบัลลังก์ ด้วยการกำหนดให้เป็นศูนย์กลาง ล้อมรอบ ด้วยมหาสถานทั้ง 6 อัฎฐมหาสถาน มหานครใหญ่ และชนบทนคร ในมัชฌิมประเทศ อันเป็นดินแดน ศูนย์กลางที่อยู่ของมนุษย์ในชมพูทวีป นอกจากนี้ยังได้พบว่าวรรณกรรมเรื่องรามเกียรติ์ อันเป็น วรรณกรรมประดับเกียรติยศของพระเจ้าแผ่นดินได้ถูกนำมาใช้เป็นองค์ประกอบเด่นที่หน้าบัน อาคาร อีกด้วย การศึกษาในขั้นตอนสุดท้าย เป็นการศึกษาลักษณะสถาปัตยกรรมที่เป็นผลจากความพยายาม ของผู้ออกแบบวัดพระเชตุพนในมิติของเวลา และสภาพเงื่อนไขต่างๆ ของสังคมที่เป็นแรงผลักดัน รูปแบบของกลุ่มอาคารภายในวัดให้ปรากฎขึ้นมา การศึกษาในส่วนนี้พบว่างานสร้างสรรค์สถาปัตยกรรม วัดพระเชตุพน ให้มีพระระเบียงซ้อน 2 ชั้น น่าจะได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องโลกศาสตร์ของ มัชฌิมประเทศในชมพูทวีป ตามหนังสือไตรภูมิโลกวินิจฉยกถาที่ได้ฟื้นฟูขึ้นใหม่ในเวลานั้น ประกอบ กับองค์ประกอบอื่นๆ ในแผนผังสู่ศูนย์กลางทำให้อุปมาได้ว่าเป็นการสร้างสรรค์สถาปัตยกรรมให้มี ตัวตนขึ้นมาจากมัชฌิมประเทศ อันเป็นศูนย์กลางของชมพูทวีป ซึ่งสอดคล้องกับอุดมการณ์ทางการ เมืองที่สถาปนาให้กรุงรัตนโกสินทร์ เป็นศูนย์กลางของโลกพระพุทธศาสนาด้วยเช่นกัน คุณค่าของงานออกแบบสถาปัตยกรรมวัดพระเชตุพนได้สะท้อนให้เห็นอัจฉริยภาพในเชิง สร้างสรรค์ งานสถาปัตยกรรมของสกุลช่าง ที่มีพัฒนาการต่อเนื่องบนพื้นฐานของความต้องการ และวิถีชีวิตของสังคม ในต้นกรุงรัตนโกสินทร์ อันเป็นยุคหัวเลี้ยวหัวต่อของประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรมระหว่างสมัยกรุงศรีอยุธยาและกรุงรัตนโกสินทร์ ที่ควรแก่การบันทึกไว้เป็นอย่างยิ่ง

บรรณานุกรม :
วัชรี วัชรสินธุ์ . (2534). การศึกษาการออกแบบสถาปัตยกรรมวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
วัชรี วัชรสินธุ์ . 2534. "การศึกษาการออกแบบสถาปัตยกรรมวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
วัชรี วัชรสินธุ์ . "การศึกษาการออกแบบสถาปัตยกรรมวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2534. Print.
วัชรี วัชรสินธุ์ . การศึกษาการออกแบบสถาปัตยกรรมวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2534.