| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษาเปรียบเทียบวรรณกรรมเรื่อง "นางนากพระโขนง" |
| นักวิจัย | : | พาณี ศรีวิภาค |
| คำค้น | : | นางนากพระโขนง , การศึกษาเปรียบเทียบ , NANG NAK PRAKHANONG , A COMPARATIVE STUDY |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2545 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=55237 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ที่จะเปรียบเทียบวรรณกรรมเรื่องนางนาก พระโขนงสำนวนต่างๆ ในด้านจุดมุ่งหมายรูปแบบการประพันธ์ เนื้อเรื่อง ตัวละคร ฉาก กลวิธีในการแต่ง ลักษณะการใช้ภาษา แบบเรื่อง อนุภาค และวิเคราะห์เชิง สังคมโดยการศึกษาข้อมูลที่เป็นสำนวนลายลักษณ์ จำนวน 9 สำนวน ผลการศึกษาพบว่าด้านจุดมุ่งหมายในการแต่งแยกได้เป็นสำนวนที่แต่งเพื่อ เล่าเรื่องและสำนวนที่แต่งเป็นบทเพื่อการแสดงซึ่งทำให้เกิดความบันเทิงใจแก่ผู้ อ่านผู้ชม ด้านของรูปแบบการประพันธ์ มีการแต่งเป็นเรื่องเล่า 6 สำนวนและแต่ง เป็นบทเพื่อใช้ในการแสดง 3 สำนวน ด้านโครงเรื่องมี 2 แบบ คือ แบบแรกเป็นเรื่อง ของชายผู้หนึ่งที่เมาสุราหลับไปและฝันเป็นเรื่องเป็นราวว่าภรรยาของตนคลอดลูก ตายแต่วิญญาณได้ปรากฎร่างและใช้ชีวิตอยู่กับตน เมื่อตื่นมาก็คิดว่าเรื่องที่ตน ฝันนั้นเป็นเรื่องจริงส่วนแบบที่สองเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับภรรยาคลอดลูกตายแต่ ยังคงมีความรักและผูกพันกับสามี จึงมาปรากฎร่างและใช้ชีวิตอยู่กับสามีโดยที่ สามีไม่ทราบ แต่ในที่สุดสามีก็ทราบความจริง ด้านเนื้อเรื่องพบว่าส่วนใหญ่ มีเนื้อเรื่องเหมือนกันแต่มีรายละเอียดที่ต่างกันเนื่องจากขึ้นอยู่กับจินตนาการ ของผู้แต่งแต่ละคนที่จะสร้างสรรค์ให้เกิดความน่าสนใจ ด้านตัวละคร มีตัวละครหลัก เหมือนกันทุกสำนวน ได้แก่ ตัวละครที่เป็นสามีและภรรยาซึ่งเป็นตัวละครเอกของ เรื่อง ส่วนตัวละครประกอบที่มีคล้ายกันคือ ตัวละครพระสงฆ์และเณรซึ่งเป็นผู้มี วิชาในการปราบผีหรือเป็นผู้ให้ข้อคิดในทางธรรมแก่ผีผู้หญิง ตัวละครประกอบอื่นๆ นอกจากที่กล่าวถึงข้างต้นนั้นพบว่ามีความแตกต่างกัน และอาจมีบทบาทมากบ้างน้อย บ้าง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเนื้อหาและความยาวของแต่ละสำนวน ด้านกลวิธีในการแต่ง พบว่ามีอยู่สำนวนเดียวที่มีการแต่งโดยให้ตัวละครเอกที่เป็นสามีฝันว่าภรรยาตาย และเกิดเหตุการณ์ต่างๆขึ้น ส่วนอีก 8 สำนวนใช้กลวิธีในการแต่งเหมือนกันคือให้ ตัวละครเอกที่เป็นสามีประสบเหตุการณ์ต่างๆ โดยตรง วิธีการเล่าเรื่องนั้น ส่วน ใหญ่เล่าเรื่องตามลำดับปฎิทิน ด้านการใช้ภาษา มีการใช้ถ้อยคำที่เป็นภาษาพูดหรือ เป็นถ้อยคำธรรมดาสามัญ เพราะวรรณกรรมเรื่องนี้เป็นเรื่องของตัวละครที่มี สถานภาพเป็นชาวบ้านหรือชนชั้นสามัญชน ด้านโวหารที่พบส่วนใหญ่มักใช้บรรยายโวหาร และพรรณนาโวหาร ส่วนการใช้ภาพพจน์พบว่ามีการใช้ภาพพจน์อุปมาในบางสำนวน ผลการเปรียบเทียบแบบเรื่องและอนุภาคพบว่ามีทั้งลักษณะที่คล้ายคลึงกับ แบบเรื่องและอนุภาคที่เป็นสากลและมีส่วนที่แตกต่างกัน การที่มีความแตกต่างกัน นั้นก็เนื่องมาจากสังคมไทยพื้นฐานความคิด ความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องผี ตลอดจน ขนบประเพณีและวัฒนธรรมที่แตกต่างกับสังคมตะวันตก การวิเคราะห์ในเชิงสังคมได้สะท้อนให้เห็นลักษณะที่ร่วมกันในด้านสังคม ประเพณี และความเชื่อ ส่วนความแตกต่างนั้นเป็นเรื่องของรายละเอียด ซึ่งขึ้น อยู่กับความคิดและจินตนาการของผู้แต่งแต่ละคนเป็นสำคัญ โดยเฉพาะสำนวนที่แต่ง ในยุคปัจจุบันพบว่ามีการให้รายละเอียดในด้านที่สะท้อนสภาพสังคมได้มากและเด่น ชัดกว่าสำนวนที่แต่งในยุคต้นๆ เพราะมีจุดมุ่งหมายที่แต่งเพื่อนำไปใช้ในการแสดง จึงมุ่งที่จะสร้างสรรค์บรรยากาศให้เกิดความสมจริงให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยเสริมให้วรรณกรรมเรื่องนี้ได้รับความสนใจจากผู้ชมได้ มากยิ่งขึ้น ทั้งนี้นอกจากจะได้รับความหฤหรรษ์จากเรื่องที่เกี่ยวกับผีหลอกแล้ว ยังได้รับความรื่นรมย์จากการได้ซึมซับบรรยากาศของสังคมไทยในสมัยก่อนไปพร้อม กันด้วย |
| บรรณานุกรม | : |
พาณี ศรีวิภาค . (2545). การศึกษาเปรียบเทียบวรรณกรรมเรื่อง "นางนากพระโขนง".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. พาณี ศรีวิภาค . 2545. "การศึกษาเปรียบเทียบวรรณกรรมเรื่อง "นางนากพระโขนง"".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. พาณี ศรีวิภาค . "การศึกษาเปรียบเทียบวรรณกรรมเรื่อง "นางนากพระโขนง"."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2545. Print. พาณี ศรีวิภาค . การศึกษาเปรียบเทียบวรรณกรรมเรื่อง "นางนากพระโขนง". กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2545.
|
