ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การวิเคราะห์รายได้ของเกษตรกรจากการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจแบบพอเพียง ในจังหวัดเพชรบูรณ์

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การวิเคราะห์รายได้ของเกษตรกรจากการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจแบบพอเพียง ในจังหวัดเพชรบูรณ์
นักวิจัย : ปรีชา พรมมา
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2543
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=54719
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

เศรษฐกิจแบบพอเพียงเป็นพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งพระองค์ได้พระราช ทานแก่ราษฎรเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2517 ต่อมาเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2540 ประเทศไทยได้ประ กาศลอยตัวค่าของเงินบาทเพราะประสบกับวิกฤตทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช จึงได้ทรงย้ำในเรื่องเศรษฐกิจแบบพอเพียงอีกครั้งเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2540 สำหรับในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกร พระองค์ได้พระราชทานพระราชดำริเรื่อง "เกษตรทฤษฎีใหม่" เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2532 อันเป็นแนวทางในการจัดการที่ดินและน้ำเพื่อการเกษตรในพื้นที่ขนาดเล็กให้เกิด ประโยชน์สูงสุดแก่เกษตรกร ปัจจุบัน (พ.ศ. 2543) การทำเกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวเศรษฐกิจแบบพอเพียง ได้ดำเนินการแล้ว 73 จังหวัด (ยกเว้นจังหวัดภูเก็ตและจังหวัดนครปฐม) มีเกษตรกรจำนวน 14,896 ราย ในส่วนของ จังหวัดเพชรบูรณ์ได้ดำเนินการจำนวน 9 อำเภอมีเกษตรกรจำนวน 309 ราย โดยในเขตอำเภอเมืองเพชรบูรณ์มี เกษตรกรทำเกษตรทฤษฎีใหม่จำนวน 64 ราย วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ที่สำคัญ 3 ประการ คือ เพื่อศึกษาการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจแบบ พอเพียงตามแนวทฤษฎีใหม่ เพื่อศึกษาถึงปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อระดับรายได้ของเกษตรกร และเพื่อศึกษารายได้ของ เกษตรกรที่คาดว่าจะได้รับในอีก 5 ปีข้างหน้า ในการศึกษานี้ได้ศึกษาเฉพาะในเขตอำเภอเมืองเพชรบูรณ์ โดย ใช้แบบสอบถามจำนวน 64 ชุด วิธีการศึกษาแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 การวิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปของครัวเรือน เกษตรกร ส่วนที่ 2 การวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการทดสอบสมมุติฐาน และ ส่วนที่ 3 การวิเคราะห์รายได้ของเกษตร กรที่คาดว่าจะได้รับในอีก 5 ปีข้างหน้า ใช้วิธีการทางสถิติโดยการคำนวณหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าสถิติไคสแควร์ (Chi - square = (+,c)(2)) และ t-test ผลการศึกษาสรุปได้ว่า ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อรายได้ของเกษตรกร ได้แก่ ระดับความพอเพียงของน้ำเพื่อการ เกษตร วิธีการขายพืชผลทางการเกษตร ระดับของการใช้ภูมิปัญญาชาวบ้าน และขนาดพื้นที่ทำการเกษตร สำหรับปัจจัยที่ไม่มีอิทธิพลต่อระดับรายได้ของเกษตรกร ได้แก่ จำนวนสัตว์ที่เลี้ยง ระดับการศึกษาและอายุ ของหัวหน้าครัวเรือนเกษตรกร นอกจากนี้พบว่ากลุ่มเกษตรกรที่มีน้ำเพียงพอมีรายได้แตกต่างจากกลุ่มเกษตรกรที่มีน้ำ ไม่เพียงพอ สำหรับกลุ่มอื่นๆ มีรายได้ไม่แตกต่างกัน และจากการประมาณการระดับรายได้ของเกษตรกรในอีก 5 ปีข้างหน้า พบว่าอยู่ในช่วงปีละ 68,000 บาท ถึง 133,000 บาท ข้อเสนอแนะที่ได้จากการศึกษาพบว่า เกษตรกรควรมีการพัฒนาการใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านให้มากขึ้นเพราะจะ เป็นการเพิ่มรายได้และลดต้นทุนในการผลิต ควรมีการจัดตั้งตลาดกลางชุมชนเพื่อรองรับผลผลิตการเกษตร และรัฐบาลควรให้กาารสนับสนุนการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรเพื่อเป็นการเพิ่มรายได้และลดปริมาณผลผลิตส่วนเกิน

บรรณานุกรม :
ปรีชา พรมมา . (2543). การวิเคราะห์รายได้ของเกษตรกรจากการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจแบบพอเพียง ในจังหวัดเพชรบูรณ์.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ปรีชา พรมมา . 2543. "การวิเคราะห์รายได้ของเกษตรกรจากการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจแบบพอเพียง ในจังหวัดเพชรบูรณ์".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ปรีชา พรมมา . "การวิเคราะห์รายได้ของเกษตรกรจากการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจแบบพอเพียง ในจังหวัดเพชรบูรณ์."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2543. Print.
ปรีชา พรมมา . การวิเคราะห์รายได้ของเกษตรกรจากการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจแบบพอเพียง ในจังหวัดเพชรบูรณ์. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2543.