| ชื่อเรื่อง | : | การพัฒนาบุคลากรและการฝึกอบรมในธุรกิจโรงแรม : ศึกษากรณีโรงแรมในเครือแอคคอร์ กรุงเทพมหานคร |
| นักวิจัย | : | ธีรทัต คงจันทร์ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2541 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=53993 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ที่สำคัญ เพื่อศึกษาความคิดเห็นของบุคลากรของธุรกิจ โรงแรมในเครือแอคอร์ ในเรื่องการพัฒนาบุคคลและการฝึกอบรม เพื่อใช้เป็นแนวทาง ในการพัฒนาบุคลากรและปรับปรุงหลักสูตรการฝึกอบรมในธุรกิจโรงแรม ให้มีความเหมาะสม สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยศึกษาระหว่างกลุ่มของตัวแปรอิสระแต่ละตัวตามสภาพ ทั่วไป นอกจากนี้ ได้ทำการเปรียบเทียบความแตกต่างเกี่ยวกับคะแนนเฉลี่ยความคิดเห็น ในเรื่องการพัฒนาบุคคลและการฝึกอบรม ซึ่งผู้วิจัยได้ใช้แบบทดสอบเป็นเครื่องมือในการ เก็บรวบรวมจากกลุ่มตัวอย่าง ซึ่งเป็นพนักงานของโรงแรมในเครือแอคคอร์ กรุงเทพมหานคร จำนวน 250 คน และใช้คอมพิวเตอร์ในการประมวลผลข้อมูล โดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป ทางสถิติ SPSS/PC+ (Statistical Package for the Social Sciences) วิธี วิเคราะห์ข้อมูลและตัวสถิติที่ใช้ประกอบด้วยค่าความถี่ ค่าร้อยละ สถิติค่าตัวกลาง เลขคณิต ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียวตามลำดับ ผลการศึกษาพบว่า 1. สถานภาพส่วนตัวของพนักงานพนักงานของโรงแรมในเครือแอคคอร์ กรุงเทพมหานคร ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีอายุไม่เกิน 25 ปี ระดับการศึกษาระหว่างจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น-อนุปริญญา มีประสบการณ์ในการทำงานระหว่าง 1-5 ปี และมีรายได้ต่ำกว่า 10,000 บาท 2. ระดับความคิดเห็นในเรื่องการพัฒนาบุคคลและการฝึกอบรมสำหรับผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า กลุ่มพนักงานให้ความสำคัญในด้านของ ความรู้ ความเข้าใจในการพัฒนาบุคคลและการฝึกอบรมมากที่สุด รองลงมาตามลำดับ ได้แก่ ความเหมาะสมของผู้รับผิดชอบโครงการฝึกอบรม ความสำคัญและประโยชน์ของ การฝึกอบรม ความเหมาะสมของวิธีและกระบวนการฝึกอบรม และให้ความสำคัญกับความ เหมาะสมของโครงการฝึกอบรมน้อยที่สุด เมื่อพิจารณาจากภาพรวมของพนักงานทั้งหมด พบว่า กลุ่มพนักงานให้ความสำคัญต่อการพัฒนาบุคคลและการฝึกอบรมด้านความรู้ความ เข้าใจในการพัฒนาบุคคลและการฝึกอบรมอยู่ในระดับมาก 3. การเปรียบเทียบระดับความคิดเห็นในเรื่องการพัฒนาบุคคลและการฝึกอบรม ผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยด้านเพศชาย และหญิงมีความคิดเห็นแตกต่างกันตามนัยสำคัญทาง สถิติที่ระดับ 0.05 ด้านเดียวคือ ด้านของความรู้ความเข้าใจในการพัฒนาบุคคลและการ ฝึกอบรม ปัจจัยด้านอายุ ซึ่งจำแนกออกเป็น 4 กลุ่มมีความคิดเห็นแตกต่างกันตามนัย สำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ด้านเดียว คือ ความเหมาะสมของผู้รับผิดชอบโครงการ ฝึกอบรม ปัจจัยด้านการศึกษา มีการจำแนกออกเป็น 3 กลุ่ม มีความคิดเห็นแตกต่างกัน ตามนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 อยู่ 4 ด้าน คือ ด้านของความรู้ความเข้าใจใน การพัฒนาบุคคลและการฝึกอบรม ความสำคัญและประโยชน์ของการฝึกอบรม ความเหมาะสม ของผู้รับผิดชอบโครงการฝึกอบรม และความเหมาะสมของวิธีและกระบวนการฝึกอบรม ปัจจัยด้านประสบการณ์การทำงาน ซึ่งจำแนกออกเป็น 4 กลุ่ม มีความคิดเห็นแตกต่างกัน ตามนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 อยู่ 4 ด้านคือความสำคัญและประโยชน์ของการฝึกอบรม ความเหมาะสมของโครงการฝึกอบรม และความเหมาะสมของวิธีและกระบวนการฝึกอบรม สุดท้ายคือ ปัจจัยด้านรายได้ ซึ่งจำแนกออกเป็น 4 กลุ่มมีความคิดเห็นแตกต่างกัน ตามนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ทุกด้าน |
| บรรณานุกรม | : |
ธีรทัต คงจันทร์ . (2541). การพัฒนาบุคลากรและการฝึกอบรมในธุรกิจโรงแรม : ศึกษากรณีโรงแรมในเครือแอคคอร์ กรุงเทพมหานคร.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ธีรทัต คงจันทร์ . 2541. "การพัฒนาบุคลากรและการฝึกอบรมในธุรกิจโรงแรม : ศึกษากรณีโรงแรมในเครือแอคคอร์ กรุงเทพมหานคร".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ธีรทัต คงจันทร์ . "การพัฒนาบุคลากรและการฝึกอบรมในธุรกิจโรงแรม : ศึกษากรณีโรงแรมในเครือแอคคอร์ กรุงเทพมหานคร."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2541. Print. ธีรทัต คงจันทร์ . การพัฒนาบุคลากรและการฝึกอบรมในธุรกิจโรงแรม : ศึกษากรณีโรงแรมในเครือแอคคอร์ กรุงเทพมหานคร. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2541.
|
