| ชื่อเรื่อง | : | ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ มนุษยธรรม : ทางสองแพร่งของรัฐบาลไทยต่อนักศึกษาอพยพ ชาวพม่า |
| นักวิจัย | : | นรัตว์ ยุวนะเตมีย์ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2541 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=53933 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | งานวิจัยชิ้นนี้เป็นการศึกษาถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับประเทศพม่า มุ่งเน้นการศึกษาไปที่นักศึกษาพม่าที่พำนักอยู่ในประเทศไทยเป็นหลัก โดยพิจารณาถึง เรื่องมนุษยธรรมและผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจว่ามีส่วนสัมพันธ์กันอย่างไรในการที่จะ ก่อให้เกิดผลกระทบต่อขบวนการนักศึกษาพม่าในประเทศไทย ในการอธิบายปัจจัยทั้งสอง ผู้วิจัยพยายามเป็นอย่างยิ่งที่จะศึกษาถึงที่มาในการกำหนดนโยบายใดๆ ต่อประเทศพม่า จากการวิจัยพบว่าผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและความสัมพันธ์ทางด้านทหารระหว่าง ทั้งสองประเทศเป็นปัจจัยหลักที่มีผลต่อการกำหนดนโยบายเกี่ยวกับพม่าของรัฐบาลไทย ในหลายสมัย ซึ่งความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศส่งผลโดยตรงต่อการปฏิบัติด้านมนุษยธรรม ต่อนักศึกษาพม่าในประเทศไทย ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศไทยและพม่ามีมูลค่ามหาศาลในแต่ละปี ซึ่งมีมูลค่าการลงทุนรวมกว่าแสนล้านบาท การลงทุนของไทยนั้นถูกจัดอันดับให้อยู่ใน อันดับต้นๆ ของประเทศที่เข้าไปลงทุนในพม่าโดยพิจารณาจากเงินลงทุนและจำนวนโครงการ ซึ่งเงินที่ได้จากต่างประเทศนี้รัฐบาลทหารพม่าได้นำไปซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ในการปราบปราม ผู้ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลทั้งที่เป็นชนกลุ่มน้อยและผู้เรียกร้องประชาธิปไตย ส่วนความสัมพันธ์ด้านการทหารนั้นทหารทั้งสองฝ่ายมีการเดินทางไปเยี่ยมเยือน กันอยู่บ่อยครั้งทั้งในฐานะที่เป็นตัวแทนรัฐบาลและตัวแทนกองทัพ การที่ทหารเข้าไปมี ส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องของพม่านั้นสืบเนื่องมาจากปัญหาด้านความมั่นคงของประเทศ ตามแนวพรมแดนไทย-พม่าและจากการที่กองทัพทั้งสองประเทศมีความสัมพันธ์อันแนบแน่น ต่อกันนี้ทำให้การกำหนดนโยบายต่อพม่ามีความยากลำบากเพิ่มมากโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัญหานักศึกษาพม่าในประเทศไทย นักศึกษาพม่าในประเทศไทยอยู่ในฐานะผู้พลัดถิ่นและเป็นผู้เข้าเมืองโดยผิด กฎหมายโดยถูกจัดให้อยู่ในศูนย์ที่ทางกระทรวงมหาดไทยจัดตั้งขึ้นเพื่อการควบคุมดูแล ได้อย่างใกล้ชิด ซึ่งทางการไทยถือว่านักศึกษาพม่าที่พำนักอยู่ในศูนย์ได้รับการยกเว้น ไม่ต้องถูกดำเนินคดีในฐานะผู้หลบหนีเข้าเมือง แต่นักศึกษาพม่าจำนวนมากไม่ต้องการ ที่จะอยู่ในศูนย์ดังกล่าว การกระทำของรัฐบาลไทยในหลายเรื่องต่อนักศึกษาพม่าเหล่านี้ ขัดกับหลักการในเรื่องสิทธิมนุษยชนและในบางครั้งมีการปฏิบัติอย่างไร้มนุษยธรรมต่อคน เหล่านี้ อาทิเช่น การผลักดันให้ออกจากประเทสไทยในปี พ.ศ.2531 และโครงการ ส่งกลับในปี พ.ศ.2532 เป็นต้น ซึ่งการกระทำต่างๆ ของรัฐบาลไทยนั้นเป็นผลมาจาก การที่ไม่ต้องการรับผู้ต่อต้านรัฐบาลพม่าให้อยู่ในประเทศเนื่องจากเกรงว่าจะส่งผล กระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศทั้งทางด้านเศรษฐกิจและการเมือง อีกทั้ง เกรงว่าไทยจะต้องรับภาระในลักษณะเดียวกันกับผู้อพยพชาวอินโดจีนที่ผ่านมา จากผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและความสัมพันธ์อันแนบแน่นของนายทหารทั้งสอง ประเทศถือได้ว่าเป็นปัจจัยหลักที่สำคัญอันก่อให้เกิดผลในทางปฏิบัติในด้านมนุษยธรรม ของรัฐบาลไทยที่มีต่อนักศึกษาพม่าในประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ |
| บรรณานุกรม | : |
นรัตว์ ยุวนะเตมีย์ . (2541). ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ มนุษยธรรม : ทางสองแพร่งของรัฐบาลไทยต่อนักศึกษาอพยพ ชาวพม่า.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. นรัตว์ ยุวนะเตมีย์ . 2541. "ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ มนุษยธรรม : ทางสองแพร่งของรัฐบาลไทยต่อนักศึกษาอพยพ ชาวพม่า".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. นรัตว์ ยุวนะเตมีย์ . "ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ มนุษยธรรม : ทางสองแพร่งของรัฐบาลไทยต่อนักศึกษาอพยพ ชาวพม่า."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2541. Print. นรัตว์ ยุวนะเตมีย์ . ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ มนุษยธรรม : ทางสองแพร่งของรัฐบาลไทยต่อนักศึกษาอพยพ ชาวพม่า. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2541.
|
