| ชื่อเรื่อง | : | มาตรการทางกฎหมายเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยบริสุทธิ์ยุติธรรม : ศึกษาเฉพาะกรณี ค่าใช้จ่ายของพรรคการเมือง |
| นักวิจัย | : | จิตรภาณี นาราวีรวุฒิ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2540 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=53641 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยเกือบทุกฉบับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐธรรมนูญฉบับ ปรับปรุง (พ.ศ.2538) ได้ให้การรับรองพรรคการเมืองเป็นสถาบันทางการเมืองและกำหนด บทบาทด้านนิติบัญญัติที่สำคัญหลายประการ แต่ในสภาพความเป็นจริงของสังคมและการเมืองไทย ในปัจจุบัน พรรคการเมืองไทยมีลักษณะคล้าย บริษัทางการเมือง ของบุคคลหรือกลุ่มบุคคล จำนวนน้อยที่อยู่ในตำแหน่งผู้บริหาร ซึ่งมีอำนาจควบคุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่สังกัดพรรค การเมืองนั้นๆ และมีวัตถุประสงค์เพื่อการแสวงหาผลประโยชน์ภายหลังจากที่ได้รับเลือกตั้ง ดังนั้น เพื่อให้สมาชิกพรรคการเมืองของตนได้รับการเลือกตั้งเข้ามาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ให้ได้จำนวนมากที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ จึงเป็นเหตุแห่งการทุจริตและซื้อเสียงเลือกตั้ง ปัจจัยสำคัญประการหนึ่งของการทุจริตและซื้อเสียง จึงอยู่ที่ยังไม่มีการวางกรอบทางกฎหมาย ในส่วนที่ว่าด้วยระเบียบทางการเงินของพรรคการเมือง ในการดำเนินกิจกรรมทางการเมือง วิทยานิพนธ์เรื่อง มาตรการทางกฎหมายเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยบริสุทธิ์ยุติธรรม : ศึกษาเฉพาะกรณีค่าใช้จ่ายของพรรคการเมือง นี้ เป็นการศึกษาถึงเหตุปัจจัยที่ทำให้การ เลือกตั้งไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม ในส่วนของปัญหาการใช้จ่ายเงินของการเลือกตั้งและผู้ลงสมัคร รับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ศึกษาเปรียบเทียบกฎหมายไทยและกฎหมายของต่างประเทศ ในประเด็นมาตรการควบคุมการใช้จ่ายเงินของพรรคการเมืองและสมาชิกพรรคการเมือง ในการลงสมัครรับเลือกตั้ง เพื่อให้ได้ข้อสรุปว่า ประเทศไทยควรปรับปรุงแก้ไขมาตรการทาง กฎหมายในการควบคุมการใช้จ่ายเงินของพรรคการเมืองและสมาชิกพรรคการเมืองอย่างไร ให้เหมาะสมกับสภาพสังคมและการเมืองไทย โดยแบ่งการศึกษาวิเคราะห์ออกเป็น 5 บท ดังนี้คือ บทที่หนึ่งและสอง เป็นการศึกษาถึงปัจจัยที่ทำให้การเลือกตั้งไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม โดยพิจารณาจากสถานภาพของพรรคการเมือง สถานภาพของประชาชนผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง ความไม่บริสุทธิ์ยุติธรรมของเจ้าหน้าที่ของรัฐ และการกำหนดเขตการเลือกตั้ง เมื่อได้ทราบ ถึงปัจจัยต่างๆ ดังกล่าวแล้ว บทที่สามจะทำการศึกษาถึงมาตรการควบคุมการใช้จ่ายเงินของ พรรคการเมืองและสมาชิกพรรคการเมืองของประเทศไทย โดยทำการศึกษาถึงเหตุผลและ ความจำเป็นในการควบคุมค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง เน้นที่ความสำคัญของการรณรงค์หาเสียง เลือกตั้ง และรูปแบบของการโฆษณาหาเสียงเลือกตั้งในปัจจุบัน เนื่องจากในการเลือกตั้งปัจจุบัน จะเห็นได้ว่า มีการทุ่มเงินโฆษณาหาเสียงผ่านสื่อต่างๆ อย่างมากมาย ซึ่งแตกต่างจากการ เลือกตั้งในสมัยก่อนๆ เป็นอย่างมาก ต่อจากนั้นจะศึกษาถึงมาตรการทางกฎหมายเกี่ยวกับ การควบคุมการใช้จ่ายเงินในการหาเสียงเลือกตั้ง ตลอดจนรูปแบบของการควบคุมการ ใช้จ่ายเงินของพรรคการเมืองและสมาชิกพรรคการเมืองในกฎหมายเลือกตั้งของไทยที่ใช้ อยู่ในปัจจุบัน และการดำเนินการของรัฐเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยบริสุทธิ์ยุติธรรม เช่น การร่นระยะเวลาในการหาเสียงเลือกตั้ง การขยายฐานอายุผู้มีสิทธิเลือกตั้งจาก 20 ปี เป็น 18 ปี การกำหนดภูมิลำเนาของผู้สมัครรับเลือกตั้งและผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และการจัดตั้ง คณะกรรมการสอดส่องดูการเลือกตั้ง เมื่อได้ทราบถึงมาตรการควบคุมการใช้จ่ายเงินของพรรคการเมืองและสมาชิกพรรค การเมืองในประเทศไทยแล้ว บทที่สามจะศึกษากฎหมายเปรียบเทียบถึงมาตรการควบคุม การใช้จ่ายเงินของพรรคการเมืองและสมาชิกพรรคการเมืองของประเทศอังกฤษ ประเทศ ฝรั่งเศส และสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมันที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน เปรียบเทียบกับมาตรการดังกล่าว ของประเทศไทย ซึ่งมีหลักการร่วมกัน 3 ประเด็น กล่าวคือ หลักการแรก ได้แก่ การควบคุม ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง โดยการกำหนดวงเงินค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง การ แต่งตั้งผู้ทำหน้าที่ควบคุมดูแลการใช้จ่ายเงินของผู้สมัครรับเลือกตั้งและการตรวจสอบ ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง หลักการที่สอง ได้แก่ การควบคุมการบริจาคเงินแก่พรรค การเมือง เนื่องจากในประเทศที่ทำการศึกษาเปรียบเทียบนี้เปิดโอกาสให้ประชาชน ตลอดจน เอกชนสามารถบริจาคเงินสนับสนุนการดำเนินการทางการเมืองของพรรคการเมือง และ บริจาคเงินเป็นค่าใช้จ่ายในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งของสมาชิกพรรคการเมืองได้ จึงต้อง มีมาตรการทางกฎหมายในการควบคุมการบริจาคเงินดังกล่าว เพื่อมิให้เงินเข้ามามีบทบาท ที่จะทำให้การแข่งขันระหว่างพรรคการเมืองใหญ่ๆ กับพรรคการเมืองเล็ก มีความไม่เสมอภาค เกิดขึ้นและหลักการที่สาม ได้แก่ การอุดหนุนพรรคการเมืองโดยรัฐ ซึ่งอาจเป็นการอุดหนุน ทางตรงโดยการให้เงินช่วยเหลือเป็นค่าใช้จ่ายในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งแก่ผู้สมัคร รับเลือกตั้ง และการอำนวยความสะดวกต่างๆ ให้แก่ผู้สมัครรับเลือกตั้งในการโฆษณาหาเสียง และการอุดหนุนทางอ้อม ได้แก่ การสนับสนุนให้เอกชนบริจาคเงินให้แก่พรรคการเมือง ซึ่งเงินบริจาคนั้นใช้ลดหย่อนภาษีได้ ทั้งนี้เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการหาเสียง ให้แก่ผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง บทที่สี่ จะวิเคราะห์ถึงค่าใช้จ่ายของพรรคการเมืองและสมาชิกพรรคการเมือง ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยทำการวิเคราะห์หลักเกณฑ์ทางกฎหมายเกี่ยวกับ การดำเนินงานของพรรคการเมืองและสมาชิกพรรคการเมืองและข้อกำหนดถึงปัญหาการ แข่งขันกันซื้อเสียงเลือกตั้ง และเสนอแนะแนวทางในการแก้ไขปัญหา จากการศึกษาวิเคราะห์ในวิทยานิพนธ์นี้ พบว่าปัญหาการใช้จ่ายเงินของพรรค การเมืองและสมาชิกพรรคการเมืองในการลงสมัครรับเลือกตั้งนี้ มักเน้นการทุ่มเงินจำนวนมาก เป็นค่าโฆษณาหาเสียงผ่านสื่อต่างๆ และการซื้อเสียงเลือกตั้งอันเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ การเลือกตั้งไม่เป็นบริสุทธิ์ยุติธรรม วิทยานิพนธ์นี้ได้เสนอแนวทางแก้ไขโดยเพิ่มมาตรการ ทางกฎหมายในการจำกัดวงเงินค่าใช้จ่ายในการหาเสียงเลือกตั้งของพรรคการเมือง ปรับปรุง แก้ไขกฎหมายเลือกตั้งให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจและสังคมที่เป็นอยู่ในขณะนั้น จัดตั้ง องค์กรอิสระและเป็นกลาง ทำหน้าที่ควบคุมสอดส่องดูแลให้การเลือกตั้งดำเนินไปได้โดย บริสุทธิ์ยุติธรรม ตลอดจนเปิดโอกาสให้เอกชนและประชาชนสามารถบริจาคเงินอุดหนุนให้ ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมทางการเมือง ในขณะเดียวกันรัฐก็ควรลดภาระค่าใช้จ่าย เกี่ยวกับการเลือกตั้งของผู้สมัครรับเลือกตั้งเช่น การคืนค่าธรรมเนียมการสมัครรับเลือกตั้ง การให้เงินชดเชยค่าใช้จ่ายของผู้สมัครรับเลือกตั้งในการรณรงค์หาเสียง เป็นต้น อย่างไรก็ตาม มาตรการต่างๆ ดังกล่าวนี้ จะมีประสิทธิภาพหรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยสำคัญ คือ จิตสำนึกทางการเมืองของประชาชนด้วย หากประชาชนขาดจิตสำนึกทางการเมือง ขาดความ กระตือรือร้นที่จะเข้าไปมีส่วนร่วมทางการเมืองแล้ว พัฒนาการทางการเมืองของประเทศก็ย่อม จะไม่เกิดขึ้น รัฐจึงจำเป็นต้องกระตุ้นให้ประชาชนตื่นตัวทางการเมือง ซึ่งอาจทำได้โดยการ ให้ความรู้แก่ประชาชนกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญให้การใช้สิทธิเลือกตั้งเป็นหน้าที่ที่ประชาชน จะต้องปฏิบัติเมื่อมีการเลือกตั้งทุกครั้ง เป็นต้น |
| บรรณานุกรม | : |
จิตรภาณี นาราวีรวุฒิ . (2540). มาตรการทางกฎหมายเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยบริสุทธิ์ยุติธรรม : ศึกษาเฉพาะกรณี ค่าใช้จ่ายของพรรคการเมือง.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. จิตรภาณี นาราวีรวุฒิ . 2540. "มาตรการทางกฎหมายเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยบริสุทธิ์ยุติธรรม : ศึกษาเฉพาะกรณี ค่าใช้จ่ายของพรรคการเมือง".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. จิตรภาณี นาราวีรวุฒิ . "มาตรการทางกฎหมายเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยบริสุทธิ์ยุติธรรม : ศึกษาเฉพาะกรณี ค่าใช้จ่ายของพรรคการเมือง."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2540. Print. จิตรภาณี นาราวีรวุฒิ . มาตรการทางกฎหมายเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยบริสุทธิ์ยุติธรรม : ศึกษาเฉพาะกรณี ค่าใช้จ่ายของพรรคการเมือง. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2540.
|
