ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาสมการพยากรณ์ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชา วิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่6

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาสมการพยากรณ์ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชา วิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่6
นักวิจัย : เพ็ญจันทร์ สินชู
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2539
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=53484
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาความสัมพันธ์ ของตัวแปรภูมิหลังกับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 สังกัดสำนักงานการประถม ศึกษา กลุ่มโรงเรียนคลองหนึ่ง จังหวัดปทุมธานี และเพื่อ เลือกสมการพยากรณ์ที่ดีที่สุดในการพยากรณ์ผลสัมฤทธิ์ทาง การเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ จากตัวแปรภูมิหลังทั้งหมด 31 ตัวแปร กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 สังกัดสำนักงานการประถมศึกษา จังหวัดปทุมธานี ในปีการศึกษา 2538 จำนวน 381 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบทดสอบวัดผล สัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ แบบทดสอบวัดสมรรถภาพ ทางสมอง 5 ด้านและแบบวัดเจตคติที่มีต่อครูและวิชา วิทยาศาสตร์ แบบวัดความรับผิดชอบและวัดสภาพแวดล้อมทาง บ้าน การวิเคราะห์ข้อมูลได้ใช้โปรแกรม SPSS/PC(+) หาค่า สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ วิเคราะห์การถดถอยอย่างง่าย และ การวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ ผลการวิจัยพบว่า 1. ตัวพยากรณ์ที่มีความสัมพันธ์กับผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ .05 มีจำนวนทั้งหมด 10 ตัว เป็นตัวพยากรณ์ที่มี ความสัมพันธ์ในทางบวกกับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชา วิทยาศาสตร์ จำนวน 9 ตัว ได้แก่ ความถนัดทางการเรียน ด้านภาษา ด้านตัวเลข ด้านเหตุผล ด้านมิติสัมพันธ์ ด้าน การสังเกต ความรับผิดชอบในการเรียน เจตคติต่อวิชา วิทยาศาสตร์ บรรยากาศในห้องเรียน พฤติกรรมการสอนของครู ส่วนตัวพยากรณ์ที่มีความสัมพันธ์ทางลบกับผลสัมฤทธิ์ทาง การเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ มีจำนวน 1 ตัว ได้แก่ ประสบการณ์ ในการสอนของครู 2. สมการที่เหมาะสมที่สุดในการพยากรณ์ผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์คือ สมการถดถอยพหุคูณแบบ ขั้นตอน ซึ่งมีตัวแปรพยากรณ์ ได้แก่ ความถนัดทางการเรียน ด้านตัวเลข (X(,2)) ด้านภาษา (X(,1)) ด้านเหตุผล (X(,3)) ด้านการสังเกต (X(,5)) ประสบการณ์ในการสอนวิชา วิทยาศาสตร์ (X(,29)) บรรยากาศในห้องเรียน (X(,30)) สถานภาพบิดา-มารดาถึงแก่กรรม (X(,26)) และสถานภาพบิดาถึง แก่กรรม (X(,24))ซึ่งอยู่ในรูปของคะแนนดิบและคะแนนมาตรฐาน ดังนี้ Y(,1) = 10.606 + .242X(,2) + .218X(,1) - .638X(,29) + .123X(,3) + .075X(,30) + 8.422X(,26) + 2.070X(,24) + .084X(,5) Z(,i) = .229Z(,2) + .157Z(,1) - .258Z(,29) + .161Z(,3) + .122Z(,30) + .127Z(,26) + .105Z(,24) + 122Z(,5)

บรรณานุกรม :
เพ็ญจันทร์ สินชู . (2539). การศึกษาสมการพยากรณ์ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชา วิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่6.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
เพ็ญจันทร์ สินชู . 2539. "การศึกษาสมการพยากรณ์ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชา วิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่6".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
เพ็ญจันทร์ สินชู . "การศึกษาสมการพยากรณ์ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชา วิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่6."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2539. Print.
เพ็ญจันทร์ สินชู . การศึกษาสมการพยากรณ์ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชา วิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่6. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2539.