ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ประเมินผลการนำแผนที่ภาษีและทะเบียนทรัพย์สินไปใช้ในการ จัดเก็บรายได้ของเทศบาล : ศึกษาเฉพาะกรณีเทศบาลชั้น 1

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ประเมินผลการนำแผนที่ภาษีและทะเบียนทรัพย์สินไปใช้ในการ จัดเก็บรายได้ของเทศบาล : ศึกษาเฉพาะกรณีเทศบาลชั้น 1
นักวิจัย : ดุษฎี สุวัฒวิตยากร
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2539
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=53469
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้เป็นการศึกษาถึงการนำแผนที่ ภาษีและทะเบียนทรัพย์สินไปใช้ในการจัดเก็บรายได้ของ เทศบาล โดยเฉพาะภาษีที่เทศบาลจัดเก็บเอง อันได้แก่ ภาษีโรงเรือนและที่ดิน ภาษีบำรุงท้องที่ และภาษีป้าย ซึ่งได้กำหนดวัตถุประสงค์ในการศึกษาไว้ 4 ประการ คือ 1. เพื่อศึกษาถึงผลของการนำแผนที่ภาษีและทะเบียน ทรัพย์สินไปใช้ในการจัดเก็บรายได้ของเทศบาล 2. เพื่อประเมินความถูกต้องสมบูรณ์ของข้อมูลในระบบ แผนที่ภาษีและทะเบียนทรัพย์สินของเทศบาล 3. เพื่อศึกษาถึงปัญหาอุปสรรคในการปรับข้อมูลและ การใช้แผนที่ภาษีทะเบียนทรัพย์สินของเทศบาล 4. เพื่อเสนอแนวทางในการที่จะทำให้การใช้แผนที่ ภาษีและทะเบียนทรัพย์สินของเทศบาลมีประสิทธิภาพมากขึ้น กลุ่มประชากรในการศึกษาครั้งนี้ คือ เทศบาลชั้น 1 ตามมติคณะกรรมการพนักงานเทศบาล (ก.ท.) เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2536 ซึ่งมีจำนวน 14 เทศบาล สำหรับวิธีการศึกษาดำเนินการใน 3 แบบ คือ การใช้ ข้อมูลจากเอกสารรายงาน สถิติข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับการ คลังเทศบาล การออกไปศึกษา ณ สำนักงานเทศบาล โดย สังเกตการณ์แบบมีส่วนร่วม และการออกแบบสอบถามให้ผู้ ปฏิบัติงานของเทศบาล 7 แห่ง ที่ออกไปศึกษาตอบ ผลการศึกษาปรากฏว่า 1. การนำแผนที่ภาษีและทะเบียนทรัพย์สินไปใช้ใน การจัดเก็บรายได้ของเทศบาล ยังไม่ประสบความสำเร็จเท่า ที่ควร แม้เทศบาลจะมีรายได้ภาษีที่จัดเก็บเองเพิ่มขึ้น ตลอดมาทุกปีก็ตาม แต่การบริหารการจัดเก็บภาษีของเทศบาล ยังไม่มีประสิทธิภาพ ประมาณการจัดเก็บภาษีกับรายรับจริง มีความแตกต่างกันมาก การจัดเก็บภาษีทำได้เพียงประมาณ ร้อยละ 60 ของผู้อยู่ในข่ายต้องชำระภาษีเท่านั้น ทั้งนี้ เนื่องจากไม่ได้มีการใช้ข้อมูลในระบบแผนที่ภาษีฯ อย่าง จริงจัง 2. การปรับข้อมูลและการเก็บรักษาข้อมูล ยังมีข้อ บกพร่องอยู่มาก ประเมินว่าความถูกต้องสมบูรณ์ของข้อมูล ในระบบแผนที่ภาษีและทะเบียนทรัพย์สินของเทศบาลมีประมาณ ร้อยละ 60 3. ปัญหาอุปสรรคที่สำคัญ คือ ปัญหาทางด้านการบริหาร อันได้แก่การขาดบุคลากร ยานพาหนะ การประสานงาน ขวัญ กำลังใจของเจ้าหน้าที่ ฯลฯ และที่สำคัญก็คือ ผู้บริหารเทศบาล โดยเฉพาะฝ่ายการเมืองยังไม่ให้ความสนใจต่อการจัดเก็บ รายได้มากนัก ทั้งนี้เนื่องจากเทศบาลมีรายได้จากแหล่งอื่น สูงกว่ารายได้ที่จัดเก็บเองมาก ข้อเสนอแนวทางการปรับปรุงที่สำคัญ คือ 1. เทศบาลและกรมการปกครองจะต้องรีบแก้ไขปัญหา ทางการบริหารที่เกิดขึ้นโดยเร็ว และส่งเสริมให้มีการนำ ข้อมูลแผนที่ภาษีฯ ไปใช้ในกิจการต่าง ๆ ของเทศบาลให้มาก ยิ่งขึ้น 2. กระทรวงมหาดไทยควรมีมาตรการกระตุ้นให้เทศบาล หันมาพึ่งตนเองทางด้านการจัดหารายได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งอาจ เป็นรูปของการเพิ่มประเภทภาษีหรือรายได้จัดเก็บเองที่ต้อง ใช้แผนที่ภาษีและทะเบียนทรัพย์สิน และการปรับปรุงการจัด สรรเงินอุดหนุนที่ต้องพิจารณาถึงความสามารถในการจัดเก็บ ภาษีด้วย 3. ควรปรับให้งานแผนที่ภาษีและทะเบียนทรัพย์สิน เป็นศูนย์ข้อมูลกลางของเทศบาล และให้ทำหน้าที่ในการประเมิน และจัดทำบัญชีผู้ต้องเสียภาษี เพื่อควบคุมการจัดเก็บภาษี ให้ได้ครบถ้วน รวมทั้งให้บริการข้อมูลทุก ๆ ด้านแก่หน่วย งานต่าง ๆ ในเทศบาล

บรรณานุกรม :
ดุษฎี สุวัฒวิตยากร . (2539). ประเมินผลการนำแผนที่ภาษีและทะเบียนทรัพย์สินไปใช้ในการ จัดเก็บรายได้ของเทศบาล : ศึกษาเฉพาะกรณีเทศบาลชั้น 1.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ดุษฎี สุวัฒวิตยากร . 2539. "ประเมินผลการนำแผนที่ภาษีและทะเบียนทรัพย์สินไปใช้ในการ จัดเก็บรายได้ของเทศบาล : ศึกษาเฉพาะกรณีเทศบาลชั้น 1".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ดุษฎี สุวัฒวิตยากร . "ประเมินผลการนำแผนที่ภาษีและทะเบียนทรัพย์สินไปใช้ในการ จัดเก็บรายได้ของเทศบาล : ศึกษาเฉพาะกรณีเทศบาลชั้น 1."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2539. Print.
ดุษฎี สุวัฒวิตยากร . ประเมินผลการนำแผนที่ภาษีและทะเบียนทรัพย์สินไปใช้ในการ จัดเก็บรายได้ของเทศบาล : ศึกษาเฉพาะกรณีเทศบาลชั้น 1. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2539.