| ชื่อเรื่อง | : | ความสัมพันธ์ทางการค้าไทยกับญี่ปุ่น : ศึกษากรณีสินค้า อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ปี 2534 - 2538 |
| นักวิจัย | : | ณรงค์ศักดิ์ ศรีงาม |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2539 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=53466 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การค้าระหว่างประเทศของไทยในระยะ 5 ปีที่ผ่านมา (2534-2538) มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจเฉลี่ยร้อยละ 8.35 โดยมีการส่งออกของสินค้าอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและ อิเล็กทรอนิกส์เป็นอันดับที่ 1 ของยอดสินค้าส่งออกทั้งหมด แต่ไทยกลับมีปัญหาการขาดดุลการค้าและดุลชำระเงินแก่ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อนำแนวคิดทฤษฎีการพึ่งพามาวิเคราะห์ ทำให้ทราบถึงปัญหาเหล่านี้ว่ามาจากการพึ่งพาด้านการผลิต และร่วมลงทุน, ด้านเทคโนโลยี, การนำเข้า-การส่งออกและ ด้านตลาดของสินค้าอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและ อิเล็กทรอนิกส์ จากการศึกษาในปี 2534-2538 พบว่าการค้าระหว่าง ประเทศไทยกับญี่ปุ่น มีลักษณะของการแลกเปลี่ยนที่ไม่เท่า เทียมกันในสินค้าอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็ก- ทรอนิกส์ ดังนี้ 1. ไทยขาดดุลการค้าและดุลชำระเงินแก่ญี่ปุ่นทั้งหมด คิดเฉลี่ยเป็นเงิน 204,804 ล้านบาทต่อปี โดยเฉพาะสินค้า อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ คิดเฉลี่ย เป็นเงิน 71,914 ล้านบาทต่อปี 2. การพึ่งพาการผลิตและร่วมลงทุนไทยกับญี่ปุ่น ที่อนุมัติ ตั้งแต่ปี 2534-2538 เป็นจำนวน 839 โครงการ คิดเป็นเงินลงทุน 21.17 พันล้านบาท และเป็นโครงการ อุตสาหกรรมเหล่านี้เป็นจำนวน 621 โครงการ คิดเป็นเงิน 13.20 พันล้านบาท 3. การนำเข้าทางด้านเทคโนโลยีจากญี่ปุ่น คิดเฉลี่ย เป็นเงิน 100,571.14 ล้านบาทต่อปี 4. การส่งออกไปตลาดญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น กล่าวคือ ในปี 2534 การส่งออกเครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นเงิน 10,453.30 ล้านบาท ในปี 2538 เป็นจำนวนเงิน 32,063 ล้านบาท และในปี 2534 การส่งออกอิเล็กทรอนิกส์เป็นเงิน 13,770.10 ล้านบาท ในปี 2538 31,507 ล้านบาท สาเหตุของการขาดดุลเป็นเพราะ 1. การเสียเปรียบเรื่องการนำเข้าและส่งออกสินค้า เนื่องจากสินค้าส่งออกของไทยเป็นสินค้าการเกษตร ส่วนการ นำเข้าเป็นสินค้าอุตสาหกรรม ทำให้มูลค่าแตกต่างกัน 2. นโยบายส่งเสริมการลงทุน เนื่องจากการนำเข้า วัตถุดิบมาผลิตเพื่อการส่งออกได้รับการยกเว้นภาษี ทำให้ ไม่มีการนำวัตถุดิบภายในประเทศมาใช้ 3. เทคโนโลยีการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมเครื่องใช้ ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ต้องใช้เทคโนโลยีชั้นสูงมาตรวจสอบ คุณภาพ ทำให้ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีและไม่มีการถ่ายทอด เทคโนโลยีเหล่านี้ จึงมีข้อเสนอแนะจากการศึกษาว่า 1. การพัฒนาสินค้าอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและ อิเล็กทรอนิกส์ในการค้าระหว่างไทยกับญี่ปุ่น ต้องมีนโยบาย ชัดเจน เพื่อให้การมาลงทุนประกอบธุรกิจให้มีความคล่องตัว และมีการนำทรัพยากรวัตถุดิบและแรงงานภายในประเทศ มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 2. นโยบายทางการค้าและนโยบายการส่งเสริมการ ลงทุน ควรจะปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์ที่เปลี่ยน ไป เพื่อให้มีความสมดุลทางการค้าระหว่างไทยกับญี่ปุ่น 3. มาตรฐานของภาษีอากรต่าง ๆ ที่ส่งผลให้การนำเข้า และส่งออกเกิดความล่าช้า ต้องมีการปรับปรุงทั้งระบบให้มี ความคล่องตัว เช่นการคืนภาษี การนำระบบสากลมาใช้ให้มาก และให้มีความยุติธรรม 4. ควรจะมีการศึกษาความสัมพันธ์ทางการค้าไทยกับ ญี่ปุ่น ในลักษณะการพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันของสินค้า อุตสาหกรรมเหล่านี้ เพื่อมองภาพทางการค้าระบบเสรีอย่าง กว้างขึ้น |
| บรรณานุกรม | : |
ณรงค์ศักดิ์ ศรีงาม . (2539). ความสัมพันธ์ทางการค้าไทยกับญี่ปุ่น : ศึกษากรณีสินค้า อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ปี 2534 - 2538.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ณรงค์ศักดิ์ ศรีงาม . 2539. "ความสัมพันธ์ทางการค้าไทยกับญี่ปุ่น : ศึกษากรณีสินค้า อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ปี 2534 - 2538".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ณรงค์ศักดิ์ ศรีงาม . "ความสัมพันธ์ทางการค้าไทยกับญี่ปุ่น : ศึกษากรณีสินค้า อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ปี 2534 - 2538."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2539. Print. ณรงค์ศักดิ์ ศรีงาม . ความสัมพันธ์ทางการค้าไทยกับญี่ปุ่น : ศึกษากรณีสินค้า อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ปี 2534 - 2538. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2539.
|
