| ชื่อเรื่อง | : | ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองของเยาวชน อายุ 18-20 ปี : ศึกษากรณีอำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา |
| นักวิจัย | : | วัชรี ด่านกุล |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2540 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1222540000015 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การศึกษานี้ มีวัตถุประสงค์ 3 ประการ คือ 1. เพื่อศึกษาถึงระดับการมีส่วนร่วมทางการเมืองของเยาวชน 2. เพื่อศึกษาถึงปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองของเยาวชน 3. เพื่อศึกษาถึงลำดับความสำคัญของปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองของเยาวชน ผู้วิจัยได้ทำการศึกษากลุ่มตัวอย่างที่เป็นเยาวชนทั้งชายและหญิง อายุ 18-20 ปี ตำบลสีคิ้ว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 220 คน (ชาย 114 คน, หญิง 106 คน)การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าร้อยละ มัชฌิมเลขคณิต ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยประชากร ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน และการวิเคราะห์การถดถอยพหุแบบขั้นตอน ตัวแปรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ คือ ปัจจัยเกี่ยวกับความสนใจข่าวสารทางการเมืองการยอมรับค่านิยมพื้นฐานทางการเมืองแบบประชาธิปไตย ความรู้สึกมีสมรรถนะทางการเมืองการยอมรับค่านิยมของสังคมไทยในเรื่องระบบอุปถัมภ์ พรรคพวก และเครือญาติ และความแตกต่างของสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจและสังคมของเยาวชน จะมีอิทธิพลกับการมีส่วนร่วมทางการเมืองของเยาวชนหรือไม่ อย่างไร ผลของการศึกษาพบว่า 1. การมีส่วนร่วมทางการเมืองของเยาวชน พบว่า เยาวชนส่วนใหญ่เข้ามีส่วนร่วมทางการเมืองในระดับค่อนข้างต่ำ โดยกิจกรรมที่มีส่วนร่วมมากที่สุด ได้แก่ การไปใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้ง รองลงมา ได้แก่ การติดตามข่าวสารทางการเมืองจากสื่อต่างๆ และกิจกรรมที่มีส่วนร่วมน้อยที่สุด ได้แก่ การช่วยเหลือผู้สมัครรับเลือกตั้ง (ทางอ้อม) เช่น ใช้บ้านเป็นที่ชุมนุมหัวคะแนน จัดเลี้ยงอาหาร ใช้บ้านเป็นที่หาเสียง เป็นต้น 2. ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองของเยาวชน ได้แก่ ความสนใจข่าวสารทางการเมือง ความรู้สึกมีสมรรถนะทางการเมือง และความแตกต่างของสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจและสังคม ส่วนปัจจัยทางด้านการยอมรับค่านิยมพื้นฐานทางการเมืองแบบประชาธิปไตยและการยอมรับค่านิยมของสังคมไทยในเรื่องระบบอุปถัมภ์ พรรคพวก และเครือญาติ ไม่มีอิทธิพลต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองของเยาวชน 3. ปัจจัยที่ส่งผลต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองของเยาวชน เรียงตามลำดับ ได้แก่ความสนใจข่าวสารทางการเมือง และความรู้สึกมีสมรรถนะทางการเมือง โดยสามารถอธิบายความผันแปรในการมีส่วนร่วมทางการเมืองได้ร้อยละ 30.68 ข้อเสนอแนะจากผลการศึกษา 1. รัฐควรเสริมสร้างค่านิยมพื้นฐานทางการเมืองแบบประชาธิปไตย ให้ควบคู่ไปการศึกษาทั้งในระบบและนอกระบบ โดยมีเงื่อนไขที่สำคัญ คือ ต้องเสริมสร้างภายใต้สภาพปัญหาที่แท้จริง มิใช่แค่เพียงหลักการ 2. จัดให้มีหลักสูตรภาคบังคับทั้งทฤษฎีและปฏิบัติในเนื้อหาวิชาเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมทางการเมืองแบบประชาธิปไตย 3. สร้างความตื่นตัวและความรู้สึกมีสมรรถนะทางการเมือง โดยการให้ข่าวสารทางการเมืองเกี่ยวกับการดำเนินงานของรัฐ พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้เยาวชนได้แสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง 4. ส่งเสริมกิจกรรมการรวมกลุ่มผลประโยชน์หรือการจัดตั้งองค์กรเยาวชนที่มีประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานแบบประชาธิปไตย 5. จัดตั้งคณะกรรมการรณรงค์ให้เยาวชนตระหนักในคุณค่าและเห็นความสำคัญต่อการเลือกตั้ง อย่างสุจริตและมีเหตุผล 6. รัฐควรพัฒนาให้เยาวชนเป็นผู้ที่ยึดถือเหตุผลเป็นสำคัญ มากกว่ายึดถือค่านิยมของสังคมไทยในเรื่องระบบอุปถัมภ์ พรรคพวก และเครือญาติ |
| บรรณานุกรม | : |
วัชรี ด่านกุล . (2540). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองของเยาวชน อายุ 18-20 ปี : ศึกษากรณีอำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. วัชรี ด่านกุล . 2540. "ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองของเยาวชน อายุ 18-20 ปี : ศึกษากรณีอำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. วัชรี ด่านกุล . "ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองของเยาวชน อายุ 18-20 ปี : ศึกษากรณีอำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2540. Print. วัชรี ด่านกุล . ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองของเยาวชน อายุ 18-20 ปี : ศึกษากรณีอำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2540.
|
