| ชื่อเรื่อง | : | ความสัมพันธ์ระหว่างการกระจายอำนาจในองค์การและประสิทธิผลขององค์การ :ศึกษาเฉพาะกรณีเทศบาล |
| นักวิจัย | : | อลงกต วรกี |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2540 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1222540000004 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยเรื่อง "ความสัมพันธ์ระหว่างการกระจายอำนาจในองค์การและประสิทธิผลขององค์การ : ศึกษาเฉพาะกรณีเทศบาล" มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยด้านการกระจายอำนาจในองค์การ อันได้แก่ ขอบเขตในการควบคุมกำกับดูแล การมีส่วนร่วม การมีเอกภาพและอิสระและการใช้อำนาจหน้าที่ของผู้บังคับบัญชาตามขอบเขตที่ได้รับมอบหมาย และประสิทธิผลขององค์การ รวมถึงความแตกต่างของระดับความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยย่อยของการกระจายอำนาจในองค์การที่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิผลขององค์การเทศบาล เพื่อแสวงหาแนวทางในการเพิ่มประสิทธิภาพของเทศบาล เนื่องจากการบริหารงานขององค์การการปกครองท้องถิ่นโดยเฉพาะเทศบาลมีวิวัฒนาการมาอย่างช้านาน และจากการที่ผู้ดำเนินการบริหารงานเทศบาลล้วนเป็นคนในท้องถิ่นมีข้อจำกัดด้านความชำนาญการเกี่ยวกับตัวบทกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับของราชการและโดยเฉพาะอย่างยิ่งการติดต่อกับหน่วยงานอื่น งานดังกล่าวจึงถูกกำหนดให้อยู่ในความรับผิดชอบดูแลของปลัดเทศบาลก่อนเป็นอันดับแรก จึงไม่อาจกล่าวได้ว่า เทศบาลมีการบริหารงานโดยใช้หลักการกระจายอำนาจในองค์การ และไม่อาจยืนยันได้ว่า วิธีการดังกล่าวก่อให้เกิดประสิทธิผลในการบริหารงาน ซึ่งเป็นมูลเหตุของการทดสอบความสัมพันธ์ระหว่างการกระจายอำนาจในองค์การกับประสิทธิผลองค์การ การศึกษาแนวความคิดเกี่ยวกับการกระจายอำนาจสามารถสรุปการกระจายอำนาจว่าประกอบด้วย ปัจจัยพื้นฐาน 4 ประการสำคัญ คือ การมีขอบเขตในการควบคุม กำกับ ดูแล การมีส่วนร่วมในการใช้อำนาจหน้าที่ และการตัดสินใจ การมีเอกภาพและอิสระ และการใช้อำนาจหน้าที่ตามขอบเขตที่ได้รับมอบหมาย ส่วนประสิทธิผลขององค์การสามารถอธิบายได้ 3 แนวทางคือประสิทธิผลในแง่เป้าหมาย (the goal approach) ประสิทธิผลในแง่ของระบบทรัพยากร (thesystem resource approach) และประสิทธิผลโดยใช้หลายเกณฑ์ (the multiple criteriaof effectiveness) องค์การที่มีประสิทธิผลได้ต้องสามารถปฏิบัติงานได้สำเร็จตามวัตถุประสงค์สอดคล้องกับงบประมาณ ให้บริการประชาชนได้อย่างทั่วถึง สร้างความพึงพอใจกับประชาชน มีการปรับปรุงแผนการทำงาน โดยนำเทคโนโลยีวิธีการใหม่ๆ มาใช้ นอกจากนี้พนักงานจะต้องเป็นผู้มีสุขภาพจิตดี มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน จะก่อให้เกิดความราบรื่นในหน่วยงาน พนักงานต้องยอมรับกฎระเบียบบางประการที่กำหนดขึ้น และพัฒนาการให้รับรู้การให้สามารถพึ่งพาตนเองได้แม้ไม่ได้รับการสนับสนุน การทบทวนวรรณกรรมของการกระจายอำนาจในองค์การและประสิทธิผลขององค์การ พบว่าประสิทธิผลขององค์การเกิดจากการปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ของบุคลากรในการแปรทรัพยากรต่างๆเป็นสินค้าและบริการอย่างมีประสิทธิภาพโดยบุคลากรจะต้องมีความพร้อม ความพึงพอใจในการปฏิบัติงานและยอมรับกฎระเบียบข้อบังคับขององค์การ ซึ่งสิ่งดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อผู้บังคับบัญชาไม่ควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิดจนเกินไป ใช้อำนาจในขอบเขตต่างๆ อย่างจำกัดให้ผู้ใต้บังคับบัญชามีอิสระและเสรีภาพตามสมควร ระดับความกระจายอำนาจในองค์การจึงเป็นสิ่งสะท้อนถึงระดับประสิทธิผลขององค์การ เนื่องจากเมื่อมีการกระจายอำนาจผู้ปฏิบัติมักมีทัศนคติที่ดีต่อองค์การ และมุ่งทำงานมากขึ้น เพราะประสิทธิผลขององค์การมาจากความเต็มใจของบุคคลมากกว่าการบังคับ การศึกษามีกรอบการศึกษามุ่งวิเคราะห์องค์การในระดับมหภาค (macro organization)คือเทศบาลต่างๆ จำนวน 144 เทศบาล ใน 76 จังหวัด และในการจัดสร้างมาตรวัด ผู้วิจัยได้ทำการศึกษาแนวคิดทางทฤษฎีเกี่ยวกับประสิทธิผลขององค์การ และการกระจายอำนาจในองค์การแล้วเลือกเกณฑ์ที่ใช้วัดแนวคิด พิจารณาความเที่ยงตรงจากอาจารย์ที่ปรึกษา และผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านการปกครองท้องถิ่นในกรมการปกครองทำการตัดสินเลือกเกณฑ์ที่จะใช้ในมาตรวัด แล้วนำผลการตัดสินเฉพาะเกณฑ์ที่ผู้เกี่ยวข้องมีความเห็นพ้องกันมาใช้ในการสร้างข้อคำถาม และกำหนดรายการที่จะทำการเก็บรวบรวมข้อมูลไปทดสอบความเชื่อมั่น (reliability) จากกลุ่มตัวอย่างคือ เจ้าพนักงานปกครองระดับ 6 ขึ้นไปของสำนักบริหารราชการส่วนท้องถิ่น กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย จำนวน 33 ท่าน จากนั้นได้ส่งแบบสอบถามแก่ผู้ที่มีบทบาทมากที่สุดในการปกครองท้องถิ่นแบบเทศบาล ได้แก่ หัวหน้ากอง/ฝ่าย/สำนักงานปลัดเทศบาล ซึ่งคลุกคลีปฏิบัติงานร่วมกับพนักงานเทศบาล ในขณะเดียวกันก็ต้องร่วมประชุมปรึกษาหารือและรับนโยบายจากผู้บริหารด้วยเช่นกัน การวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยเลือกใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบการเลือกแบบบังเอิญ (haphazardor accidental sampling) ตามความร่วมมือที่ได้รับจากผู้ตอบแบบสอบถาม โดยผู้ศึกษากำหนดให้ศึกษาเทศบาลละ 3-8 ท่าน เพื่อป้องกันการเกิดอคติในระดับบุคคลในการประเมิน อนึ่ง เพื่อป้องกันการเกิดอคติในระดับกลุ่ม ผู้ศึกษากำหนดให้มีการตรวจสอบแบบประเมินที่ได้รับกลับคืนโดยการตรวจสอบความเหมือนและความสอดคล้องของการตอบคำถาม หากบุคคลใดในกลุ่ม 3-8คน ในแต่ละเทศบาลตอบคำถามเบี่ยงเบนออกจากกลุ่ม ผู้ศึกษาได้ตัดแบบสอบถามของบุคคลนั้นออกไปผลการศึกษาพบว่า เหลือกลุ่มตัวอย่างเพื่อการประมวลและวิเคราะห์ข้อมูล 514 คน จาก 144 เทศบาล การประมวลผลการวิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานเพื่อประมวลข้อมูลพื้นฐานจากการสำรวจภาคสนาม การใช้ค่าสถิติ Chi-square เพื่อทดสอบความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรต่างๆ และใช้การวิเคราะห์ถดถอยพหุ (multiple regression analysis)เพื่อทดสอบอิทธิพลของตัวแปรย่อย ด้านการกระจายอำนาจที่มีต่อตัวแปรด้านประสิทธิผลขององค์การ ผลการศึกษาพบว่า ผู้แทนขององค์กรเทศบาลส่วนใหญ่ประเมินตนเองว่า เทศบาลของตนมีระดับประสิทธิผลภายในหน่วยงาน ระดับมาก จำนวน 85 เทศบาล (ร้อยละ 59.0) ระดับของเขตในการควบคุม กำกับ ดูแล ระดับมาก จำนวน 71 เทศบาล (ร้อยละ 49.3) ระดับการมีส่วนร่วมระดับมาก จำนวน 80 เทศบาล (ร้อยละ 55.6) ระดับการมีเอกภาพและอิสระระดับมาก จำนวน87 เทศบาล (ร้อยละ 60.4) ระดับการใช้อำนาจหน้าที่ตามขอบเขตที่ได้รับมอบหมาย ระดับมากจำนวน 98 เทศบาล (ร้อยละ 68.0) ระดับการกระจายอำนาจ ระดับมาก 84 เทศบาล (ร้อยละ58.3) และสาเหตุที่เทศบาลโดยส่วนมากมีการประเมินระดับประสิทธิผล รวมถึงระดับการกระจายอำนาจมาก ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากความต้องการปกป้ององค์การของตนเอง ซึ่งหมายถึงการมองว่าเทศบาลมีระดับประสิทธิผลและการกระจายอำนาจมากเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงอคติในการตอบแบบสอบถาม นอกจากนี้ข้อมูลดังกล่าวมีขนาดของข้อมูลที่มีจำนวนมาก ซึ่งเมื่อนำไปหาค่าความสัมพันธ์ทำให้ค่าในแต่ละกลุ่มมีจำนวนต่ำกว่า 5 ซึ่งโดยทั่วไปจะต้องไม่ควรมีมากกว่าร้อยละ20 ของจำนวนกลุ่มทั้งหมด เพื่อเป็นการแก้ปัญหาดังกล่าว ผู้วิจัยจึงได้ทำการปรับแต่งค่าตัวเลขโดยรวมควาถมี่น้อยพวกที่อยู่ติดกัน ทั้งนี้โดยได้อาศัยการแบ่งเกณฑ์ตัวเลขใหม่ ซึ่งกำหนดให้ใช้ช่องเกณฑ์ ช่วงละ 0.25 ซึ่งผลจากการปรับแต่งตัวเลของค์กรเทศบาลส่วนใหญ่มีระดับประสิทธิผลภายในหน่วยงานระดับสูง จำนวน 73 เทศบาล (ร้อยละ 50.7) มีระดับขอบเขตในการควบคุมกำกับ ดูแล ระดับมาก จำนวน 73 เทศบาล (ร้อยละ 50.7) มีระดับการมีส่วนร่วมระดับมากจำนวน 66 เทศบาล (ร้อยละ 45.8) มีระดับการมีเอกภาพและอิสระระดับมาก จำนวน 64 เทศบาล(ร้อยละ 44.4) มีระดับการใช้อำนาจหน้าที่ตามขอบเขตที่ได้รับมอบหมายระดับมาก จำนวน 83 เทศบาล(ร้อยละ 57.6) และมีระดับการกระจายอำนาจระดับมากจำนวน 70 เทศบาล (ร้อยละ 48.6) นอกจากนี้ ผลการศึกษาพบว่า ขอบเขตในการควบคุม กำกับ ดูแล การมีส่วนร่วม การมีเอกภาพและอิสระ การใช้อำนาจหน้าที่ตามขอบเขตที่ได้รับมอบหมาย ซึ่งเป็นปัจจัยย่อยและการกระจายอำนาจในองค์การมีผลต่อประสิทธิผลขององค์การ การทดสอบของระดับความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยย่อยของการกระจายอำนาจกับประสิทธิผลขององค์การเทศบาลโดยการวิเคราะห์ถดถอยพหุ (multiple regression analysis) ผู้วิจัยพบว่า ปัจจัยการกระจายอำนาจในองค์การทุกตัว ได้ส่งผลต่อประสิทธิผลขององค์การในเชิงบวกหลังจากควบคุมตัวแปรโดยการวิเคราะห์ถดถอยพหุ (multiple regression) แล้วปรากฎผลพบว่าตัวแปรย่อยด้านการกระจายอำนาจสามารถอธิบายความผันแปรของประสิทธิผลภายในองค์การได้ร้อยละ 38 โดยมีระดับนัยสำคัญที่ 0.01 สำหรับระดับความแตกต่างของปัจจัยย่อยด้านการกระจายอำนาจแต่ละตัวที่มีอิทธิพลต่อประสิทธิผลภายในองค์การเทศบาล พบว่า การใช้อำนาจหน้าที่ตามขอบเขตที่ได้รับมอบหมายจะมีอิทธิพลสูงสุด (beta = 0.221) รองลงมาคือ การมีส่วนร่วม (beta = 0.141) รองลงมา คือขอบเขตในการควบคุม กำกับ ดูแล (beta = 0.134) และปัจจัยที่มีอิทธิพลน้อยที่สุด คือ การมีเอกสารและอิสระ (beta = 0.126) อย่างไรก็ตาม ผู้ศึกษาได้ตั้งข้อสังเกตว่า ตัวแปรด้านการกระจายอำนาจนั้นได้ส่งผลกระทบต่อความผันแปรของประสิทธิผลขององค์กรเทศบาลโดยรวมเพียง 38 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น จึงเป็นไปได้ว่า ย่อมมีปัจจัยอื่นๆ นอกเหนือจากการกระจายอำนาจที่ได้ส่งผลต่อประสิทธิผลขององค์การเทศบาล ดังนั้น ในการพัฒนาปรับปรุงคุณภาพการบริหารและการปฏิบัติงานของหน่วยงานเทศบาลจึงควรมีการให้ความสำคัญต่อปัจจัยด้านอื่น เช่น ความรู้ความเข้าใจของผู้ปฏิบัติ งบประมาณฯลฯ การวิจัยครั้งนี้เป็นการประเมินองค์กรโดยวิธีการสอบถามความคิดเห็นของบุคลากรภายในองค์กร จึงอาจจะทำให้ผลการศึกษาที่พบเป็นไปในทิศทางบวกมากกว่าความเป็นจริง ซึ่งจะทำให้ข้อสรุปที่ค้นพบเชื่อถือได้ไม่ดีเท่าที่ควร |
| บรรณานุกรม | : |
อลงกต วรกี . (2540). ความสัมพันธ์ระหว่างการกระจายอำนาจในองค์การและประสิทธิผลขององค์การ :ศึกษาเฉพาะกรณีเทศบาล.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. อลงกต วรกี . 2540. "ความสัมพันธ์ระหว่างการกระจายอำนาจในองค์การและประสิทธิผลขององค์การ :ศึกษาเฉพาะกรณีเทศบาล".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. อลงกต วรกี . "ความสัมพันธ์ระหว่างการกระจายอำนาจในองค์การและประสิทธิผลขององค์การ :ศึกษาเฉพาะกรณีเทศบาล."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2540. Print. อลงกต วรกี . ความสัมพันธ์ระหว่างการกระจายอำนาจในองค์การและประสิทธิผลขององค์การ :ศึกษาเฉพาะกรณีเทศบาล. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2540.
|
