ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาเปรียบเทียบปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกศึกษาต่อระดับอาชีวศึกษา ระหว่างสถานศึกษาของรัฐบาลกับของเอกชน : ศึกษากรณีจังหวัดนครปฐม

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาเปรียบเทียบปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกศึกษาต่อระดับอาชีวศึกษา ระหว่างสถานศึกษาของรัฐบาลกับของเอกชน : ศึกษากรณีจังหวัดนครปฐม
นักวิจัย : ดลฤดี สุวรรณคีรี
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2539
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1222539000007
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษาเรื่อง "การศึกษาเปรียบเทียบปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกศึกษาต่อระดับอาชีวศึกษาระหว่างสถานศึกษาของรัฐบาลกับของเอกชน : ศึกษากรณีจังหวัดนครปฐม" นี้มีความมุ่งหมายที่จะทราบถึงลักษณะของการตัดสินใจ และเหตุปัจจัยที่ทำให้นักศึกษาอาชีวศึกษาเลือกศึกษาต่อในสถานศึกษาที่แตกต่างกันระหว่างของรัฐกับของเอกชน ตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ คือ นักศึกษาระดับอาชีวศึกษา ปวช.ชั้นปีที่ 1 ของสถาบันอาชีวศึกษา 5 แห่ง จำนวนทั้งสิ้น 795 คน โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติเชิงพรรณนาเป็นส่วนใหญ่คือ การหาค่าร้อยละ และใช้T-Test ในการหาค่าความแตกต่างของตัวแปร ~bผลการศึกษาสรุปได้ดังนี้~b ปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกศึกษาระดับอาชีวศึกษาของนักศึกษาระหว่างสถานศึกษาของรัฐบาลเอกชนเป็นดังนี้ 1. ปัจจัยแวดล้อมที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกสถานศึกษารัฐบาลเรียงลำดับจากมากไปหาน้อยคือ ค่าใช้จ่ายในการศึกษา ชื่อเสียงของสถาบันความพร้อมด้านอุปกรณ์การศึกษา การนำความรู้ไปใช้ การประชาสัมพันธ์ของวิทยาลัย อาคารสถานที่ ความยากง่ายในการสอบเข้า และชื่อเสียงของอาจารย์ผู้สอน 2. ปัจจัยแวดล้อมที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกสถานศึกษาเอกชนเรียงลำดับจากมากไปหาน้อยคือ การสอบเข้าง่าย ความพร้อมด้านอุปกรณ์การศึกษา ค่าใช้จ่ายในการศึกษา ชื่อเสียงของสถาบัน การนำความรู้ไปใช้ การประชาสัมพันธ์ของสถานศึกษา อาคารสถานที่และชื่อเสียงของอาจารย์ผู้สอน 3. ความเห็นของบิดามารดาเป็นปัจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจ สำหรับนักศึกษาในสถานศึกษาของรัฐบาลมากกว่าสถานศึกษาเอกชน 4. ผลการทดสอบทางสถิติเพื่อหาความแตกต่างระหว่างตัวแปร พบว่า ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจที่แตกต่างกันต่อการเลือกสถานศึกษา ณ ระดับนัยสำคัญ 0.05 ได้แก่ ปัจจัยด้านความพร้อมของอาคารสถานที่ ชื่อเสียงของสถาบัน การนำความรู้ไปใช้ ค่าใช้จ่ายในการศึกษา และความง่ายในการสอบเข้า 5. ผลการทดสอบทางสถิติเพื่อหาความแตกต่างระหว่างตัวแปร พบว่า ปัจจัยที่ไม่มีความแตกต่างที่ระดับนัยสำคัญ 0.05 ได้แก่ ปัจจัยความพร้อมด้านอุปกรณ์การศึกษา ด้านชื่อเสียงของอาจารย์ผู้สอนและการประชาสัมพันธ์ของวิทยาลัย ~bข้อเสนอแนะ~b 1. จากผลการศึกษา พบว่า นักศึกษาในสถานศึกษาของรัฐบาลได้รับอิทธิพลจากปัจจัยแวดล้อมเกือบทุกด้านยกเว้นด้านความง่ายในการสอบเข้า ความพร้อมด้านอุปกรณ์การศึกษาและชื่อเสียงอาจารย์ผู้สอน ดังนั้นสถานศึกษาเอกชนจึงควรมีการวางนโยบายปรับปรุงปัจจัยด้านความพร้อมของอาคารสถานที่ ชื่อเสียงของสถานศึกษา การนำความรู้ไปใช้และด้านค่าใช้จ่ายในการศึกษาอันจะส่งผลให้นักศึกษาที่ต้องการศึกษาต่อมีความประสงค์จะเข้าศึกษาในสถานศึกษาเอกชนมากขึ้นเพื่อแบ่งเบาภาระของสถานศึกษาของรัฐบาล 2. ตามที่แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 8 มีนโยบายมุ่งเน้นในการพัฒนาคนดังนั้น รัฐบาลจึงควรจัดสรรงบประมาณในการขยายสถานศึกษาเพิ่ม เพื่อสามารถรับนักศึกษาในปริมาณที่มากขึ้น 3. หากรัฐบาลมีงบประมาณไม่เพียงพอในการเพิ่มสถานศึกษาอาชีวศึกษาควรเปิดโอกาสให้องค์กรบริหารส่วนท้องถิ่นและเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแบ่งเบาภาระ โดยสามารถทำการเปิดสถานศึกษาระดับอาชีวศึกษาได้ด้วย

บรรณานุกรม :
ดลฤดี สุวรรณคีรี . (2539). การศึกษาเปรียบเทียบปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกศึกษาต่อระดับอาชีวศึกษา ระหว่างสถานศึกษาของรัฐบาลกับของเอกชน : ศึกษากรณีจังหวัดนครปฐม.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ดลฤดี สุวรรณคีรี . 2539. "การศึกษาเปรียบเทียบปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกศึกษาต่อระดับอาชีวศึกษา ระหว่างสถานศึกษาของรัฐบาลกับของเอกชน : ศึกษากรณีจังหวัดนครปฐม".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ดลฤดี สุวรรณคีรี . "การศึกษาเปรียบเทียบปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกศึกษาต่อระดับอาชีวศึกษา ระหว่างสถานศึกษาของรัฐบาลกับของเอกชน : ศึกษากรณีจังหวัดนครปฐม."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2539. Print.
ดลฤดี สุวรรณคีรี . การศึกษาเปรียบเทียบปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกศึกษาต่อระดับอาชีวศึกษา ระหว่างสถานศึกษาของรัฐบาลกับของเอกชน : ศึกษากรณีจังหวัดนครปฐม. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2539.