| ชื่อเรื่อง | : | การบริหารงานบุคคลในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของกระทรวงสาธารณสุข |
| นักวิจัย | : | อุทัยวรรณ ศิลปพิพัฒน์ |
| คำค้น | : | 341 P. |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2536 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1222536000031 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อศึกษาถึงรูปแบบและกระบวนการในการบริหารงานบุคคลของระบบราชการไทยโดยเฉพาะระบบการบริหารงานบุคคลของหน่วยงานสาธารณสุข(2) เพื่อศึกษาถึงปัญหาและสาเหตุของปัญหาของการบริหารงานบุคคลในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของกระทรวงสาธารณสุข และเสนอแนะมาตรการเชิงการนำนโยบายไปปฏิบัติเกี่ยวกับการสนับสนุนการบริหารงานบุคคล การรวบรวมข้อมูล ใช้วิธีการสัมภาษณ์แบบเจาะจงจากกลุ่มตัวอย่างซึ่งมีผู้บริหารข้าราชการ ลูกจ้างของหน่วยงานสาธารณสุขในจังหวัดดังกล่าว รวม 343 คน และใช้สถิติเชิงพรรณนาในการวิเคราะห์ข้อมูล ผลการศึกษามีข้อสรุปได้ดังนี้ 1) การสรรหาคัดเลือก บรรจุแต่งตั้งและโยกย้าย พบว่าผู้บริหารส่วนใหญ่เห็นว่าบุคลากรไม่พอเพียง ได้เสนอแนะแนวทางแก้ไข คือ ขอยืมตัวข้าราชการจากหน่วยงานอื่นมาช่วยราชการ และมอบหมายหน้าที่ให้รับผิดชอบ ส่วนคุณสมบัติตามมติ ครม. มีความเห็นว่าเหมาะสมด้านความประพฤติบุคลิกลักษณะดี ประวัติการทำงานดี ความสามารถในการปฏิบัติงาน และการเข้ากับประชาชนและระบุว่าไม่มีผลดีในการใช้ระบบอุปถัมภ์ ข้าราชการและลูกจ้างส่วนใหญ่ระบุว่า บุคลากรไม่พอเพียงเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่สาธารณสุขระดับตำบล และมีการใช้ระบบอุปถัมภ์ โดยเฉพาะระดับจังหวัดและอำเภอเมือง 2) การเลื่อนตำแหน่ง ผู้บริหารส่วนใหญ่ระบุว่าควรมีการพิจารณาการเลื่อนตำแหน่งให้ผู้ปฏิบัติงานในจังหวัดภาคใต้ก่อน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ และเห็นด้วยกับการใช้วิธีสอบแข่งขันและเสนอผลงาน และระบุว่ามีการใช้ระบบอุปถัมภ์ในการเลื่อนตำแหน่งสำหรับข้าราชการและลูกจ้างเกือบทั้งหมด ไม่เคยติดขั้นเงินเดือนและเห็นว่าควรใช้วิธีการสอบแข่งขันและเสนอผลงานในการเลื่อนตำแหน่ง 3) รางวัลและการลงโทษ ทั้งผู้บริหารและข้าราชการเห็นว่าในการพิจารณาความดีความชอบโดยใช้ผลงานดีเด่นเป็นเกณฑ์ในการพิจารณา 2 ขั้นปกติ และ 2 ขั้นพิเศษ 4) การพัฒนาบุคลากร ผู้บริหารระบุว่า มีแผนพัฒนาบุคลากรของหน่วยงาน ส่วนการประเมินผลการฝึกอบรม หลักสูตรศอ.บต. พบว่าประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ระดับค่อนข้างมาก ส่วนข้าราชการและลูกจ้าง สองในสาม ระบุว่า ไม่ได้รับการฝึกอบรม ดูงานศึกษาต่อ ส่วนการประเมิน ศอ.บต. และระบุว่าได้รับประโยชน์มากจากการปฐมนิเทศ และเห็นว่าจังหวัดเป็นหน่วยงานที่พัฒนาบุคลากรได้ดีที่สุด โดยให้เหตุผลว่าวิทยากรมีความรู้ รู้สภาพปัญหาของพื้นที่ และเป็นวิทยากรมาจากกระทรวงต่าง ๆ ใน จชต. 5) สวัสดิการ ผู้บริหารส่วนใหญ่ระบุ มีหลักเกณฑ์ในการจัดบ้านพักและเป็นไปตามเกณฑ์สำหรับข้าราชการและลูกจ้างส่วนใหญ่ระบุว่ามีเกณฑ์ในการจัดบ้านพัก และเป็นไปตามเกณฑ์ปัญหาที่ประสบคือ ด้านความปลอดภัย ได้เสนอความเห็นว่าควรเพิ่มเงินค่าเบี้ยเสี่ยงภัย ค่าเสี่ยงภัยเกี่ยวกับโรคเอดส์ และค่าล่วงเวลา และส่วนใหญ่ระบุว่า สหกรณ์ออมทรัพย์สามารถช่วยแก้ปัญหาสวัสดิการได้มาก ข้อเสนอแนะโดยทั่วไป ควรใช้ระบบคุณธรรมและควรให้สิทธิพิเศษแก่คนในพื้นที่ กระทรวงควรกระจายอำนาจ การสรรหาคัดเลือก บรรจุ แต่งตั้งและโยกย้ายให้ส่วนหน่วยงานภูมิภาคและกำหนดอัตรากำลังให้พอเพียงกับปริมาณงาน ควรมีการกระจายโควต้า 2 ขั้นพิเศษ เหรียญพิทักษ์เสรีชน การนับเวลาทวีคูณและเบี้ยเสี่ยงภัย ให้ทั่วทุกหน่วยงานอย่างเป็นธรรมและควรจัดการปฐมนิเทศสำหรับข้าราชการที่เข้ามาทำงานในพื้นที่ครั้งแรกให้ทั่วถึง |
| บรรณานุกรม | : |
อุทัยวรรณ ศิลปพิพัฒน์ . (2536). การบริหารงานบุคคลในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของกระทรวงสาธารณสุข.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. อุทัยวรรณ ศิลปพิพัฒน์ . 2536. "การบริหารงานบุคคลในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของกระทรวงสาธารณสุข".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. อุทัยวรรณ ศิลปพิพัฒน์ . "การบริหารงานบุคคลในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของกระทรวงสาธารณสุข."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2536. Print. อุทัยวรรณ ศิลปพิพัฒน์ . การบริหารงานบุคคลในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของกระทรวงสาธารณสุข. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2536.
|
