| ชื่อเรื่อง | : | การใช้เทคนิคการวิเคราะห์นโยบายในส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจด้านเศรษฐกิจและสังคม |
| นักวิจัย | : | อรัสธรรม พรหมมะ |
| คำค้น | : | 353 P. |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2534 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1222534000007 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์เรื่อง "การใช้เทคนิคการวิเคราะห์นโยบายในส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจด้านเศรษฐกิจและสังคม" นี้มีวัตถุประสงค์ 3 ประการ คือ (1) ต้องการศึกษาว่าหน่วยงานด้านการวิเคราะห์นโยบายในส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจด้านเศรษฐกิจและสังคม นำเทคนิคการวิเคราะห์นโยบายไปใช้อย่างไรบ้าง (2) ต้องการเปรียบเทียบความคล้ายคลึงและความแตกต่างของการใช้เทคนิคการวิเคราะห์นโยบายในส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจด้านเศรษฐกิจและสังคม และ (3) ต้องการวิเคราะห์ว่ามีปัจจัยอะไรบ้างที่เป็นสาเหตุของความแตกต่างในการนำเทคนิคการวิเคราะห์นโยบายไปใช้ในส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจด้านเศรษฐกิจ และสังคมตามแนวคิดทางทฤษฎีเทคนิคดังกล่าวมีมากมายหลากหลาย ซึ่งพอจะจัดได้เป็น3 กลุ่ม คือ เทคนิคการหารายละเอียดของข้อมูลในการวิเคราะห์นโยบาย เทคนิคการจัดระเบียบข้อมูลในการวิเคราะห์นโยบาย และเทคนิคการหาความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลในการวิเคราะห์นโยบาย เทคนิคเหล่านี้สามารถนำไปใช้ได้ในทุกขั้นตอนของการกำหนดนโยบาย อันประกอบด้วย ขั้นการกำหนดปัญหา ขั้นการสร้างทางเลือกในการแก้ปัญหา ขั้นการเลือกวิธีการแก้ปัญหา ขั้นการนำทางเลือกไปปฏิบัติ และขั้นการติดตามและประเมินผล เทคนิคดังกล่าวมีทั้งเทคนิคเชิงปริมาณและคุณภาพ เทคนิคเชิงปริมาณนิยมนำไปใช้วิเคราะห์นโยบายทางเศรษฐกิจ ส่วนเทคนิคเชิงคุณภาพนิยมนำไปใช้วิเคราะห์นโยบายทางสังคม นอกจากนี้ ตามแนวคิดทางทฤษฎียังระบุอีกว่าการนำเทคนิคการวิเคราะห์นโยบายไปใช้ในหน่วยงานจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับทัศนคติของผู้บริหารภายในหน่วยงานต่องานวิเคราะห์นโยบายระดับความรู้ของนักเคราะห์นโยบายปริมาณนักวิเคราะห์นโยบาย งบประมาณด้านการวิเคราะห์นโยบายลักษณะงานเชิงปริมาณ และความมุ่งกำไรของหน่วยงาน จากแนวคิดดังกล่าว ผู้วิจัยจึงตั้งสมมติฐานไว้ 6 ประการ ดังนี้ (1) หน่วยงานที่ผู้บริหารมีทัศนคติที่ดีต่อการใช้เทคนิคการวิเคราะห์นโยบาย ย่อมมีการใช้เทคนิคการวิเคราะห์นโยบายมากกว่าหน่วยงานที่ผู้บริหารมีทัศนคติไม่ดี (2) หน่วยงานที่นักวิเคราะห์นโยบายมีความรู้ด้านการวิเคราะห์นโยบายมาก ย่อมมีการใช้เทคนิคการวิเคราะห์นโยบายมากกว่าหน่วยงานที่นักวิเคราะห์นโยบายมีความรู้ด้านการวิเคราะห์นโยบายน้อย (3) หน่วยงานที่มีปริมาณนักวิเคราะห์นโยบายมากย่อมมีการใช้เทคนิคการวิเคราะห์นโยบายมากกว่าหน่วยงานที่มีปริมาณนักวิเคราะห์นโยบายน้อย (4) หน่วยงานที่มีงบประมาณด้านการวิเคราะห์นโยบายมากย่อมมีการใช้เทคนิคการวิเคราะห์นโยบายมากกว่าหน่วยงานที่มีงบประมาณด้านการวิเคราะห์นโยบายน้อย (5) หน่วยงานที่มีลักษณะงานเชิงปริมาณมาก คือหน่วยงานด้านเศรษฐกิจ ย่อมมีการใช้เทคนิคการวิเคราะห์นโยบายมากกว่าหน่วยงานที่มีลักษณะงานเชิงปริมาณน้อย คือหน่วยงานด้านสังคม (6) หน่วยงานที่มุ่งกำไรมาก คือ รัฐวิสาหกิจ ย่อมมีการใช้เทคนิคการวิเคราะห์นโยบายมากกว่าหน่วยงานที่มุ่งกำไรน้อยหรือไม่มุ่งกำไร คือ ส่วนราชการ การพิสูจน์สมมติฐานกระทำ โดยการเก็บข้อมูลจากตัวอย่างประชากรที่เป็นหน่วยงานด้านการวิเคราะห์นโยบายในส่วนราชการ 39 แห่งและรัฐวิสาหกิจ 19 แห่ง ด้วยวิธีการสัมภาษณ์ผู้บริหารระดับผู้อำนวยการกอง การใช้แบบสอบถามทั้งกับผู้บริหารและเจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบาย การศึกษาจากเอกสารของหน่วยงานตลอดจนข่าวหนังสือพิมพ์ที่เกี่ยวข้อง และเนื่องจากการวิจัยเรื่องนี้จะต้องอาศัยความเข้าใจระบบการทำงานแบบราชการ ระบบการบริหาร และระบบธุรกิจการเมืองเป็นอย่างมากผู้วิจัยจึงเข้าไปทำงานอยู่ในมหาวิทยาลัยเอกชน ซึ่งมีระบบทั้งสามรวมอยู่ด้วยกัน เพื่อให้มีประสบการณ์โดยตรงและเข้าใจระบบทั้งสามได้อย่างลึกซึ้ง อันเป็นประโยชน์ต่อการพิสูจน์สมมติฐานอีกด้วย ผู้วิจัยได้เริ่มศึกษาเรื่องนี้ตั้งแต่เดือนสิงหาคม พ.ศ.2530 ควบคู่ไปกับการทำงานในมหาวิทยาลัยเอกชน จนปัจจุบัน ผลการวิจัยปรากฏว่า โดยภาพรวม ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจด้านเศรษฐกิจและสังคม ในประเทศไทยยังใช้เทคนิคการวิเคราะห์นโยบายสังคม คือร้อยละ 58.62 ของหน่วยงานดังกล่าวจัดอยู่ในกลุ่มที่มีการใช้เทคนิคการวิเคราะห์นโยบายน้อย แต่ก็ใช้ทุกขั้นตอนของกระบวนการกำหนดนโยบาย โดยมากใช้เทคนิคง่าย ๆ ไม่นิยมใช้เทคนิคที่ต้องใช้วิธีการทางคณิตศาสตร์และสถิติ เทคนิคที่ส่วนราชการใช้มากกว่ารัฐวิสาหกิจก็มีมากกว่าเทคนิคที่รัฐวิสาหกิจใช้มากกว่าส่วนราชการ แต่เทคนิคที่รัฐวิสาหกิจใช้มากกว่าส่วนราชการนั้น เป็นเทคนิคที่ต้องใช้ความรู้ทางคณิตศาสตร์และสถิติหลายเทคนิค โดยเฉพาะอย่างยิ่งการวิเคราะห์ทางเศรษฐศาสตร์ เมื่อพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรอิสระ6 ตัวแปร คือ ทัศนคติของผู้บริหารต่อการใช้เทคนิคการวิเคราะห์นโยบาย ระดับความรู้ของนักวิเคราะห์นโยบายปริมาณนักวิเคราะห์นโยบาย งบประมาณด้านการวิเคราะห์นโยบายลักษณะงานเชิงปริมาณ และความมุ่งกำไรของหน่วยงานกับตัวแปรตาม 1 ตัวแปร คือ การใช้เทคนิคการวิเคราะห์นโยบายโดยใช้วิธีการวิเคราะห์สหสัมพันธ์เพียร์สัน (Pearson'sCorrelation) การวิเคราะห์ความถดถอยแบบพหุ (MultipleRegression) และการวิเคราะห์จำแนกประเภท (DiscriminantAnalysis) ผสมผสานกับการวิเคราะห์เชิงคุณภาพ นอกจากนี้ ยังพบว่าปัจจัยที่ผลต่อระดับความรู้ของนักวิเคราะห์ นโยบายเรียงลำดับความสำคัญจากมากไปหาน้อยก็คือความเกี่ยวข้องกับงานด้านการวิเคราะห์นโยบาย ระดับความรู้พื้นฐานด้านการวิเคราะห์นโยบาย อายุการทำงานด้านการวิเคราะห์นโยบาย การสำเร็จการศึกษาด้านนโยบายและการบริหารการผ่านการอบรมด้านการวิเคราะห์นโยบาย และวุฒิการศึกษาประเด็นสำคัญที่พบอีกประการหนึ่งก็คือหน่วยงานด้านการวิเคราะห์นโยบายทำงานไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร มักทำงานตามที่เคยทำกันมา ไม่มีการเปลี่ยนแปลงปรับปรุงมากนักหน่วยงานด้านการวิเคราะห์นโยบายกับหน่วยงานด้านการติดตามประเมินผลเป็นส่วนหนึ่งของการวิเคราะห์นโยบาย หน่วยงานวิเคราะห์นโยบายมักทำหน้าที่เป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลเสนอผู้บริหารเมื่อผู้บริหารต้องการเท่านั้น จากผลการวิจัยดังกล่าว ผู้วิจัยจึงเสนอแนะให้มีการจัดตั้งหน่วยงานด้านการวิเคราะห์นโยบายและวางแผนทุกกระทรวง ทบวง กรม และทุกรัฐวิสาหกิจโดยมีงานด้านการติดตามและประเมินผลรวมอยู่ในหน่วยงานด้านการวิเคราะห์นโยบายและวางแผนด้วย ให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณสำหรับงานด้านนี้โดยเฉพาะ ให้มีการกำหนดแผนพัฒนาระบบการบริหารงานของส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจให้ชัดเจน ให้หน่วยงานด้านการวิเคราะห์นโยบายและวางแผนรับบุคคลเข้าทำงานในตำแหน่งนักวิเคราะห์นโยบายโดยคำนึงถึงความรู้ความสามารถด้านการวิเคราะห์นโยบายเป็นสำคัญเพื่อมาทำงานด้านการวิเคราะห์นโยบายจริง ๆ หน่วยงานนี้ควรส่งเสริมให้นักวิเคราะห์นโยบายมีโอกาสพัฒนาความรู้ความสามารถด้านการวิเคราะห์นโยบาย และเนื่องจากการวิจัยเรื่องนี้เป็นการวิจัยระดับมหภาคซึ่งให้ภาพรวมเกี่ยวกับารใช้เทคนิคการวิเคราะห์นโยบายในประเทศไทยไว้แล้ว การวิจัยที่น่าจะทำต่อไปจึงน่าจะเป็นการวิจัยระดับจุลภาคเกี่ยวกับการใช้เทคนิคแต่ละวิธีในการวิเคราะห์นโยบายแต่ละอย่างในแต่ละหน่วยงานในประเทศไทย นอกจากนี้ ยังพบว่าปัจจัยที่ผลต่อระดับความรู้ของนักวิเคราะห์นโยบายเรียงลำดับความสำคัญจากมากไปหาน้อยก็คือความเกี่ยวข้องกับงานด้านการวิเคราะห์นโยบาย ระดับความรู้พื้นฐานด้านการวิเคราะห์นโยบาย อายุการทำงานด้านการวิเคราะห์นโยบาย การสำเร็จการศึกษาด้านนโยบายและการบริหารการผ่านการอบรมด้านการวิเคราะห์นโยบาย และวุฒิการศึกษา ประเด็นสำคัญที่พบอีกประการหนึ่ง ก็คือ หน่วยงานด้านการวิเคราะห์นโยบายทำงานไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควรมักทำงานตามที่เคยทำกันมา ไม่มีการเปลี่ยนแปลงปรับปรุงมากนัก หน่วยงานด้านการวิเคราะห์นโยบายกับหน่วยงานด้านการติดตามประเมินผลจะแยกจากกันและไม่ประสานงานกันทั้ง ๆ ที่การติดตามประเมินผลเป็นส่วนหนึ่งของการวิเคราะห์นโยบาย หน่วยงานวิเคราะห์นโยบายมักทำหน้าที่เป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลเสนอผู้บริหารเมื่อผู้บริหารต้องการเท่านั้น จากผลการวิจัยดังกล่าว ผู้วิจัยจึงเสนอแนะให้มีการจัดตั้งหน่วยงานด้านการวิเคราะห์นโยบายและวางแผนทุกกระทรวง ทบวง กรม และทุกรัฐวิสาหกิจโดยมีงานด้านการติดตามและประเมินผลรวมอยู่ในหน่วยงาน ด้านการวิเคราะห์นโยบายและวางแผนด้วย ให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณสำหรับงานด้านนี้โดยเฉพาะ ให้มีการกำหนดแผนพัฒนาระบบการบริหารงานของส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจให้ชัดเจน ให้หน่วยงานด้านการวิเคราะห์นโยบายและวางแผนรับบุคคลเข้าทำงานในตำแหน่งนักวิเคราะห์นโยบาย โดยคำนึงถึงความรู้ความสามารถด้านการวิเคราะห์นโยบายเป็นสำคัญเพื่อมาทำงานด้านการวิเคราะห์นโยบายจริง ๆ หน่วยงานนี้ควรส่งเสริมให้นักวิเคราะห์นโยบายมีโอกาสพัฒนาความรู้ความสามารถด้านการวิเคราะห์นโยบาย และเนื่องจากการวิจัยเรื่องนี้เป็นการวิจัยระดับมหภาคซึ่งให้ภาพรวมเกี่ยวกับารใช้เทคนิคการวิเคราะห์นโยบายในประเทศไทยไว้แล้ว การวิจัยที่น่าจะทำต่อไปจึงน่าจะเป็นการวิจัยระดับจุลภาคเกี่ยวกับการใช้เทคนิคแต่ละวิธีในการวิเคราะห์นโยบายแต่ละอย่างในแต่ละหน่วยงานในประเทศไทย |
| บรรณานุกรม | : |
อรัสธรรม พรหมมะ . (2534). การใช้เทคนิคการวิเคราะห์นโยบายในส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจด้านเศรษฐกิจและสังคม.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. อรัสธรรม พรหมมะ . 2534. "การใช้เทคนิคการวิเคราะห์นโยบายในส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจด้านเศรษฐกิจและสังคม".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. อรัสธรรม พรหมมะ . "การใช้เทคนิคการวิเคราะห์นโยบายในส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจด้านเศรษฐกิจและสังคม."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2534. Print. อรัสธรรม พรหมมะ . การใช้เทคนิคการวิเคราะห์นโยบายในส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจด้านเศรษฐกิจและสังคม. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2534.
|
