ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ขีดความสามารถในการบริหารงานพัฒนาของสภาตำบล ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ขีดความสามารถในการบริหารงานพัฒนาของสภาตำบล ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
นักวิจัย : วิรัช วิรัชนิภาวรรณ
คำค้น : 336 P.
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2534
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1222534000003
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์นี้ให้ความสนใจอย่างยิ่งกับการศึกษาถึงความคิดเห็นของกรรมการสภาตำบล และทัศนคติของประชาชนต่อขีดความสามารถในการบริหารงานพัฒนาของสภาตำบล ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ดังนั้น จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อมุ่งศึกษาถึงความคิดเห็นของคณะกรรมการสภาตำบล และทัศนคติประชาชนต่อความสัมพันธ์ระหว่าง ITERMS กับ N ในฐานะที่ITERM,N เป็นตัวแบบหนึ่งที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้เป็นกรอบแนวคิดในการพิจารณาถึงขีดความสามารถในการบริหารงานพัฒนาของสภาตำบลได้โดย ITERMS ซึ่งประกอบขึ้นด้วยข้อมูลข่าวสาร เทคโนโลยี ฐานะทางการเงินของสภาตำบล ทรัพยากรการเสียสละเพื่อส่วนรวมของกรรมการสภาตำบล รวมทั้งกลุ่มทางสังคมและการเมืองในท้องถิ่น ทั้งหมดนี้เป็นปัจจัยที่มีผลต่อขีดความสามารถในการบริหารงานพัฒนาของสภาตำบลหรือเป็นกลุ่มตัวแปรอิสระ ส่วน N เป็นขีดความสามารถในการบริหารงานพัฒนาของสภาตำบล หรือเป็นตัวแปรตาม ซึ่งประกอบด้วยการกำหนดปัญหาและความต้องการของชาวบ้าน การตัดสินใจการวางแผน การจัดองค์การ การคลังท้องถิ่น การประสานงานการควบคุม และการประเมินผล นอกจากนี้วัตถุประสงค์ของการศึกษาครั้งนี้ ยังรวมไปถึงการเสนอแนวทางที่เหมาะสมสำหรับปรับปรุงการบริหารงานพัฒนาของสภาตำบลให้มีขีดความสามารถสูงขึ้นด้วย ตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้มี 2 กลุ่ม ได้แก่กรรมการสภาตำบลและประชาชนที่เป็นหัวหน้าครัวเรือนและผู้นำกลุ่ม ซึ่งสุ่มตัวอย่างได้จาก 81 ตำบล 27 อำเภอ 9 จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยได้ตัวอย่างจำนวน 854 คนซึ่งเท่ากับร้อยละ 81.1 ของตัวอย่างทั้งหมด (1,053 คน)ส่วนการรวบรวมข้อมูลสนามใช้วิธีสัมภาษณ์รายบุคคลด้วยแบบสอบถาม ในช่วงเดือนมิถุนายน ถึง กรกฎาคม 2534 การประมวลข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลใช้เครื่องคอมพิวเตอร์โปรแกรมSPSS สำหรับสถิติที่ใช้คือ ความแตกต่างของร้อยละChi-square และ Multiple regression ผลการศึกษาพบว่า ตามความคิดเห็นของกรรมการสภาตำบลนั้นปัจจัยที่มีผลต่อขีดความสามารถในการบริหารงานพัฒนาของสภาตำบล อันได้แก่ (1) เทคโนโลยี (2) ฐานะทางการเงินของสภาตำบล (3) ทรัพยากร (4) การเสียสละเพื่อส่วนรวมของกรรมการสภาตำบล ตลอดจน (5) กลุ่มทางสังคมและการเมืองในท้องถิ่น ยกเว้นข้อมูลข่าวสาร มีความสัมพันธ์ทางบวกหรือมีส่วนช่วยส่งเสริมให้การบริหารงานพัฒนาของสภาตำบลมีขีดความสามารถสูงขึ้น และเมื่อเรียงลำดับความสำคัญของปัจจัยดังกล่าวแต่ละตัวที่มีต่อขีดความสามารถในการบริหารงานพัฒนาของสภาตำบล โดยใช้ Multiple regression พบว่าทรัพยากรมีส่วนช่วยส่งเสริมให้การบริหารงานพัฒนาของสภาตำบลมีขีดความสามารถสูงขึ้นมากที่สุด รองลงมาตามลำดับคือฐานะทางการเงินของสภาตำบล กลุ่มทางสังคมและการเมืองในท้องถิ่น เทคโนโลยี การเสียสละเพื่อส่วนรวมของกรรมการสภาตำบล และข้อมูลข่าวสาร สำหรับแนวทางที่จะช่วยให้การบริหารงานพัฒนาของสภาตำบลมีขีดความสามารถสูงขึ้นนั้น พบว่าควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับฐานะทางการเงินของสภาตำบลควบคู่ไปกับทรัพยากร ส่วนผลการศึกษาถึงทัศนคติของประชาชนปรากฏว่า ปัจจัยที่มีผลต่อขีดความสามารถในการบริหารงานพัฒนาของสภาตำบลทุกตัวล้วนมีความสัมพันธ์ทางบวก หรือมีส่วนช่วยส่งเสริมให้การบริหารงานพัฒนาของสภาตำบลมีขีดความสามารถสูงขึ้นและเมื่อเรียบลำดับความสำคัญของปัจจัยดังกล่าวแต่ละตัวที่มีต่อขีดความสามารถในการบริหารงานพัฒนาของสภาตำบลก็พบว่าข้อมูลข่าวสารที่มีส่วนช่วยส่งเสริมให้การบริหารงานพัฒนาของสภาตำบลมีขีดความสามารถสูงขึ้นมากที่สุดรองลงมาตามลำดับคือฐานะทางการเงินของสภาตำบล กลุ่มทางสังคมและการเมืองในท้องถิ่น การเสียสละเพื่อส่วนรวมของกรรมการสภาตำบล เทคโนโลยี และทรัพยากร ส่วนแนวทางที่จะช่วยให้การบริหารงานพัฒนาของสภาตำบลมีขีดความสามารถสูงขึ้นนั้น พบว่าควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับข้อมูลข่าวสารฐานะทางการเงินของสภาตำบล กลุ่มทางสังคมและการเมืองในท้องถิ่น พร้อมทั้งการเสียสละเพื่อส่วนรวมของกรรมการสภาตำบล เมื่อศึกษาเปรียบเทียบความคิดเห็นของกรรมการสภาตำบลกับทัศนคติของประชาชน ทำให้พอที่จะกล่าวได้ว่าทั้งกรรมการสภาตำบลและประชาชนส่วนใหญ่มีแนวโน้มว่ายอมรับตัวแบบ ITERMS,N ในฐานะที่เป็นตัวแบบหนึ่งซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้เป็นกรอบแนวคิดในการพิจารณาถึงขีดความสามารถในการบริหารงานพัฒนาของสภาตำบลได้ ในเวลาเดียวกันยังพบว่าความคิดเห็นส่วนใหญ่ที่มีต่อ ITERMS,N เป็นไปในทำนองเดียวกันมีแตกต่างกันไม่มาก เฉพาะที่สำคัญคือเรื่องข้อมูลข่าวสาร สำหรับข้อเสนอแนะนั้น ผู้ศึกษาได้แบ่งเป็น 2 ส่วนคือข้อเสนอแนะในแง่ของเนื้อหาและในแง่ของระเบียบวิธีวิจัยในแง่ของเนื้อหาผู้ศึกษาได้เสนอแนะโดยยึดถือผลการศึกษาวิจัยที่ได้จากกรรมการสภาตำบลเป็นหลัก ทั้งนี้เพราะกรรมการสภาตำบลเป็นผู้ปฏิบัติงานพัฒนาในสภาตำบลอยู่โดยตรงขณะที่ประชาชนเป็นผู้ที่เฝ้ามองการปฏิบัติงานของสภาตำบลอยู่ภายนอก โดยเสนอแนะให้ภาครัฐและ/หรือภาคเอกชนนำตัวแบบITERMS,N ไปประยุกต์ใช้สำหรับพิจารณาถึงขีดความสามารถในการบริหารงานพัฒนาของสภาตำบล และไม่ควรให้ความสำคัญกับITERMS ทุกปัจจัยอย่างเท่าเทียมกัน แต่ควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับฐานะทางการเงินของสภาตำบล ซึ่งหมายถึงรายได้จากงบประมาณ เงินสนับสนุน และรายได้ของตำบลเองควบคู่ไปกับทรัพยากร ซึ่งหมายถึงความรู้ความสามารถของกรรมการสภาตำบลอันเปรียบเสมือนการพัฒนาคุณภาพชีวิตของกรรมการสภาตำบลและประชาชน ทั้งในด้านเศรษฐกิจและสังคมควบคู่กันไป ส่วนข้อเสนอแนะในแง่ของระเบียบวิธีวิจัยที่สำคัญนั้น ผู้ศึกษาได้เสนอให้ปรับปรุงข้อคำถามเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารที่ใช้สัมภาษณ์กรรมการสภาตำบล โดยให้ข้อคำถามครอบคลุมข้อมูลข่าวสารชนิดที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการอย่างเท่าเทียมกัน พร้อมกันนั้นผู้ถูกสัมภาษณ์ที่เป็นประชาชนน่าจะเป็นผู้รู้เรื่องเกี่ยวกับสภาตำบล และโครงการสร้างงานในชนบทอย่างแท้จริง รวมทั้งไม่ควรถามชื่อผู้ถูกสัมภาษณ์ด้วย ท้ายที่สุด ผลการศึกษาได้ก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งในทางวิชาการและทางปฏิบัติ ในทางวิชาการเป็นการยืนยันการใช้แนวความคิด หรือตัวแบบ ITERMS,N ซึ่งมีอยู่เดิมแล้วว่าสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้โดยทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนในทางปฏิบัติซึ่งเกี่ยวเนื่องกับทางวิชาการนั้น ผลการศึกษาได้ช่วยเสนอแนะแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน เพื่อการปรับปรุงหรือพัฒนาขีดความสามารถในการบริหารงานพัฒนาของสภาตำบลโดยเสนอให้ภาครัฐและ/หรือภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องนำตัวแบบ ITERMS,N ไปประยุกต์ใช้โดยควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับฐานะทางการเงินของสภาตำบลควบคู่ไปกับทรัพยากรดังกล่าวแล้ว ซึ่งเท่ากับเป็นการสนับสนุนความต้องการของกรรมการสภาตำบลที่แสดงออกผ่านทางการศึกษาครั้งนี้ อันจะมีส่วนช่วยส่งเสริมให้การปฏิบัติงานพัฒนาของสภาตำบลมีขีดความสามารถสูงขึ้น พร้อมทั้งมีส่วนช่วยทำให้สภาตำบลเป็นหน่วยงานเพื่อการพัฒนาชนบทในระดับตำบลอย่างแท้จริงต่อไป

บรรณานุกรม :
วิรัช วิรัชนิภาวรรณ . (2534). ขีดความสามารถในการบริหารงานพัฒนาของสภาตำบล ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
วิรัช วิรัชนิภาวรรณ . 2534. "ขีดความสามารถในการบริหารงานพัฒนาของสภาตำบล ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
วิรัช วิรัชนิภาวรรณ . "ขีดความสามารถในการบริหารงานพัฒนาของสภาตำบล ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2534. Print.
วิรัช วิรัชนิภาวรรณ . ขีดความสามารถในการบริหารงานพัฒนาของสภาตำบล ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2534.