| ชื่อเรื่อง | : | บรรยากาศองค์การกับความพอใจในงานของครูโรงเรียนมัธยมเพื่อพัฒนาชนบท |
| นักวิจัย | : | วุฒินนท์ วิมลศิลป์ |
| คำค้น | : | 133 P. |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2533 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1222533000010 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วัตถุประสงค์ของการศึกษาครั้งนี้มี 4 ประการคือ(1) เพื่อศึกษาระดับความพอใจในงานของครูโรงเรียนมัธยมเพื่อพัฒนาชนบท (2) เพื่อศึกษาระดับการรับรู้บรรยากาศองค์การของครูโรงเรียนมัธยมเพื่อพัฒนาชนบท (3) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างบรรยากาศองค์การกับความพอใจในงานของครูโรงเรียนมัธยมเพื่อพัฒนาชนบท และ (4) เพื่อศึกษาเปรียบเทียบระดับความพอใจในงานของครูโรงเรียนมัธยมเพื่อพัฒนาชนบทในระดับอำเภอและตำบล ผู้วิจัยได้ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลจากข้าราชการครูโรงเรียนมัธยมเพื่อพัฒนาชนบท ในเขตการศึกษา 10 ประกอบด้วยจังหวัดมหาสารคาม ร้อยเอ็ดกาฬสินธุ์ มุกดาหาร ยโสธร อุบลราชธานี และนครพนม จำนวน338 คน เครื่องมือที่ใช้วิจัยครั้งนี้คือแบบสอบถามซึ่งประกอบด้วยข้อคำถาม 3 ส่วนคือ ส่วนแรกเป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับภูมิหลังของครู ส่วนที่สองเป็นแบบวัดความพอใจในงาน ส่วนที่สามเป็นแบบวัดบรรยากาศองค์การ โดยแบบวัดความพอใจในงานนั้นผู้วิจัยได้ดัดแปลงจาก job DescriptionIndex ของ Smith & et.al. (1975) ซึ่งประกอบด้วยมิติด้านลักษณะงาน ความก้าวหน้า การบังคับบัญชา เพื่อนร่วมงานและค่าตอบแทน ส่วนแบบวัดบรรยากาศองค์การนั้น ผู้วิจัยได้ดัดแปลงจากแบบวัดบรรยากาศองค์การของ Litwin & Stringer(1968) ในมิติด้านโครงสร้างงาน มาตรฐานงาน ความอบอุ่นความขัดแย้ง เอกลักษณ์องค์การ และดัดแปลงจากแบบวัดProfile Organizational Characteristics (POC) ของ Likert(1967) ในมิติด้านภาวะผู้นำ การตัดสินใจ การติดต่อสื่อสาร ผลการศึกษามีดังต่อไปนี้ 1) เกี่ยวกับความพอใจในงานข้าราชการครูโดยทั่วไปมีความพอใจในงานอยู่ในระดับสูง และเมื่อพิจารณาโดยแยกมิติในกลุ่มตัวอย่างทุกกลุ่มมีแนวโน้มเหมือนกันคือ มิติด้านลักษณะงานมีคะแนนเฉลี่ยสูงสุด และมิติด้านค่าตอบแทนมีค่าต่ำสุด 2) เกี่ยวกับการรับรู้บรรยากาศองค์การข้าราชการครูมีการรับรู้บรรยากาศองค์การโดยส่วนรวมอยู่ในเกณฑ์ดีจากการพิจารณาคะแนนเฉลี่ยในแต่ละกลุ่มตัวอย่าง คือกลุ่มตัวอย่างในระดับอำเภอ และในระดับตำบล มีค่าเท่ากับ3.42 และ 3.22 ตามลำดับ และเมื่อพิจารณาโดยแยกมิติในกลุ่มตัวแย่างในระดับอำเภอ คะแนนเฉลี่ยมิติด้านการกำหนดมาตรฐานงานมีค่าสูงสุดเท่ากับ 3.61 มิติด้านความขัดแย้งมีคะแนนเฉลี่ยต่ำสุดเท่ากับ 3.19 ส่วนกลุ่มตัวอย่างในระดับตำบลมิติด้านการกำหนดมาตรฐานงานมีค่าสูงสุดเท่ากับ 3.50และมิติด้านภาวะผู้นำมีคะแนนเฉลี่ยต่ำสุดเท่ากับ 3.06ซึ่งทุกมิติของบรรยากาศองค์การในทุกกลุ่มตัวอย่างคะแนนเฉลี่ยจะมีการกระจายอยู่ใน ช่วง 3.06 - 3.61 3) ตัวแปรภูมิหลังของครูที่ศึกษา ได้แก่ เพศ อายุสถานภาพสมรส ระดับการศึกษา อายุราชการ และภูมิลำเนาไม่มีความสัมพันธ์กับความพอใจในงานอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ 4) บรรยากาศองค์การมีความสัมพันธ์ทางบวกกับความพอใจในอย่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ 5) ความพอใจในงานของครูโรงเรียนมัธยมเพื่อพัฒนาชนบทระดับอำเภอและตำบลอยู่ในระดับที่ไม่แตกต่างกัน จากผลการศึกษาดังกล่าวสามารถชี้ให้เห็นว่าบรรยากาศองค์การมีความสัมพันธ์กับความพอใจในงาน ย่อมเป็นแนวทางในการปรับปรุงบรรยากาศองค์การให้ตอบสนองต่อความพอใจในงานของครูได้โดยมิติที่ควรให้ความสำคัญเป็นลำดับแรก ๆ คือ มิติด้านโครงสร้างงาน มิติด้านความอบอุ่น มิติด้านภาวะผู้นำและมิติด้านเอกลักษณ์องค์การ |
| บรรณานุกรม | : |
วุฒินนท์ วิมลศิลป์ . (2533). บรรยากาศองค์การกับความพอใจในงานของครูโรงเรียนมัธยมเพื่อพัฒนาชนบท.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. วุฒินนท์ วิมลศิลป์ . 2533. "บรรยากาศองค์การกับความพอใจในงานของครูโรงเรียนมัธยมเพื่อพัฒนาชนบท".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. วุฒินนท์ วิมลศิลป์ . "บรรยากาศองค์การกับความพอใจในงานของครูโรงเรียนมัธยมเพื่อพัฒนาชนบท."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2533. Print. วุฒินนท์ วิมลศิลป์ . บรรยากาศองค์การกับความพอใจในงานของครูโรงเรียนมัธยมเพื่อพัฒนาชนบท. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2533.
|
