| ชื่อเรื่อง | : | การย่อยสลายมวล เซลล์ และสารพิษของไซยาโนแบคทีเรีย |
| นักวิจัย | : | อาศิรา มั่นคง |
| คำค้น | : | CYANOBACTERIA , BLUE-GREEN ALGAE , MICROCYSTIN , DECOMPOSITION , DEGRADATION |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2545 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=46745 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การศึกษาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทดสอบหาสภาพในสภาวะบกที่เหมาะสมต่อการ ย่อยสลายชีวมวลไซยาโนแบคทีเรียชนิด ~iMicrocystis aeruginosa~i และสารพิษไมโครซิสติน ที่อยู่ภายในเซลล์ รวมถึงการคัดเลือกสายพันธุ์แบคทีเรียที่มีความสามารถสูงสุดในการ ย่อยสลายเซลล์ และสารสกัดหยาบไมโครซิสติน และทำการจำแนกชนิดของสายพันธุ์แบคทีเรีย นั้นๆ ทำการศึกษาโดยทดสอบกับชีวมวลของตัวอย่างไซยาโนแบคทีเรีย ~iM.aeruginosa~i ที่พบ เป็นแผ่นฝ้าหนาในบ่อเลี้ยงปลาแห่งหนึ่ง ในจังหวัดปทุมธานี โดยเตรียมตัวอย่างที่เก็บ รวบรวมมาได้นั้นเป็น 2 ลักษณะ ส่วนหนึ่งผสมกับดิน อีกส่วนไม่ผสม ทำการบ่มตัวอย่างใน ที่ร่มเปรียบเทียบกับภายใต้แสงธรรมชาติ ทำการคัดแยกสายพันธุ์แบคทีเรียจากสภาพที่ เหมาะสมที่สุด ไปใช้ในการทดสอบความสามารถในการย่อยเซลล์ ~iM.aeruginosa~i TISTR 8325 ด้วยวิธีทดสอบบนอาหารวุ้น รวมไปถึงหาอัตราการย่อยสลายของสารสกัดหยาบ ไมโครซิสตินที่ความเข้มข้นต่างๆ หลังจากนั้นทำการจำแนกชนิดแบคทีเรียที่ใช้ในการทดลอง โดยอาศัยแนวทางในการจัดจำแนกของ Bergeys Manual of Systematic Bacteriology ร่วมกับการใช้อุปกรณ์จำแนกชนิดแบคทีเรียระบบเอพีไอ จากผลการทดลองพบว่า ปฏิกิริยาการย่อยสลายชีวมวลของ ~iM.aeruginosa~i จะเกิด ในที่ร่มได้เร็วกว่าในที่ได้รับแสงโดยตรง ซึ่งช่วงเวลาที่ใช้ในการย่อยสลายชีวมวลและ สารพิษภายในเซลล์จนสมบูรณ์นั้น จะสั้นที่สุดในชุดทดลองที่มีการผสมชีวมวลกับดิน โดยสารไมโครซิสตินตกค้างจะลดต่ำกว่าขีดจำกัดในการตรวจวัดหลังจากทำการทดลองเป็น เวลา 8 วัน นอกจากนั้นยังไม่พบการเจริญของเซลล์เมื่อนำตัวอย่างที่เหลือไปเลี้ยง ในอาหารเลี้ยงเชื้อ จากชุดการทดลองในที่ร่ม สามารถคัดแยกแบคทีเรียได้ทั้งหมด 22 สายพันธุ์ จัดเป็นชนิดที่มีความสามารถในการย่อยสลายเซลล์ของ ~iM.aeruginosa~i TISTR 8325 รวม 5 สายพันธุ์ โดยแบคทีเรียรหัส D3-2 มีประสิทธิภาพในการย่อยสลายเซลล์ได้ดี ที่สุดและแบคทีเรียรหัส D1-2 มีความสามารถในการย่อยสลายสารสกัดหยาบไมโครซิสตินได้ ดีที่สุด โดยสามารถย่อยสลายสารสกัดหยาบความเข้มข้น 10 50 และ 100 ไมโครกรัมต่อลิตร ได้อย่างสมบูรณ์ในเวลา 6 7 และ 9 วัน เทียบเป็นค่าครึ่งชีวิต 0.92 1.06 และ 1.20 วัน ตามลำดับ ส่วนแบคทีเรียรหัส D3-2 ซึ่งมีความสามารถรองลงมา สามารถย่อยสลายสารสกัด อย่างสมบูรณ์ในเวลา 6 8 และ 9 วัน เทียบเป็นค่าครึ่งชีวิต 0.74 1.52 และ 1.62 วัน ตามลำดับ สำหรับผลการการจัดจำแนกชนิดของแบคทีเรีย พบว่าแบคทีเรียรหัส D1-2 คือ ~iMicrocyclus~i sp. และแบคทีเรียรหัส D3-2 คือ ~iBacillus brevis~i จากการศึกษาในครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า การเก็บชีวมวลโดยวิธีทางกายภาพไปผสมดิน แล้วหมักในที่ร่มน่าจะเป็นวิธีที่ง่าย และเหมาะสมกว่าวิธีการใช้สารเคมี ในการจัดการ กับชีวมวลที่เกิดจากการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วของไซยาโนแบคทีเรียในแหล่งน้ำต่างๆ ในกรณีที่นำไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่จริง อาจเพิ่มประสิทธิภาพในการบำบัด โดยการเติม แบคทีเรียชนิด ~iBacillus brevis~i ในช่วงระยะการหมักด้วย ส่วนการบำบัดน้ำดิบที่มี การปนเปื้อนของสารไมโครซิสติน อาจทำได้โดยการเติมแบคทีเรียรหัส D1-2 คือ ~iMicrocyclus~i sp. ลงในกระบวนการบำบัด |
| บรรณานุกรม | : |
อาศิรา มั่นคง . (2545). การย่อยสลายมวล เซลล์ และสารพิษของไซยาโนแบคทีเรีย.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. อาศิรา มั่นคง . 2545. "การย่อยสลายมวล เซลล์ และสารพิษของไซยาโนแบคทีเรีย".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. อาศิรา มั่นคง . "การย่อยสลายมวล เซลล์ และสารพิษของไซยาโนแบคทีเรีย."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2545. Print. อาศิรา มั่นคง . การย่อยสลายมวล เซลล์ และสารพิษของไซยาโนแบคทีเรีย. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2545.
|
