| ชื่อเรื่อง | : | ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการมารักษาล่าช้าในผู้ป่วยมะเร็งเต้านม |
| นักวิจัย | : | สุภารัตน์ พิสัยพันธุ์ |
| คำค้น | : | DELAYED TREATMENT , BREAST CANCER PATIENTS |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2545 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=46727 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | มะเร็งเต้านมเป็นสาเหตุการตายอันดับสองของมะเร็งในสตรีไทย การได้รับการวินิจฉัย และรักษาที่รวดเร็วเมื่อเกิดอาการจะช่วยลดอัตราการตายและภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ที่ตามมา แต่ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมส่วนใหญ่มารับการรักษาล่าช้า ดังนั้นพยาบาลจำเป็นต้องทราบถึง ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการมารับการรักษาล่าช้า เพื่อที่จะลดการมารับการรักษาล่าช้าของ ผู้ป่วย ช่วยให้ผู้ป่วยได้รับประโยชน์สูงสุดจากการรักษาและเพิ่มอัตราการรอดชีพของ ผู้ป่วยให้สูงขึ้น การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาย้อนหลังแบบกลุ่มศึกษาและกลุ่มควบคุม เพื่อศึกษา ปัจจัยต่างๆ ที่มีอิทธิพลต่อการมารักษาล่าช้าและศึกษาระยะเวลาของความล่าช้าตั้งแต่ เริ่มมีอาการจนได้รับการรักษาในผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่มารับการรักษา ณ แผนกศัลยกรรม สถาบันมะเร็งแห่งชาติ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โรงพยาบาลรามาธิบดี และโรงพยาบาลศิริราช ระหว่างเดือนสิงหาคม ถึงเดือนธันวาคม พ.ศ.2544 จำนวน 140 ราย โดยการคัดเลือกกลุ่ม ตัวอย่างตามเกณฑ์ที่กำหนด กลุ่มศึกษาได้แก่ ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะที่ 2, 3 หรือ 4 จำนวน 70 คน กลุ่มควบคุมได้แก่ ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะเริ่มแรก หรือระยะที่ 1 จำนวน 70 คน เครื่องมือในการวิจัยได้แก่ แบบบันทึกผลการวินิจฉัยโรคมะเร็งเต้านม แบบสัมภาษณ์ ข้อมูลส่วนบุคคล แบบสัมภาษณ์ระยะเวลาการมารักษาล่าช้า แบบสัมภาษณ์พฤติกรรมแสวงหา การดูแลสุขภาพ แบบสัมภาษณ์การรับรู้การคุกคามของโรคมะเร็งเต้านม และแบบสัมภาษณ์ การสนับสนุนจากผู้อื่น โดยใช้กรอบแนวคิดเกี่ยวกับการตัดสินใจของดราคัพและคณะ (1995) วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงบรรยาย การวิเคราะห์ตัวแปรเดี่ยวแบบไคสแคว์และวิเคราะห์ การถดถอยพหุแบบลอจิสติก ผลการศึกษาพบว่าผู้หญิงที่มีพฤติกรรมแสวงหาการดูแลสุขภาพไม่ดีจะมารักษาล่าช้า เป็น 3.96 เท่าของผู้ป่วยที่มีพฤติกรรมแสวงหาการดูแลสุขภาพดี (Adjusted OR=3.96, 95% CI=1.86-8.45, p<.01) ผู้ป่วยที่มีการรับรู้การคุกคามของโรคมะเร็งเต้านมต่ำจะมารักษา ล่าช้าเป็น 3.60 เท่าของผู้ป่วยที่มีการรับรู้การคุกคามของโรคมะเร็งเต้านมสูง (Adjusted OR=3.60, 95%CI=1.70-7.64, p<.01) ในขณะที่การสนับสนุนจากผู้อื่นในการศึกษาครั้งนี้ ไม่พบมีอิทธิพลต่อการมารักษาล่าช้าในผู้ป่วยมะเร็งเต้านม และการศึกษานี้พบว่าค่ามัธยฐาน ของระยะเวลาการมารักษาล่าช้าเท่ากับ 5.50 เดือน การศึกษานี้เสนอแนะว่าพยาบาลควรให้ความรู้ผู้หญิงทั้งที่อยู่ในชุมชนหรือมารับ บริการที่โรงพยาบาลเกี่ยวกับโรคมะเร็งเต้านมและการตรวจค้นหาโรคในระยะแรกขณะที่ไม่มี อาการ การให้สุขศึกษาควรเน้นถึงความจำเป็นที่เมื่อพบอาการผิดปกติของเต้านมต้องมา พบแพทย์ นอกจากนี้ควรมีการจัดโปรแกรมการสอนการตรวจเต้านมด้วยตนเองโดยมุ่งให้ผู้หญิง สามารถตรวจเต้านมด้วยตนเองได้อย่างถูกต้องตั้งแต่อายุ 20 ปี เป็นต้นไป การรณรงค์การ ตรวจค้นหาโรคมะเร็งเต้านมในระยะแรก การให้ข้อมูลเกี่ยวกับโรคมะเร็งเต้านมโดยบริการ โทรศัพท์สายด่วน จะช่วยให้ผู้หญิงกลุ่มเสี่ยงสามารถพบโรคในระยะแรก ลดระยะเวลาการมา รักษาล่าช้าและตัดสินใจมารับการรักษาได้เร็วขึ้น |
| บรรณานุกรม | : |
สุภารัตน์ พิสัยพันธุ์ . (2545). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการมารักษาล่าช้าในผู้ป่วยมะเร็งเต้านม.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สุภารัตน์ พิสัยพันธุ์ . 2545. "ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการมารักษาล่าช้าในผู้ป่วยมะเร็งเต้านม".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สุภารัตน์ พิสัยพันธุ์ . "ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการมารักษาล่าช้าในผู้ป่วยมะเร็งเต้านม."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2545. Print. สุภารัตน์ พิสัยพันธุ์ . ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการมารักษาล่าช้าในผู้ป่วยมะเร็งเต้านม. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2545.
|
