| ชื่อเรื่อง | : | การควบคุมเบาหวานของวัยรุ่นและหนุ่มสาวที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1 |
| นักวิจัย | : | เฉลาศรี เสงี่ยม |
| คำค้น | : | TYPE , DIABETES , ADOLESCENTS AND YOUNG ADULTS , DIABETIC CONTROL |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2542 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=43959 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การควบคุมเบาหวานซึ่งประกอบด้วย การฉีดอินสุลินที่ถูกต้อง การรับประทานอาหารที่เหมาะสม การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และการตรวจน้ำตาลในเลือดด้วยตนเอง เป็นสิ่งที่ยากต่อการปฏิบัติ โดยเฉพาะผู้ป่วยเบาหวานที่อยู่ในช่วงวัยรุ่นและวัยหนุ่มสาวที่มีการเปลี่ยนแปลงหลายด้านพร้อมๆ กัน ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคม การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการควบคุม เบาหวานและอุปสรรคต่อการควบคุมเบาหวานของวัยรุ่นและหนุ่มสาวที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1 กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 ที่มารับการตรวจรักษาที่แผนกตรวจโรคเบาหวาน โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ จำนวน 30 ราย กลุ่มตัวอย่างดังกล่าวถูกสัมภาษณ์โดยใช้แบบสัมภาษณ์ ชนิดมีโครงสร้าง วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการศึกษาพบว่า วัยรุ่นและหนุ่มสาวที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1 มีการควบคุมเบาหวาน ด้านการฉีดอินสุลินไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะด้านเวลาในการฉีดอินสุลิน ซึ่งพบว่า ร้อยละ 93.3 ของกลุ่มตัวอย่างฉีดอินสุลินในเวลาที่ไม่ตรงกันในแต่ละวัน และร้อยละ 88 ของกลุ่มตัวอย่าง ฉีดอินสุลินก่อนมื้ออาหารน้อยกว่า 30 นาที เมื่อพิจารณาด้านปริมาณอินสุลินที่ฉีด พบว่า ร้อยละ 50 ของกลุ่มตัวอย่างปรับลดปริมาณอินสุลินด้วยตนเอง นอกจากนั้นยังพบว่า ร้อยละ 23.3 ของ กลุ่มตัวอย่างละเลยการฉีดอินสุลินอย่างต่อเนื่อง ขณะที่อุปสรรคที่พบมากที่สุดคือ ไม่วางแผน จัดเวลาในการฉีดอินสุลิน (ร้อยละ 83), ไม่ตระหนักถึงอันตรายของภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว จากเบาหวาน (ร้อยละ 53.3) ด้านการควบคุมอาหารพบว่าส่วนใหญ่ของกลุ่มตัวอย่างไม่ควบคุมอาหาร (ร้อยละ 53.3) ซึ่งอุปสรรคที่พบมากที่สุด คือ ไม่สามารถหักห้ามใจตนเองได้ และไม่สะดวกเมื่อ รับประทานอาหารนอกบ้าน (ร้อยละ 83.3 และ 56.7 ตามลำดับ) ด้านการออกกำลังกายพบว่า ส่วนใหญ่ไม่มีการออกกำลังกาย (ร้อยละ 63.3) โดยอุปสรรคที่พบมากที่สุดคือ ไม่มีเพื่อนในการ ออกกำลังกาย (ร้อยละ 33.3) สุดท้ายคือด้านการติดตามประเมินผลการควบคุมเบาหวาน พบว่า ส่วนใหญ่ของกลุ่มตัวอย่างมีอุปกรณ์ตรวจน้ำตาลในเลือดด้วยตนเอง (ร้อยละ 66.7) แต่โดยมาก ตรวจน้ำตาลในเลือดไม่สม่ำเสมอ (ร้อยละ 85) ซึ่งอุปสรรคที่พบ คือ ไม่สะดวกในการตรวจน้ำตาล ในเลือดเมื่ออยู่นอกบ้าน และไม่สามารถทนต่อความเจ็บปวดจากการตรวจน้ำตาลในเลือดได้ (ร้อยละ 60 และ 43.3 ตามลำดับ) จากผลการศึกษาในครั้งนี้ มีข้อเสนอแนะว่าในการให้ความรู้ผู้ป่วยเบาหวาน ควรมีการฝึกทักษะ การแก้ปัญหาอันเกิดจากการควบคุมเบาหวานในการดำเนินชีวิตประจำวัน ร่วมกับใช้กลวิธีต่างๆ ใน การส่งเสริมการควบคุมเบาหวานทั้ง 4 ด้านดังกล่าว |
| บรรณานุกรม | : |
เฉลาศรี เสงี่ยม . (2542). การควบคุมเบาหวานของวัยรุ่นและหนุ่มสาวที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. เฉลาศรี เสงี่ยม . 2542. "การควบคุมเบาหวานของวัยรุ่นและหนุ่มสาวที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. เฉลาศรี เสงี่ยม . "การควบคุมเบาหวานของวัยรุ่นและหนุ่มสาวที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2542. Print. เฉลาศรี เสงี่ยม . การควบคุมเบาหวานของวัยรุ่นและหนุ่มสาวที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2542.
|
