ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

พฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพของครูประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษา จังหวัดประจวบ คีรีขันธ์

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : พฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพของครูประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษา จังหวัดประจวบ คีรีขันธ์
นักวิจัย : มณีภรณ์ อนุสรณ์พานิช
คำค้น : พฤติกรรม , ส่งเสริมสุขภาพ , ครูประถมศึกษา , HEALTH PROMOTION BEHAVIOR , TEACHER , PRIMARY SCHOOL
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2542
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=43646
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ครูเป็นแม่พิมพ์ชองชาติ เป็นต้นแบบที่ดีของนักเรียน จึงควรเป็นผู้ที่มีพฤติกรรม ส่งเสริมสุขภาพที่ถูกต้องและเหมาะสม การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ มีเป้าหมาย เพื่อศึกษาพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพของครูประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษา จังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพ โดยใช้กรอบแนวคิด การส่งเสริมสุขภาพของเพนเดอร์มาประยุกต์ใช้ในการกำหนดกรอบแนวคิด ซึ่งประกอบด้วยปัจจัย ร่วมและปัจจัยด้านความรู้-การรับรู้ ที่สัมพันธ์กับพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพของครูกลุ่ม ตัวอย่างครูชาย 95 คน ครูหญิง 255 คน รวม 350 คน คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้นภูมิ จำแนกตามเพศในแต่ละโรงเรียน ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยให้กลุ่มตัวอย่างตอบแบบสอบถามด้วย ตนเอง ซึ่งผู้วิจัยสร้างขึ้นโดยวิเคราะห์ความสัมพันธ์และอิทธิพลของตัวแปรที่ศึกษาด้วย สถิติไค-สแควร์ สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน และสถิติจำแนกพหุ (MCA) ผลการวิจัยพบว่า ปัจจัยร่วม ได้แก่ เพศ สถานภาพสมรส การได้รับคำแนะนำจากเพื่อน คู่สมรส ผู้บังคับบัญชา มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value < 0.05) ส่วนปัจจัยด้านความรู้-การรับรู้ ได้แก่ ค่านิยมต่อการส่งเสริมสุขภาพ ทัศนคติต่อการส่งเสริมสุขภาพ การรับรู้ความสามารถตนต่อการส่งเสริมสุขภาพ การรับรู้ประโยชน์ ต่อการส่งเสริมสุขภาพ และการรับรู้อุปสรรคต่อการส่งเสริมสุขภาพ มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรม ส่งเสริมสุขภาพอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value < 0.0001) และเมื่อวิเคราะห์การจำแนกพหุ พบว่า ปัจจัยร่วมและปัจจัยด้านความรู้-การรับรู้ สามารถทำนายพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพของ ครูโดยรวมทุกด้านร้อยละ 39.4 (R(2) = 0.394) และพบว่า การรับรู้ความสามารถของตนต่อการ ส่งเสริมสุขภาพ เป็นตัวทำนายพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพของครูได้ดีที่สุด รองลงมา คือ เพศ และการได้รับคำแนะนำ/ สนับสนุนจากบุคคลตามลำดับ ผลการวิจัยครั้งนี้มีข้อเสนอแนะว่า ควรนำปัจจัยที่สามารถทำนายพฤติกรรมส่งเสริม สุขภาพโดยเฉพาะการรับรู้ความสามารถของตนต่อการส่งเสริมสุขภาพ มาเป็นแนวทางในการจัดทำ โครงการและมีกิจกรรมเป็นรูปธรรมขึ้น เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของครูไปในแนวทางที่ เหมาะสมต่อไป

บรรณานุกรม :
มณีภรณ์ อนุสรณ์พานิช . (2542). พฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพของครูประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษา จังหวัดประจวบ คีรีขันธ์.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
มณีภรณ์ อนุสรณ์พานิช . 2542. "พฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพของครูประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษา จังหวัดประจวบ คีรีขันธ์".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
มณีภรณ์ อนุสรณ์พานิช . "พฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพของครูประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษา จังหวัดประจวบ คีรีขันธ์."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2542. Print.
มณีภรณ์ อนุสรณ์พานิช . พฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพของครูประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษา จังหวัดประจวบ คีรีขันธ์. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2542.