| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษาเปรียบเทียบผลการแก้ไขภาวะหัวนมสั้นในหญิง ตั้งครรภ์และการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ภายหลังคลอด |
| นักวิจัย | : | วันทนีย์ ชวพงค์ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2540 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=42317 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | ภาวะหัวนมสั้นเป็นความผิดปกติของหัวนมที่เป็น อุปสรรคขัดขวางความสามารถของมารดาที่จะเลี้ยงบุตร ด้วยนมตนเองให้ประสบผลสำเร็จ เป็นการปิดกั้นโอกาส และสิทธิของบุตรไม่ให้ได้รับการตอบสนองต่อความต้องการ อย่างพึงพอใจจากมารดา การแก้ไขภาวะหัวนมสั้นจึงเป็น การเตรียมมารดาให้มีความพร้อมที่จะเลี้ยงดูบุตรด้วยนม ตนเองได้ การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลอง มีวัตถุ ประสงค์เพื่อศึกษาเปรียบเทียบผลของการแก้ไขภาวะหัวนม สั้นในหญิงตั้งครรภ์ ที่ใช้วิธีแก้ไขภาวะหัวนมสั้น 3 วิธี คือ วิธีของฮอฟแมน ใช้ปทุมแก้ว และใช้กระบอกฉีดยา การประเมินการปฏิบัติเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ภาย หลังคลอดขณะอยู่ในโรงพยาบาล และติดตามการเลี้ยง ลูกด้วยนมแม่ภายหลังคลอด 6 สัปดาห์ กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษา คือ หญิงตั้งครรภ์ครรภ์แรกที่รับบริการฝากครรภ์ คลอด และตรวจหลังคลอดที่โรงพยาบาลราชวิถี จำนวน 132 คน ในระยะตั้งครรภ์ หญิงตั้งครรภ์ได้รับการสุ่มครั้งแรกเข้า สู่กลุ่มทดลอง 3 กลุ่ม ๆ ละ 44 คน ตามวิธีแก้ไขภาวะ หัวนมสั้น 3 วิธี และได้รับการสุ่มครั้งที่สองเพื่อเข้า กลุ่มย่อย 6 กลุ่ม ๆ ละ 22 คน เป็นกลุ่มที่ใช้วิธีแก้ไข ภาวะหัวนมสั้นร่วมกับการพัฒนาการรับรู้ความสามารถของ ตนเอง จำนวน 3 กลุ่ม ทำการทดลองโดยให้หญิงตั้งครรภ์ ใช้วิธีแก้ไขภาวะหัวนมสั้นคนละ 1 วิธี มีการวัดความยาว ของหัวนมก่อนและหลังการทดลอง มีการวัดการรับรู้ ความสามารถของตนเองเกี่ยวกับการแก้ไขภาวะ หัวนมสั้นและการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ก่อนและหลังการ ทดลอง มีการพัฒนาการรับรู้ความสามารถของตนเองให้แก่ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้วิธีแก้ไขภาวะหัวนมสั้นร่วมกับการพัฒนา การรับรู้ความสามารถของตนเอง ในระยะหลังคลอด มารดาจำนวน 132 คน ได้รับการสุ่มเข้าสู่กลุ่มทดลอง 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่ได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับการเลี้ยงลูก ด้วยนมแม่โดยระบบสนับสนุนและ กลุ่มที่ได้รับคำแนะนำ ตามปกติโดยเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล มีการประเมินการ ปฏิบัติเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ขณะอยู่ในโรงพยาบาล และติดตามการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ไปจนถึง 6 สัปดาห์ หลังคลอด เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูลได้แก่ เครื่อง มือวัดความยาวหัวนม (Borworn Calipers) แบบสอบ ถามการรับรู้ความสามารถของตนเอง แบบประเมินการ ปฏิบัติเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ขณะอยู่ในโรงพยาบาล และแบบบันทึกการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ภายหลังคลอด 6 สัปดาห์ เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง ได้แก่ ปทุมแก้ว กระบอกฉีด ยาพลาสติกขนาด 10 มิลลิลิตร คู่มือการแก้ไขภาวะหัวนมสั้น แผนการพัฒนาการรับรู้ความสามารถของตนเองที่ผู้วิจัย พัฒนาขึ้นตามแนวทฤษฎีความสามารถของตนเองของแบนดูรา แผนการให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ และ คู่มือการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การ ทดสอบที การวิเคราะห์ความแปรปรวน และการทดสอบแบบ ไค-สแควร์ ผลการวิจัยมีดังต่อไปนี้ การแก้ไขภาวะหัวนมสั้น โดยวิธีของฮอฟแมน โดย การใช้ปทุมแก้ว และการใช้กระบอกฉีดยา ทำให้ความยาว ของหัวนมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ทั้งหัวนมข้าง ซ้ายและหัวนมข้างขวา p<.001 และความยาวของหัวนมที่ เพิ่มขึ้นจากการใช้วิธีแก้ไขภาวะหัวนมสั้นทั้ง 3 วิธีไม่ แตกต่างกัน นอกจากนี้ความยาวของหัวนมที่เพิ่มขึ้น ระหว่างกลุ่มที่ใช้วิธีแก้ไขภาวะหัวนมสั้นร่วมกับการ พัฒนารับรู้ความสามารถของตนเองไม่แตกต่างกัน ส่วน การพัฒนาการรับรู้ความสามารถของตนเองเกี่ยวกับการ แก้ไขภาวะหัวนมสั้นและการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ให้แก่กลุ่ม ตัวอย่างที่ใช้วิธีของฮอฟแมน กลุ่มที่ใช้ปทุมแก้ว และ กลุ่มที่ใช้กระบอกฉีดยาทำให้กลุ่มตัวอย่างมีการรับรู้ ความสามารถของตนเองสูงขึ้นกว่าก่อนการทดลอง และสูงกว่า กลุ่มตัวอย่างที่ใช้วิธีแก้ไขภาวะหัวนมสั้นโดยไม่มีการพัฒนา การรับรู้ความสามารถของตนเองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ P-value=.0050, .0270, .0040 และ .0100 ตามลำดับ กลุ่มตัวอย่างที่ได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการ เลี้ยงลูกด้วยนมแม่โดยระบบสนับสนุนภายหลังคลอดขณะอยู่ โรงพยาบาล มีการปฏิบัติเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกด้วยนม แม่ถูกต้องมากกว่าและมีการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ภายหลัง คลอด 6 สัดาห์ มากกว่ากลุ่มตัวอย่างที่ได้รับคำแนะนำ ตามปกติจากเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล อย่างมีนัยสำคัญทาง สถิติ p<.001 และ P=.0068 ตามลำดับ ผลการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะคือ สถาน บริการสาธารณสุขทุกแห่งควรกำหนดให้การตรวจความผิด ปกติของหัวนมเป็นกิจกรรมสำคัญที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขใน แผนกฝากครรภ์ต้องถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะ อย่างยิ่งการแก้ไขภาวะหัวนมสั้นเป็นสิ่งที่ทำได้ และได้ ผลดี ทั้งนี้จะต้องมีการกระตุ้นให้หญิงตั้งครรภ์ตระหนัก ในความสามารถของตนเอง ที่จะใช้วิธีแก้ไขภาวะหัวนม สั้นวิธีใดวิธีหนึ่งที่ตนเองพอใจได้อย่างต่อเนื่องและ สม่ำเสมอตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์จนถึงอายุครรภ์ 32 สัปดาห์ เจ้าหน้าที่ในแผนกฝากครรภ์สามารถเลือกวิธีแก้ไขภาวะ หัวนมสั้นวิธีใดวิธีหนึ่งใน 3 วิธีที่กล่าวมาแล้ว เพื่อ แนะนำให้หญิงตั้งครรภ์นำไปปฏิบัติ นอกจากนี้การให้การ ดูแลเอาใจใส่มารดาอย่างใกล้ชิด รวมทั้งการช่วยเหลือ มารดาให้สามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้ในระยะ 2-3 วัน แรกหลังคลอด จะทำให้มารดามีความเชื่อมั่นในความ สามารถของตนเองที่จะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ซึ่งช่วยให้การ เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ประสบผลสำเร็จ |
| บรรณานุกรม | : |
วันทนีย์ ชวพงค์ . (2540). การศึกษาเปรียบเทียบผลการแก้ไขภาวะหัวนมสั้นในหญิง ตั้งครรภ์และการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ภายหลังคลอด.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. วันทนีย์ ชวพงค์ . 2540. "การศึกษาเปรียบเทียบผลการแก้ไขภาวะหัวนมสั้นในหญิง ตั้งครรภ์และการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ภายหลังคลอด".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. วันทนีย์ ชวพงค์ . "การศึกษาเปรียบเทียบผลการแก้ไขภาวะหัวนมสั้นในหญิง ตั้งครรภ์และการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ภายหลังคลอด."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2540. Print. วันทนีย์ ชวพงค์ . การศึกษาเปรียบเทียบผลการแก้ไขภาวะหัวนมสั้นในหญิง ตั้งครรภ์และการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ภายหลังคลอด. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2540.
|
