ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพของคนงานโรงงาน อุตสาหกรรม จังหวัดนครราชสีมา

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพของคนงานโรงงาน อุตสาหกรรม จังหวัดนครราชสีมา
นักวิจัย : ไพโรจน์ พรหมพันใจ
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2540
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=42301
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ปัจจุบันแรงงานภาคเกษตรกรรมในชนบทได้อพยพเข้าสู่ภาค อุตสาหกรรมมากขึ้น ซึ่งแรงงานเหล่านี้ต้องปรับเปลี่ยนวิถีการ ดำเนินชีวิตใหม่ และอยู่ในสิ่งแวดล้อมใหม่ จึงอาจมีผลกระทบ ต่อสุขภาพได้ ดังนั้นคนงานในโรงงานควรได้รับการส่งเสริม สุขภาพที่เหมาะสม การวิจัยครั้งนี้ได้ศึกษาถึงปัจจัยที่มีอิทธิพล ต่อพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพของคนงานโรงงานอุตสาหกรรม โดยนำ PRECEDE-PROCEED Model และการวัดวิถีการดำเนิน ชีวิตที่ส่งเสริมสุขภาพของวอกเกอร์ ซีคริสต์ และเพนเดอร์ มาประยุกต์เป็นกรอบแนวคิดในการวิจัย กลุ่มตัวอย่างได้มา จากการสุ่มแบบแบ่งชั้นภูมิ (Stratified Random Sampling) และสุ่มเลือกโรงงานในแต่ละชั้นภูมิด้วยวิธีสุ่มตัวอย่างแบบง่าย (Simple Random Sampling) จำนวน 400 คน เป็นชาย 68 คน หญิง 332 คน ทำการเก็บข้อมูลตั้งแต่เดือนธันวาคม 2539 ถึงเดือนมกราคม 2540 โดยใช้แบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลโดย ใช้ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติ การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว ไค-สแควร์ สัมประสิทธิ์ สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน และสถิติการจำแนกพหุ ผลการวิจัย พบว่า ปัจจัยนำ ได้แก่ เพศ ค่านิยมต่อการ ส่งเสริมสุขภาพ การรับรู้ภาวะสุขภาพมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรม ส่งเสริมสุขภาพอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ส่วนปัจจัยเอื้อ พบว่า รายได้ ระยะทางในการไปสนามกีฬา ระยะทางในการไป โรงพยาบาล/สถานบริการสุขภาพ การไปตลาด การไปศูนย์การค้า การไปสนามกีฬา มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ส่วนปัจจัยเสริมคือ การได้รับข่าวสาร เกี่ยวกับสุขภาพจากสื่อต่าง ๆ การได้รับข่าวสารเกี่ยวกับ สุขภาพจากบุคคลต่าง ๆ และการได้รับการสนับสนุนทางสังคม มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพ อย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติ และเมื่อวิเคราะห์การจำแนกพหุ พบว่า ตัวแปรใน กลุ่มปัจจัยนำ สามารถทำนายการเกิดพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพ ได้สูงสุด ร้อยละ 19.70 รองลงมาได้แก่ ปัจจัยเอื้อ สามารถ ทำนายการเกิดพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพได้ ร้อยละ 11.00 สำหรับปัจจัยเสริมสามารถทำนายการเกิดพฤติกรรมส่งเสริม สุขภาพได้ ร้อยละ 10.90 สำหรับตัวแปรใน ปัจจัยนำ ที่มี ความสามารถในการทำนายพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพได้สูงสุด ได้แก่ ค่านิยมต่อการส่งเสริมสุขภาพ ตัวแปรในปัจจัยเอื้อ ที่มีความสามารถในการทำนายพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพสูงสุด ได้แก่ รายได้ และตัวแปรในปัจจัยเสริม ที่มีความสามารถใน การทำนายพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพสูงสุด ได้แก่ การได้รับการ สนับสนุนทางสังคม จากผลการวิจัยดังกล่าวข้างต้น มีข้อเสนอแนะว่า ควรมีการรณรงค์สร้างค่านิยมที่ถูกต้องเกี่ยวกับการส่งเสริม สุขภาพของคนงาน พร้อมทั้งให้โรงงานมีการดำเนินการในด้าน ส่งเสริมสุขภาพโดยกำหนดเป็นนโยบายของโรงงาน ตลอดจน การจัดสิ่งแวดล้อมที่จะสนับสนุนการมีพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพ ที่ถูกต้อง เช่น จัดให้มีสนามกีฬา พร้อมทั้งอุปกรณ์ในการออก กำลังกาย จัดให้มีการตรวจร่างกายประจำปีแก่พนักงาน เป็นต้น และผลการวิจัยครั้งนี้ สามารถนำไปใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานสำหรับ การจัดโครงการเกี่ยวกับการส่งเสริมสุขภาพของคนงานทั่วไป เพื่อให้เกิดการปฏิบัติในเรื่องนี้อย่างถูกต้องต่อไป

บรรณานุกรม :
ไพโรจน์ พรหมพันใจ . (2540). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพของคนงานโรงงาน อุตสาหกรรม จังหวัดนครราชสีมา.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ไพโรจน์ พรหมพันใจ . 2540. "ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพของคนงานโรงงาน อุตสาหกรรม จังหวัดนครราชสีมา".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ไพโรจน์ พรหมพันใจ . "ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพของคนงานโรงงาน อุตสาหกรรม จังหวัดนครราชสีมา."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2540. Print.
ไพโรจน์ พรหมพันใจ . ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพของคนงานโรงงาน อุตสาหกรรม จังหวัดนครราชสีมา. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2540.