ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การวินิจฉัยโรคบิดอะมีบาในลำไส้โดยการตรวจวัดปริมาณอิมมิวโน กลอบบูลินชนิด lgA ในน้ำลาย

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การวินิจฉัยโรคบิดอะมีบาในลำไส้โดยการตรวจวัดปริมาณอิมมิวโน กลอบบูลินชนิด lgA ในน้ำลาย
นักวิจัย : ไพบูลย์ พันธุประภาส
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2539
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=41803
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวินิจฉัยโรคบิดในลำไส้ที่เกิดจากเชื้อบิดอะมีบา (Entamoeba histolytica) ให้ถูกต้องแน่นอนนั้น ยังคง เป็นปัญหาสำคัญสำหรับห้องปฏิบัติการโดยทั่วไป การศึกษา วิจัยนี้ ได้ใช้แอนติเจนซึ่งเป็นสารน้ำ (soluble antigen) ที่เตรียมได้จากการสกัดเชื้อบิดอะมีบา สายพันธุ์ HK-9 ระยะ trophozoite จากการเพาะเลี้ยงในหลอดแก้ว เพื่อใช้ใน การตรวจวัดปริมาณความเข้มข้นของอิมมิวโนกลอบบูลินชนิด lgA ในน้ำลายของผู้ป่วยโรคบิดในลำไส้จากเชื้อบิดอะมีบา โดยวิธี ELISA ในการศึกษานี้ได้ใช้ตัวอย่างน้ำลายจำนวนทั้งหมด 109 ตัวอย่าง โดยแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม กลุ่มแรกเป็นพวก ที่ตรวจอุจจาระพบเฉพาะเชื้อ E.histolytica ทั้งระยะ cyst และ/หรือระยะ trophozoite มีจำนวน 32 ตัวอย่าง กลุ่มที่สองตรวจพบทั้งเชื้อ E.histolytica และพยาธิลำไส้ ชนิดอื่นๆ ได้แก่ E.coli, B.hominis, O.viverrini, H.nana, A.lumbricoides, T.trichiura, S.stercoralis และ Hookworm จำนวนทั้งหมด 12 ตัวอย่าง กลุ่มที่สามตรวจ ไม่พบเชื้อ E.histolytica แต่ตรวจพบพยาธิชนิดอื่นๆ ได้แก่ E.coli, E.nana, B.hominis, T.hominis, G.lamblia, O.viverrini และ Hookworm จำนวน 36 ตัวอย่าง กลุ่มที่สี่ เป็นคนปกติที่ตรวจไม่พบพยาธิใดๆ เลยมีจำนวนทั้งสิ้น 29 ตัวอย่าง โดยใช้ค่าเฉลี่ยความเข้มข้นของ OD บวกด้วย 2 เท่า ของส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD) ของกลุ่มที่สี่ซึ่งตรวจไม่พบ พยาธิใดๆ ได้ค่าความเข้มข้นของอิมมิวโนกลอบบูลินเท่ากับ 1.265 เป็นเกณฑ์ในการตัดสินว่าตัวอย่างใดให้ผลบวกหรือลบ จากการศึกษาพบว่า กลุ่มที่ 1 ให้ผลบวก 14 รายจาก 32 ราย (43.75%) กลุ่มที่ 2 ให้ผลบวก 2 รายจาก 12 ราย (16.67%) เมื่อรวมกลุ่มที่ 1 และ 2 ซึ่งตรวจพบเชื้อ E.histolytica เข้า ด้วยกันจะให้ผลบวกเป็น 16 ราย (36%) สำหรับในกลุ่มที่ 3 และ 4 ซึ่งตรวจไม่พบเชื้อ E.histolytica ให้ผลบวกจำนวน 16 รายจาก 36 ราย (44.44%) และ 2 รายจาก 29 ราย (6.90%) ตามลำดับ ดังนั้นความไวในการทดสอบ (sensitivity) โดยวิธี ELISA นี้เท่ากับ 36% ความจำเพาะ (specificity) 72% การทดสอบให้ผลบวกเท็จ (false positive) 28% และ ผลลบเท็จ (false negative) 64% ค่าทำนายของผลบวก (predictive value of positive results) โดยวิธีนี้ เป็น 47% และค่าทำนายของผลลบ (predictive value of negative results) 63% ความถูกต้องแน่นอน (diagnostic accuracy) โดยวิธีนี้เป็น 58%

บรรณานุกรม :
ไพบูลย์ พันธุประภาส . (2539). การวินิจฉัยโรคบิดอะมีบาในลำไส้โดยการตรวจวัดปริมาณอิมมิวโน กลอบบูลินชนิด lgA ในน้ำลาย.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ไพบูลย์ พันธุประภาส . 2539. "การวินิจฉัยโรคบิดอะมีบาในลำไส้โดยการตรวจวัดปริมาณอิมมิวโน กลอบบูลินชนิด lgA ในน้ำลาย".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ไพบูลย์ พันธุประภาส . "การวินิจฉัยโรคบิดอะมีบาในลำไส้โดยการตรวจวัดปริมาณอิมมิวโน กลอบบูลินชนิด lgA ในน้ำลาย."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2539. Print.
ไพบูลย์ พันธุประภาส . การวินิจฉัยโรคบิดอะมีบาในลำไส้โดยการตรวจวัดปริมาณอิมมิวโน กลอบบูลินชนิด lgA ในน้ำลาย. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2539.