ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ผลของระยะเวลาที่ใช้ในการยืด ต่อความอ่อนตัวของกล้ามเนื้อ แฮมสตริง และการคงสภาพความอ่อนตัวในหญิงไทยอายุ 18-25 ปี

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ผลของระยะเวลาที่ใช้ในการยืด ต่อความอ่อนตัวของกล้ามเนื้อ แฮมสตริง และการคงสภาพความอ่อนตัวในหญิงไทยอายุ 18-25 ปี
นักวิจัย : สมนึก กุลสถิตพร
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2539
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=41800
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การยืดค้าง (Static Stretching) เป็นวิธีการยืดที่ มีผู้นิยมใช้กันอย่างกว้างขวาง เนื่องจากให้ผลในการเพิ่มความ อ่อนตัวได้ดี, วิธีการไม่ซับซ้อน, และไม่เกิดอันตรายต่อเนื้อเยื่อ รอบๆ ข้อต่อ การยืดค้างมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องหลายประการ ปัจจัย ที่สำคัญและมีผู้สนใจศึกษากันมาก ได้แก่ ระยะเวลาที่ใช้ในการ ยืดกล้ามเนื้อ อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะมีการศึกษากันมาก แต่ใน ปัจจุบัน ยังไม่มีการกำหนดระยะเวลาที่เหมาะสมที่สุดที่ใช้ ในการยืดค้าง และระยะเวลาที่ผลของการยืดค้างคงอยู่ภายหลัง การยืด การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาเพื่อเปรียบเทียบระยะเวลา ในการยืดค้าง 2 วิธี คือ ยืดค้าง 10 วินาที ทำซ้ำ 5 ครั้ง กับ ยืดค้าง 15 วินาที ทำซ้ำ 5 ครั้ง กับกลุ่มควบคุม (ไม่ได้ รับการยืด) ในกล้ามเนื้อแฮมสตริงด้านขวา กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้เป็นนักศึกษาหญิง อายุอยู่ในระหว่าง 18-25 ปี โดยมีอายุเฉลี่ย 20.29(+,-)1.49 ปี กำลังศึกษาอยู่ในสาขากายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล และ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จำนวนทั้งสิ้น 90 คน แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มๆ ละ 30 คน โดยวิธีการจับสลาก โดยในกลุ่มที่ 1 เป็นกลุ่มควบคุม, กลุ่มที่ 2 ได้รับการยืดค้าง 10 วินาที ทำซ้ำ 5 ครั้ง, กลุ่มที่ 3 ได้รับการยืดค้าง 15 วินาที ทำซ้ำ 5 ครั้ง วัดค่าความอ่อนตัวโดยใช้ Active Knee Extension (AKE) test ทำการวัดก่อนยืด, หลังยืดทันที, หลังยืด 15,30,45 และ 60 นาที ตามลำดับ และใช้ค่าความ อ่อนตัวที่เพิ่มขึ้น (ก่อนยืด-หลังยืด) ในการวิเคราะห์ทางสถิติ ต่อไป ผลการศึกษาพบว่า ในกลุ่มควบคุม ค่าความอ่อนตัวที่วัด จากมุม AKE เท่ากับ 44.53(+,-)11.90 องศา และที่เวลา ต่างกัน พบว่าค่าความอ่อนตัวไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทาง สถิติ (P>0.05), ในกลุ่มที่ 2 มีค่ามุม AKE ก่อนทำการยืด เท่ากับ 43.65(+,-)9.22 องศา, หลังทำการยืดทันที เท่ากับ 40.83(+,-)9.58 องศา และค่าความอ่อนตัวที่เพิ่มขึ้นยังคง อยู่เมื่อเวลาผ่านไป 1 ชั่วโมง, ในกลุ่มที่ 3 มีค่ามุม AKE ก่อนทำการยืดเท่ากับ 46.12(+,-)9.32 องศา, หลังทำการ ยืดทันที เท่ากับ 41.90(+,-)9.68 องศา และค่าความอ่อนตัว ที่เพิ่มขึ้นยังคงอยู่เมื่อเวลาผ่านไป 60 นาที เมื่อทำการเปรียบเทียบค่าความอ่อนตัวที่เพิ่มขึ้น ระหว่าง 3 กลุ่ม โดยใช้ One-Way ANOVA พบว่า มีความ แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.05) และเมื่อทำ Multiple Comparison test โดยใช้ Tukeys HSD test พบว่า ในกลุ่มที่ 2 และกลุ่มที่ 3 เพิ่มความอ่อนตัวได้อย่างมี นัยสำคัญทางสถิติเมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม (P<0.05) ยิ่งไป กว่านั้นยังพบว่า ในกลุ่มที่ 3 เพิ่มความอ่อนตัวได้มากกว่า กลุ่มที่ 2 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.05) จากผลการศึกษาแสดงว่า การยืดค้างของกล้ามเนื้อ แฮมสตริงเป็นเวลา 15 วินาที ทำซ้ำ 5 ครั้ง ให้ผลในการ ยืดได้ดีกว่าการยืดค้าง 10 วินาที ทำซ้ำ 5 ครั้ง และผลของ การยืดสามารถคงอยู่ได้นานถึง 60 นาที

บรรณานุกรม :
สมนึก กุลสถิตพร . (2539). ผลของระยะเวลาที่ใช้ในการยืด ต่อความอ่อนตัวของกล้ามเนื้อ แฮมสตริง และการคงสภาพความอ่อนตัวในหญิงไทยอายุ 18-25 ปี.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สมนึก กุลสถิตพร . 2539. "ผลของระยะเวลาที่ใช้ในการยืด ต่อความอ่อนตัวของกล้ามเนื้อ แฮมสตริง และการคงสภาพความอ่อนตัวในหญิงไทยอายุ 18-25 ปี".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สมนึก กุลสถิตพร . "ผลของระยะเวลาที่ใช้ในการยืด ต่อความอ่อนตัวของกล้ามเนื้อ แฮมสตริง และการคงสภาพความอ่อนตัวในหญิงไทยอายุ 18-25 ปี."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2539. Print.
สมนึก กุลสถิตพร . ผลของระยะเวลาที่ใช้ในการยืด ต่อความอ่อนตัวของกล้ามเนื้อ แฮมสตริง และการคงสภาพความอ่อนตัวในหญิงไทยอายุ 18-25 ปี. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2539.