ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

พฤติกรรมการใช้ยาแก้ปวดของเกษตรกรผู้สูงอายุ : การศึกษา หมู่บ้านแห่งหนึ่งในจังดวัดนครราชสีมา

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : พฤติกรรมการใช้ยาแก้ปวดของเกษตรกรผู้สูงอายุ : การศึกษา หมู่บ้านแห่งหนึ่งในจังดวัดนครราชสีมา
นักวิจัย : สอาดลักษม์ จงคล้ายกลาง
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2538
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=41164
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษาพฤติกรรมการใช้ยาแก้ปวดของเกษตรกร ผู้สูงอายุในครั้งนี้ ใช้วิธีการศึกษาวิจัยเชิงมานุษยวิทยา มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยเชื่อมโยงต่าง ๆ ที่ทำให้ เกษตรกรต้องใช้ยาแก้ปวด รวมทั้งศึกษารูปแบบและพฤติกรรม ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้ยาแก้ปวด โดยทำการศึกษา ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในจังหวัดนครราชสีมา ใช้เวลาเก็บ รวบรวมข้อมูล 3 เดือน เก็บรวบรวมข้อมูลโดยวิธีการ สำรวจ การค้นคว้าจากเอกสาร การสังเกตแบบมีส่วนร่วม และการสัมภาษณ์แบบไม่เป็นทางการ ประชากรที่ศึกษา ได้แก่ เกษตรกรผู้สูงอายุที่ใช้ยาแก้ปวดเป็นประจำ จำนวน 39 คน นอกจากนี้ยังได้สัมภาษณ์บุคคลในชุมชนที่เกี่ยวข้องกับผู้ ใช้ยาแก้ปวด ได้แก่ ผู้ใหญ่บ้าน ผู้อาวุโส พระสงฆ์ ครู อสม. และญาติผู้ใกล้ชิด ผลการศึกษา พบว่า เกษตรกรผู้สูงอายุที่ใช้ยา แก้ปวดเป็นประจำ มี 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่กินยาเป็น ประจำทุกวัน กลุ่มที่กินยาทุกวันเฉพาะช่วงทำงานหนัก เช่น ดำนา เกี่ยวข้าว ทำสวน ทำไร่ เป็นต้น และกลุ่ม ที่กินยาเฉพาะเวลาที่เกิดอาการปวดเมื่อย ความถี่ของ การกินยามีตั้งแต่วันละ 1 ถึง 4 ครั้งต่อวัน ปริมาณยา ที่ได้รับแต่ละครั้งประมาณ ครึ่งซองถึง 2 ซองต่อครั้ง สาเหตุของการปวดเมื่อยของเกษตรกร พบว่า ส่วนใหญ่เกิดจากการใช้แรงงานหนักและอยู่ในอากัปกิริยา ที่ต้องก้ม ๆ เงย ๆ หรือนั่งงอหลังเป็นประจำ และสาเหตุ ที่ทำให้เกษตรกรต้องใช้ยาแก้ปวด พบว่า มีปัจจัยส่วน บุคคล ได้แก่ อาชีพ อายุ เพศ ฐานะทางเศรษฐกิจ การศึกษา และภาระรับผิดชอบในครอบครัว และปัจจัยด้านสังคม วัฒนธรรม ได้แก่ การแพร่กระจายของยาแก้ปวด ความคุ้นเคย ต่อการพบเห็นการใช้ยาแก้ปวด ผู้แนะนำและสื่อโฆษณาต่าง ๆ เป็นปัจจัยที่เอื้ออำนวยให้เกษตรกรตัดสินใจเข้าสู่กระบวน การใช้ยาแก้ปวดเพื่อรักษาอาการปวดเมื่อย และใช้ยาแก้ปวด จนกระทั่งเกิดความรู้สึกติดยาจนกลายเป็นปัญหาทางด้าน สังคม และเศรษฐกิจ ด้านพฤติกรรมการใช้ยาแก้ปวดของเกษตรกร พบว่า เกษตรกรผู้สูงอายุส่วนใหญ่ใช้ยาแก้ปวดยี่ห้อทัมใจมากที่สุด เนื่องจากเป็นยาซองที่กินแล้วหายเร็วทันใจกว่ายาชนิด อื่น ๆ นอกจากนี้พบว่า เกษตรกรนิยมใช้ยาชุดแก้ไข้แก้ปวดและ ยาชุดกระจายเส้น รักษาอาการปวดเมื่อยควบคู่ไปกับการใช้ ยาซองแก้ปวด เพื่อให้อาการเมื่อยหายเร็วยิ่งขึ้น เกษตรกร ส่วนใหญ่เคยมีประสบการณ์ในการใช้ยาซองแก้ปวดมามากกว่า 1 ชนิด เนื่องจากการใช้ครั้งแรกเป็นการทดลองใช้ก่อน ถ้ารักษาโรคหายก็จะใช้ต่อไป แต่ถ้ารักษาไม่หายหรือฤทธิ์ยา ไม่แรงก็จะเปลี่ยนเป็นยาชนิดใหม่ ในด้านความรู้สึกต่อการ พึ่งพิงยา เกษตรกรส่วนใหญ่คิดว่าเลิกยาไม่ได้ แต่ถ้าไม่มี ยาขายก็ต้องเลิกและแสวงหายาใหม่ต่อไป

บรรณานุกรม :
สอาดลักษม์ จงคล้ายกลาง . (2538). พฤติกรรมการใช้ยาแก้ปวดของเกษตรกรผู้สูงอายุ : การศึกษา หมู่บ้านแห่งหนึ่งในจังดวัดนครราชสีมา.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สอาดลักษม์ จงคล้ายกลาง . 2538. "พฤติกรรมการใช้ยาแก้ปวดของเกษตรกรผู้สูงอายุ : การศึกษา หมู่บ้านแห่งหนึ่งในจังดวัดนครราชสีมา".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สอาดลักษม์ จงคล้ายกลาง . "พฤติกรรมการใช้ยาแก้ปวดของเกษตรกรผู้สูงอายุ : การศึกษา หมู่บ้านแห่งหนึ่งในจังดวัดนครราชสีมา."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2538. Print.
สอาดลักษม์ จงคล้ายกลาง . พฤติกรรมการใช้ยาแก้ปวดของเกษตรกรผู้สูงอายุ : การศึกษา หมู่บ้านแห่งหนึ่งในจังดวัดนครราชสีมา. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2538.