ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การประยุกต์ทฤษฎีแรงจูงใจในการป้องกันโรค เพื่อปรับเปลี่ยน พฤติกรรมการขับขี่รถจักรยานยนต์ของนักเรียนชาย ชั้นมัธยม ศึกษาตอนปลาย จังหวัดกาญจนบุรี

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การประยุกต์ทฤษฎีแรงจูงใจในการป้องกันโรค เพื่อปรับเปลี่ยน พฤติกรรมการขับขี่รถจักรยานยนต์ของนักเรียนชาย ชั้นมัธยม ศึกษาตอนปลาย จังหวัดกาญจนบุรี
นักวิจัย : มณีรัตน์ ธีระวิวัฒน์
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2538
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=41016
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

อุบัติเหตุจากรถจักรยานยนต์เป็นปัญหาสำคัญที่ทำให้ เกิดการบาดเจ็บ พิการและตายของประชากรในแต่ละปีเป็น จำนวนมาก และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทุกปี โดยเฉพาะในกลุ่ม นักเรียนชายที่มีอายุระหว่าง 15-20 ปี ซึ่งควรจะเป็นกำลัง สำคัญในการพัฒนาประเทศ ดังนั้นจึงจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องหา มาตราที่เหมาะสมเพื่อลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุจากรถจักรยานยนต์ ดังกล่าว การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรมสุขศึกษาในการปรับเปลี่ยน พฤติกรรมการขับขี่รถจักรยานยนต์ ของนักเรียนชายชั้นมัธยม ศึกษาตอนปลาย โดยประยุกต์แนวคิด ทฤษฎีแรงจูงใจในการ ป้องกันโรค เป็นทฤษฎีหลัก รวมทั้งการใช้ทฤษฎีการสร้างพลัง กระบวนการกลุ่ม และวิธีการทางสุขศึกษาเป็นแนวทางกำหนด กิจกรรมสุขศึกษา กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษา คือ นักเรียนชาย ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 124 คน เป็นกลุ่มทดลอง จำนวน 65 คน และกลุ่มเปรียบเทียบ จำนวน 59 คน ได้จัด กิจกรรมตามโปรแกรมที่กำหนดไว้ในโรงเรียนทดลองเป็น 12 สัปดาห์ รวบรวมข้อมูล โดยใช้แบบสอบถาม แบบบันทึกพฤติกรรม และแบบสังเกตพฤติกรรมการขับขี่รถจักรยานยนต์ ก่อนและหลัง การทดลอง แล้วนำมาวิเคราะห์ด้วยสถิติร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน Students t-test, Paired Samples t-test และ Multiple Classification Analysis (MCA) ผลการวิจัยพบว่า ภายหลังการทดลอง กลุ่มทดลองมีการ รับรู้ความรุนแรงของอุบัติเหตุจากรถจักรยานยนต์ การรับรู้ โอกาสเสี่ยงของการเกิดอุบัติเหตุจากรถจักรยานยนต์ มีความ คาดหวังในความสามารถของตนเองและความคาดหวังใน ประสิทธิผลของการตอบสนองต่อพฤติกรรมการขับขี่รถจักรยานยนต์ ที่ปลอดภัย ดีขึ้นกว่าก่อนการทดลอง และดีกว่ากลุ่มเปรียบเทียบ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ปัจจัยด้านการรับรู้ความรุนแรงและ การรับรู้โอกาสเสี่ยงของการเกิดอุบัติเหตุจากรถจักรยานยนต์ ความคาดหวังในความสามารถของตนเองและความคาดหวังใน ประสิทธิผลของการตอบสนองต่อพฤติกรรมการขับขี่รถจักรยานยนต์ ที่ปลอดภัย รวมทั้งปัจจัยด้านขนาดของรถจักรยานยนต์ที่ขับขี่ ระยะทางจากบ้านไปโรงเรียน ประสบการณ์การขับขี่และ ประสบการณ์การได้รับอุบัติเหตุมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรม การขับขี่รถจักรยานยนต์ที่ปลอดภัยของนักเรียนชายชั้น มัธยมศึกษาตอนปลาย ของกลุ่มตัวอย่าง อย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติ และสามารถอธิบายความแปรปรวนของพฤติกรรม การขับขี่รถจักรยานยนต์ที่ปลอดภัยได้ร้อยละ 33.4 ผลจากการวิจัย แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าการจัด โปรแกรมสุขศึกษาเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่รถ จักรยานยนต์ที่ปลอดภัยของนักเรียนชาย ชั้นมัธยมศึกษา ตอนปลายโดยการนำแนวคิด ทฤษฎีแรงจูงใจในการป้องกันโรค ทฤษฎีการสร้างพลัง และกระบวนการกลุ่ม มากำหนดกิจกรรม มีผลทำให้นักเรียนนักเรียนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมด้าน การรับรู้ ความคาดหวังและพฤติกรรมการขับขี่รถจักรยานยนต์ ดีขึ้นซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับนักเรียน นักศึกษา ทั่ว ประเทศในโรงเรียนอื่นๆ ต่อไป

บรรณานุกรม :
มณีรัตน์ ธีระวิวัฒน์ . (2538). การประยุกต์ทฤษฎีแรงจูงใจในการป้องกันโรค เพื่อปรับเปลี่ยน พฤติกรรมการขับขี่รถจักรยานยนต์ของนักเรียนชาย ชั้นมัธยม ศึกษาตอนปลาย จังหวัดกาญจนบุรี.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
มณีรัตน์ ธีระวิวัฒน์ . 2538. "การประยุกต์ทฤษฎีแรงจูงใจในการป้องกันโรค เพื่อปรับเปลี่ยน พฤติกรรมการขับขี่รถจักรยานยนต์ของนักเรียนชาย ชั้นมัธยม ศึกษาตอนปลาย จังหวัดกาญจนบุรี".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
มณีรัตน์ ธีระวิวัฒน์ . "การประยุกต์ทฤษฎีแรงจูงใจในการป้องกันโรค เพื่อปรับเปลี่ยน พฤติกรรมการขับขี่รถจักรยานยนต์ของนักเรียนชาย ชั้นมัธยม ศึกษาตอนปลาย จังหวัดกาญจนบุรี."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2538. Print.
มณีรัตน์ ธีระวิวัฒน์ . การประยุกต์ทฤษฎีแรงจูงใจในการป้องกันโรค เพื่อปรับเปลี่ยน พฤติกรรมการขับขี่รถจักรยานยนต์ของนักเรียนชาย ชั้นมัธยม ศึกษาตอนปลาย จังหวัดกาญจนบุรี. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2538.