| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษาความต้องการเพิ่มสมรรถภาพของครูวิทยาศาสตร์ ในวิทยาลัยสังกัดกรมอาชีวศึกษากลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือ |
| นักวิจัย | : | ทรัพย์สิน ชฎากุล |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2540 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1192540000179 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การศึกษาครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาและเปรียบเทียบความต้งการเพิ่มสมรรถภาพการสอนของครูวิทยาศาสตร์ ในวิทยาลัยสังกัดกรมอาชีวศึกษา กลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือโดยส่วนรวม และจำแนกตามเพศและหน่วยงานสังกัด (วิทยาลัยเทคนิค วิทยาลัยอาชีวศึกษาและวิทยาลัยเกษตรกรรม) กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในครั้งนี้เป็นครูวิทยาศาสตร์ ในวิทยาลัยสังกัดกรมอาชีวศึกษากลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในปีการศึกษา 2538 จำนวน 87 คน โดยใช้การสุ่มแบบแบ่งชั้นไม่เป็นสัดส่วนเท่ากัน จากประชากรทั้งหมด 113 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลได้แก่ แบบสอบถามความต้องการเพิ่มสมรรถภาพสอนวิชาวิทยาศาสตร์ของครูวิทยาศาสตร์ แบ่งออกเป็น 7 ด้าน คือ ด้านที่ 1: การพัฒนาหลักสูตรวิชาวิทยาศาสตร์ ด้านที่ 2: การวินิจฉัยและประเมินผลนักเรียน ด้านที่ 3: การวางแผนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ ด้านที่ 4: การสอนวิชาวิทยาศาสตร์ ด้านที่ 5: การจัดการเรียนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ ด้านที่ 6: การบริหารวัสดุอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ และด้านที่ 7: การปรับปรุงความสามารถในการเป็นครูวิทยาศาสตร์โดยมีค่าอำนาจจำแนกตามวิธี Item-Total Correlation ตั้งแต่ 0.447-0.867 และมีความเชื่อมั่นอยู่ระหว่าง 0.7924-0.9306 การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ และการวิเคราะห์ความแปรปรวนสองทาง ผลการวิจัยพบว่า 1. ครูวิทยาศาสตร์โดยส่วนรวม และจำแนกตามเพศและหน่วยงานสังกัด จำนวนปานกลางถึงมากที่สุด (ประมาณร้อยละ 53-89) มีความต้องการเพิ่มสมรรถภาพการสอนวิชาวิทยาศาสตร์อยู่ในระดับมากทั้ง 7 ด้าน โดยมีความต้องการมากที่สุด 3 ลำดับแรก คือ ด้านที่ 7: การปรับปรุงความสามารในการเป็นครูวิทยาศาสตร์ มีครูจำนวนมาก ถึงมากที่สุด (ร้อยละ 80-89)มีความต้องการมาก ด้านที่ 2: การวินิจฉัยและประเมินผลนักเรียน มีครูจำนวนปานกลางถึงมากที่สุด(ร้อยละ 69-85) มีความต้องการมาก และด้านที่ 1: การพัฒนาหลักสูตรวิชาวิทยาศาสตร์ มีครูจำนวนปานกลางถึงมากที่สุด (ร้อยละ 67-85) มีความต้องการมากและต้องการเป็นลำดับสุดท้ายคือ ด้านที่ 5: การจัดการเรียนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ มีครูจำนวนปานกลางถึงมาก(ร้อยละ 56-79) มีความต้องการมาก 2. ครูวิทยาศาสตร์ชายและหญิง มีความต้องการเพิ่มสมรรถภาพการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ในด้านต่าง ๆ ทั้ง 7 ด้าน ไม่แตกต่างกัน (P>.05) 3. ครูวิทยาศาสตร์ในวิทยาลัยเทคนิคและวิทยาลัยอาชีวศึกษามีความต้องการเพิ่มสมรรถภาพการสอนวิทยาศาสตร์มากกว่าครูวิทยาศาสตร์ที่สังกัดวิทยาลัยเกษตรกรรม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 จำนวน 3 ด้าน คือ ด้านที่ 1: การพัฒนาหลักสูตรวิชาวิทยาศาสตร์ด้านที่ 4: การสอนวิชาวิทยาศาสตร์ และด้านที่ 6: การบริหารวัสดุอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ และครูวิทยาศาสตร์ในวิทยาลัยเทคนิคมีความต้องการเพิ่มสมรรถภาพการสอนวิทยาศาสตร์อีก 1 ด้านคือด้านที่ 2: การวินิจฉัยและประเมินผลการเรียน มากกว่าครูวิทยาศาสตร์ที่สังกัดวิทยาลัยเกษตรกรรม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 4. ไม่มีปฏิสัมพันธ์ ระหว่างเพศและหน่วยงานสังกัดต่อการมีความต้องการเพิ่มสมรรถภาพการสอนวิทยาศาสตร์ (P>.05) |
| บรรณานุกรม | : |
ทรัพย์สิน ชฎากุล . (2540). การศึกษาความต้องการเพิ่มสมรรถภาพของครูวิทยาศาสตร์ ในวิทยาลัยสังกัดกรมอาชีวศึกษากลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือ.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ทรัพย์สิน ชฎากุล . 2540. "การศึกษาความต้องการเพิ่มสมรรถภาพของครูวิทยาศาสตร์ ในวิทยาลัยสังกัดกรมอาชีวศึกษากลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือ".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ทรัพย์สิน ชฎากุล . "การศึกษาความต้องการเพิ่มสมรรถภาพของครูวิทยาศาสตร์ ในวิทยาลัยสังกัดกรมอาชีวศึกษากลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือ."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2540. Print. ทรัพย์สิน ชฎากุล . การศึกษาความต้องการเพิ่มสมรรถภาพของครูวิทยาศาสตร์ ในวิทยาลัยสังกัดกรมอาชีวศึกษากลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2540.
|
