| ชื่อเรื่อง | : | การประยุกต์ใช้ข้อมูลการสำรวจระยะไกลและระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์เพื่อการศึกษา การใช้และการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินบริเวณฝั่งตะวันออกของกรุงเทพมหานคร |
| นักวิจัย | : | นุจรี บุญแปลง |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2544 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=35226 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การประยุกต์ใช้ข้อมูลการสำรวจจากระยะไกลและระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ เพื่อการศึกษาการใช้ที่ดินและการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินบริเวณฝั่งตะวันออกของกรุงเทพ มหานคร ในช่วงปี พ.ศ. 2530-พ.ศ. 2539 โดยใช้ข้อมูลจากดาวเทียม LANSAT-5 TM บันทึกเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2530 วันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2534 และวันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2539 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้วิธีการจำแนกข้อมูลแบบ Supervised Classification และทฤษฎีการจำแนกข้อมูล Maximum Likelihood Classifier ในพื้นที่ศึกษา 1485 ตารางกิโลเมตร ในการตรวจสอบความถูกต้องของการตีความและ วิเคราะห์ข้อมูลดาวเทียมโดยเปรียบเทียบกับแผนที่จากตีความจากภาพถ่ายทางอากาศ โดยใช้แผนที่การใช้ที่ดินที่ได้จากการวิเคราะห์ข้อมูลดาวเทียมที่บันทึก วันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2539 เปรียบเทียบกับแผนที่อ้างอิงที่ได้จากการตีความจากภาพถ่ายทาง อากาศที่บันทึกในปี พ.ศ. 2539 มาตราส่วน 1:50000 พบว่า มีค่า overall accuracy เท่ากับ 75.87% และพบว่ามีความสับสนในการจำแนกประเภทการใช้ที่ดินโดยเฉพาะบริเวณที่เป็น นาข้าว เนื่องจากได้มีการจำแนกเอาประเภทการใช้ที่ดินประเภทพื้นที่ก่อสร้างและที่อยู่ อาศัยบริเวณน้ำขังเข้ามารวมในการใช้ที่ดินประเภทนาข้ว เนื่องจากระยะการเจริญเติบโตของ ข้าวมีอยู่หลายระยะ ทั้งช่วง หว่านข้าว ปักดำ ข้าวเจริญเติบโตเต็มที่ และระยะการ เก็บเกี่ยว ซึ่งแต่ละระยะการเจริญเติบโตมีผลต่อลักษณะการสะท้อนแสงของพื้นที่แตกต่างกัน ทำให้เกิดความสับสนในการจำแนกประเภทการใช้ที่ดิน จาการใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ โดยเทคนิคการซ้อนทับข้อมูล (overlay) ศึกษาการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินบริเวณที่ ศึกษา พบว่า ประเภทการใช้ที่ดินเพื่อการทำนาปลูกข้าวมีพื้นที่ลดลงตลอดช่วงเวลาที่ ทำการศึกษา ส่วนการใช้ที่ดินประเภทพื้นที่ก่อสร้างและที่อยู่อาศัยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ทุกๆ ปี ทั้งนี้เนื่องมาจากจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น รวมถึงนโยบายของรัฐที่มุ่งขยาย อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ จากการวิเคราะห์ข้อมูลการใช้ที่ดิน โดยใช้เทคนิค การซ้อนทับข้อมูล พบว่า พื้นที่ทำนาลดลงในช่วง พ.ศ. 2530-2539 พบว่า พื้นที่ ทำนาเปลี่ยนไปเป็นแหล่งน้ำ 269.36 ตารางกิโลเมตร พื้นที่ก่อสร้างและที่อยู่อาศัย 139.12 ตารางกิโลเมตร ไม้ยืนต้นและพืชพรรณ 27.9 ตารางกิโลเมตร พื้นที่โล่งเตียน 16.66 ตารางกิโลเมตร และพื้นที่อื่นๆ 36.81 ตารางกิโลเมตรทั้งๆ ที่ พื้นที่ที่ ปรากฏเป็นแหล่งน้ำ พื้นที่ก่อสร้างและที่อยู่อาศัยบางบริเวณยังคงเป็นพื้นที่นาข้าว อยู่ เนื่องจากความสับสนจากการสะท้อนแสงของพื้นที่นาข้าวในแต่ละระยะการเจริญ เติบโต ทำให้บริเวณที่เป็นแหล่งน้ำจริง กับพื้นที่เตรียมแปลงสำหรับปลูกข้าว พื้นที่ ก่อสร้างและที่อยู่อาศัยกับบริเวณพื้นที่นาที่เตรียมการเก็บเกี่ยวและหลังการเก็บเกี่ยว มีลักษณะการสะท้อนแสงของวัตถุคลุมดินที่ใกล้เคียงกันมาก ทำให้เกิดการสับสนในการ จำแนกประเภทการใช้ที่ดินปัจจัยที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินที่สำคัญ คือการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรในบริเวณนั้นและนโยบายของรัฐบาลในการมุ่งขยาย อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยมีเป้าหมายอยู่ที่ภาคอุตสาหกรรม การขนส่ง และภาคบริการต่างๆ ซึ่งจะไปสนับสนุนให้เกิดการย้ายถิ่นเข้ามาประกอบอาชีพ |
| บรรณานุกรม | : |
นุจรี บุญแปลง . (2544). การประยุกต์ใช้ข้อมูลการสำรวจระยะไกลและระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์เพื่อการศึกษา การใช้และการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินบริเวณฝั่งตะวันออกของกรุงเทพมหานคร.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. นุจรี บุญแปลง . 2544. "การประยุกต์ใช้ข้อมูลการสำรวจระยะไกลและระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์เพื่อการศึกษา การใช้และการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินบริเวณฝั่งตะวันออกของกรุงเทพมหานคร".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. นุจรี บุญแปลง . "การประยุกต์ใช้ข้อมูลการสำรวจระยะไกลและระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์เพื่อการศึกษา การใช้และการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินบริเวณฝั่งตะวันออกของกรุงเทพมหานคร."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2544. Print. นุจรี บุญแปลง . การประยุกต์ใช้ข้อมูลการสำรวจระยะไกลและระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์เพื่อการศึกษา การใช้และการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินบริเวณฝั่งตะวันออกของกรุงเทพมหานคร. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2544.
|
