ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ความสัมพันธ์ระหว่างความคิดเห็นเกี่ยวกับความรู้กับพฤติกรรม การสอนโดยยึดผู้เรียน เป็นศูนย์กลางของครูพลศึกษา ในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถม ศึกษาแห่งชาติ เขตการศึกษา 9

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ความสัมพันธ์ระหว่างความคิดเห็นเกี่ยวกับความรู้กับพฤติกรรม การสอนโดยยึดผู้เรียน เป็นศูนย์กลางของครูพลศึกษา ในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถม ศึกษาแห่งชาติ เขตการศึกษา 9
นักวิจัย : สมเกียรติ สารสม
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2544
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=33569
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความคิดเห็น เกี่ยวกับความรู้กับพฤติกรรมการสอนโดยยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลางของครูพลศึกษา ใน โรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ เขตการศึกษา 9 กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยครั้งนี้ คือ ครูสอนพลศึกษา ในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัด สำนักงานการประถมศึกษาแห่งชาติ ปีการศึกษา 2543 จำนวน 294 คน เครื่องมือที่ใช้ในการ วิจัยได้แก่ แบบวัดความคิดเห็นเกี่ยวกับความรู้และพฤติกรรมการสอนโดยยึดผู้เรียนเป็น ศูนย์กลางของครูพลศึกษา ผู้วิจัยสร้างเอง ประกอบด้วยทั้ง 5 ด้าน คือ การสร้างความรู้ การมีปฏิสัมพันธ์ การมีส่วนร่วม การทำงานเป็นระบบ และการประยุกต์ใช้หาความเชื่อมั่น โดยใช้สูตรสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค (Cronbach Alpha Coefficient) ได้ค่าความ เชื่อมั่น แบบวัดความคิดเห็นความรู้ การสอนวิชาโดยยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลางของครู พลศึกษา เท่ากับ .94 และแบบวัดความคิดเห็นพฤติกรรมการสอนโดยยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ของครูพลศึกษา ซึ่งผู้วิจัยได้สร้างขึ้นเอง และทดสอบหาความเชื่อมั่นโดยวิธีเดียวกัน ได้ค่าความเชื่อมั่น เท่ากับ .90 นำข้อมูลมาวิเคราะห์ทางสถิติโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป SPSS For Window Version 7.5 เพื่อหาค่าร้อยละ มัชฌิมเลขคณิต ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียรสัน (Pearson Product Moment Coefficient) ผลการวิจัยพบว่า ครูพลศึกษา มีความคิดเห็นเกี่ยวกับความรู้เรื่องการสอนที่ยึดผู้เรียนเป็น ศูนย์กลางในโรงเรียนประถมศึกษา โดยรวมอยู่ในระดับค่อนข้างมาก ((-,X)=3.16) สำหรับ ในรายด้านทั้งห้าด้าน คือ การสร้างความรู้ ((-,X)=3.07) การมีปฏิสัมพันธ์ ((-,X)=3.12) การมีส่วนร่วม ((-,X)=3.10) การทำงานเป็นระบบ ((-,X)=3.24) การประยุกต์ใช้ ((-,X)=3.20) อยู่ในระดับค่อนข้างมากเช่นเดียวกัน 1. ครูพลศึกษามีความคิดเห็นเกี่ยวกับพฤติกรรมการสอน โดยยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ในโรงเรียนประถมศึกษา โดยรวมอยู่ในระดับค่อนข้างมาก ((-,X)=3.20) ในรายด้านห้าด้าน คือการสร้างความรู้ ((-,X)=3.07) การมีปฏิสัมพันธ์ ((-,X)=3.34) การมีส่วนร่วม ((-,X)=3.26) การทำงานเป็นระบบ ((-,X)=3.18) การประยุกต์ใช้ ((-,X)=3.16) อยู่ในระดับค่อนข้างมาก เช่นเดียวกัน 2. ความคิดเห็นเกี่ยวกับความรู้กับพฤติกรรมการสอนโดยยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ของครูพลศึกษา มีความสัมพันธ์กันทางบวกในระดับสูงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 (r = .72)

บรรณานุกรม :
สมเกียรติ สารสม . (2544). ความสัมพันธ์ระหว่างความคิดเห็นเกี่ยวกับความรู้กับพฤติกรรม การสอนโดยยึดผู้เรียน เป็นศูนย์กลางของครูพลศึกษา ในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถม ศึกษาแห่งชาติ เขตการศึกษา 9.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สมเกียรติ สารสม . 2544. "ความสัมพันธ์ระหว่างความคิดเห็นเกี่ยวกับความรู้กับพฤติกรรม การสอนโดยยึดผู้เรียน เป็นศูนย์กลางของครูพลศึกษา ในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถม ศึกษาแห่งชาติ เขตการศึกษา 9".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สมเกียรติ สารสม . "ความสัมพันธ์ระหว่างความคิดเห็นเกี่ยวกับความรู้กับพฤติกรรม การสอนโดยยึดผู้เรียน เป็นศูนย์กลางของครูพลศึกษา ในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถม ศึกษาแห่งชาติ เขตการศึกษา 9."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2544. Print.
สมเกียรติ สารสม . ความสัมพันธ์ระหว่างความคิดเห็นเกี่ยวกับความรู้กับพฤติกรรม การสอนโดยยึดผู้เรียน เป็นศูนย์กลางของครูพลศึกษา ในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถม ศึกษาแห่งชาติ เขตการศึกษา 9. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2544.