| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษาสภาพปัจจุบันและความต้องการมีส่วนร่วมของบุคลากรในการรักษาความปลอดภัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น |
| นักวิจัย | : | อรุณ จันทุมา |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2544 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=33498 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบันและความต้องการ มีส่วนร่วมของบุคลากรในการรักษาความปลอดภัยของมหาวิทยาลัยขอนแก่น 2) ศึกษาเปรียบเทียบ สภาพปัจจุบันและความต้องการมีส่วนร่วมของบุคลากรในการรักษาความปลอดภัยโดยจำแนกตามเพศ อายุราชการ สถานภาพ และสถานที่พักอาศํย และ 3) ศึกษาหาแนวทางการพัฒนาการรักษาความ ปลอดภัยโดยการมีส่วนร่วมของบุคลากร ประชากรที่ศึกษาวิจัยคือ ผู้บริหาร ผู้สอน ข้าราชการ ลูกจ้างที่ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยขอนแก่น และกลุ่มตัวแทนนักศึกษา โดยการสุ่มตัวอย่าง จำนวน 527 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถาม (Questionnaire) ที่ผู้วิจัย สร้างขึ้นเอง การวิเคราะห์ข้อมูลใช้คอมพิวเตอร์โปรแกรมสำเร็จรูปสำหรับการวิจัยทาง สังคมศาสตร์ SPSS/pc(+) for WINDOW เพื่อคำนวณค่าสถิติ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติทดสอบ t-test และ One-way ANOVA ~bผลการวิจัย~b สภาพปัจจุบันของการรักษาความปลอดภัย พบว่า โดยภาพรวมและรายด้านมีการดำเนินงาน อยู่ในระดับปานกลางดังนี้ 1) ด้านความเดือดร้อนรำคาญต่อสุขภาพอนามัย 2) ด้านการจราจร 3) ด้านความปลอดภัยในชีวิตและร่างกาย และ 4) ด้านความปลอดภัยในทรัพย์สิน ความต้องการมีส่วนร่วมในการรักษาความปลอดภัย พบว่า บุคลากรมีความต้องการมีส่วนร่วม ในการรักษาความปลอดภัยโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก 2 ด้าน คือ 1) ด้านการแสดงความคิดเห็น และ 2) ด้านประโยชน์ที่ได้รับ ส่วนด้านการวางแผนพัฒนาและด้านการตัดสินใจ บุคลากรมีความ ต้องการมีส่วนร่วมอยู่ในระดับปานกลาง การเปรียบเทียบความคิดเห็นเกี่ยวกับสภาพปัจจุบันของการรักษาความปลอดภัย พบว่า 1) บุคลากรที่มีเพศแตกต่างกัน มีความคิดเห็นเกี่ยวกับสภาพปัจจุบันของการดำเนินงาน รักษาความปลอดภัย แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ในภาพรวม และรายด้าน 3 ด้าน คือ(1) ด้านการจราจร(2) ด้านความปลอดภัยในชีวิตและร่างกาย และ(3) ด้านความปลอดภัยในทรัพย์สิน 2) บุคลากรที่มีอายุราชการแตกต่างกัน มีความคิดเห็นเกี่ยวกับสภาพปัจจุบันของการ ดำเนินงานรักษาความปลอดภัย ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 3) บุคลากรที่มีสถานภาพแตกต่างกัน มีความคิดเห็นเกี่ยวกับสภาพปัจจุบันของการดำเนิน งานรักษาความปลอดภัยโดยภาพรวมและรายด้านทั้ง 4 ด้าน แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ 0.05 4) บุคลากรที่มีสถานที่พักอาศัยแตกต่างกัน มีความคิดเห็นเกี่ยวกับสภาพปัจจุบันของ การดำเนินงานรักษาความปลอดภัย แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ในภาพ รวมและรายด้าน 3 ด้าน คือ(1) ด้านความปลอดภัยในชีวิตและร่างกาย(2) ด้านความปลอดภัยในทรัพย์สิน และ(3) ด้านความเดือดร้อนรำคาญต่อสุขภาพอนามัย การเปรียบเทียบความต้องการมีส่วนร่วมในการรักษาความปลอดภัย พบว่า 1) บุคลากรที่มีเพศแตกต่างกัน มีความต้องการมีส่วนร่วมในการรักษาความปลอดภัย แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ในภาพรวมและรายด้าน 2 ด้านคือ(1) ด้านการวางแผนพัฒนา และ(2) ด้านการตัดสินใจ 2) บุคลากรที่มีอายุราชการแตกต่างกัน มีความต้องการมีส่วนร่วมในการดำเนินงาน รักษาความปลอดภัย โดยภาพรวมและรายด้าน ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 3) บุคลากรที่มีสถานภาพแตกต่างกัน มีความต้องการมีส่วนร่วมในการดำเนินงานรักษา ความปลอดภัยโดยภาพรวม ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 แต่บุคลากร ที่มีสถานภาพแตกต่างกัน มีความต้องการมีส่วนร่วมด้านการตัดสินใจ แตกต่างกันอย่างมีนัย สำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 4) บุคลากรที่มีสถานที่พักอาศัยแตกต่างกัน มีความต้องการมีส่วนร่วมในการดำเนินงาน รักษาความปลอดภัย โดยภาพรวมไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 แต่ บุคลากรที่มีสถานที่พักอาศัยแตกต่างกันมีความต้องการมีส่วนร่วมในด้านการตัดสินใจ แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ข้อเสนอแนะ 1) ควรพัฒนาบุคลากรด้านการรักษาความปลอดภัยให้มีศักยภาพในการปฏิบัติงานมากขึ้น 2) การถ่ายโอนภาระงานด้านการรักษาความปลอดภัย ให้บริษัทรักษาความปลอดภัย ของเอกชนไปดำเนินการ ควรกระทำอย่างเป็นระบบ เป็นองค์รวมมิใช่แต่ละส่วนราชการจัดทำ กันเองโดยไม่มีมาตรฐานที่แน่นอนชัดเจน ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาในเชิงปฏิบัติและอาจมีผลกระทบ โดยรวมต่อมหาวิทยาลัย ควรจัดตั้ง หรือมอบหมายให้องค์กรหรือหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง ที่เกี่ยวข้องควบคุม กำกับ ดูแล ติดตามและประเมินผลเป็นการเฉพาะ และมีเอกภาพในการ บริหารจัดการ 3) การกำหนดแผนพัฒนาด้านการรักษาความปลอดภัยระดับมหาวิทยาลัย ควรกระทำใน ลักษณะองค์รวม เปิดโอกาสให้ประชาชนทุกฝ่ายมีส่วนร่วม 4) ควรศึกษาสภาพการจราจรในมหาวิทยาลัยอย่างเป็นระบบ 5) ควรปรับปรุง แก้ไข กฏ ระเบียบ ข้อบังคับ เกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัย ให้มี ความเหมาะสมกับสภาพการณ์ปัจจุบัน 6) ควรจัดทำฐานข้อมูลที่เกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัย และพัฒนาไปสู่ระบบสารสนเทศ เพื่อการจัดการ 7) ควรแสวงหาแนวร่วมและสร้างเครือข่ายด้านการรักษาความปลอดภัยกับองค์กร หรือ ประชากรทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัยที่เกี่ยวข้องหรือพื้นที่ข้างเคียง |
| บรรณานุกรม | : |
อรุณ จันทุมา . (2544). การศึกษาสภาพปัจจุบันและความต้องการมีส่วนร่วมของบุคลากรในการรักษาความปลอดภัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. อรุณ จันทุมา . 2544. "การศึกษาสภาพปัจจุบันและความต้องการมีส่วนร่วมของบุคลากรในการรักษาความปลอดภัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. อรุณ จันทุมา . "การศึกษาสภาพปัจจุบันและความต้องการมีส่วนร่วมของบุคลากรในการรักษาความปลอดภัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2544. Print. อรุณ จันทุมา . การศึกษาสภาพปัจจุบันและความต้องการมีส่วนร่วมของบุคลากรในการรักษาความปลอดภัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2544.
|
