ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การตรวจสอบและคัดเลือกมะเขือเทศลูกผสมพันธุ์ต้านทานต่อโรคเหี่ยวเขียว

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การตรวจสอบและคัดเลือกมะเขือเทศลูกผสมพันธุ์ต้านทานต่อโรคเหี่ยวเขียว
นักวิจัย : เสรี พิศิลป์
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2543
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=33142
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การตรวจสอบและคัดเลือกมะเขือเทศลูกผสมพันธุ์ต้านทานต่อโรคเหี่ยวเขียว มีวัตถุ ประสงค์เพื่อ 1) หาวิธีการตรวจสอบและคัดเลือกพันธุ์มะเขือเทศที่ต้านทานต่อโรคเหี่ยวเขียว 2) ปรับปรุงพันธุ์มะเขือเทศในทางการค้าให้มีความต้านทานต่อโรคเหี่ยวเขียว ~i(Ralstonia solanacearum~i syn. ~iPseudomonas solanacearum~i E.F. Smith.) จากการนำมะเขือ เทศที่มีรายงานว่าต้านทานโรคเหี่ยวเขียว 35 พันธุ์และพันธุ์อ่อนแอ 2 พันธุ์ มาปลูกทดสอบ ผลผลิตในฤดูหนาวและความสามารถในการต้านทานโรคเหี่ยวเขียวในฤดูฝนทั้งในแปลงทดลอง และกระบะเชื้อจากการศึกษาพบว่ามะเขือเทศส่วนใหญ่ให้ผลผลิตในฤดูหนาวสูงกว่าในฤดูฝน ยกเว้นบางพันธุ์ที่ให้ผลผลิตใกล้เคียงและสูงกว่าในฤดูหนาวเพียงเล็กน้อย โดยทั่วไปมะเขือเทศ พันธุ์ต่าง ๆ ที่ศึกษาภายใต้สภาพฤดูหนาวมีความแตกต่างกันทั้งในด้านลักษณะทั่วไปและการ ให้ผลผลิต พันธุ์ที่ให้ผลผลิตค่อนข้างสูงคือ BRS-1 แต่ไม่แตกต่างทางสถิติอย่างมีนัยสำคัญ กับพันธุ์ Hawaii7998, Hawaii7997, TBL-4, TML114-48-5, TML46-N-12-N-early NT, VF134-1-2 และ CLN-17-0 และในสภาพฤดูฝน พบว่าการเกิดโรคเหี่ยวเขียวในสภาพแปลงทดลอง มีความแปรปรวนสูงกว่าในกระบะเชื้อ และจากการตรวจสอบ DNA fingerprint หาความสัมพันธ์ ทางพันธุกรรมโดยเทคนิค RFLP ของมะเขือเทศทั้ง 37 พันธุ์ สามารถจัดกลุ่มพันธุ์ที่มีแหล่ง พันธุกรรมต่างกันได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ คือ A, B และ C โดยภายในกลุ่ม C แบ่งเป็นกลุ่มย่อย ได้ 3 กลุ่ม คือ C1, C2 และ C3 ซึ่งจากผลการศึกษาการให้ผลผลิตและการต้านทานโรค ประกอบกับความใกล้เคียงทางพันธุกรรมได้คัดเลือกพันธุ์พ่อแม่ที่เป็นพันธุ์ต้านทาน 3 พันธุ์ คือ Hawaii7998, MT-II, TML46- N-12-N-early NT. เพื่อใช้เป็นพันธุ์พ่อแม่ สำหรับผสมข้ามกับพันธุ์ทางการค้าที่อ่อนแอ คือ VF134-1-2 เพื่อสร้างลูกผสมชั่วที่ 1 ลูกผสมชั่วที่ 2 และลูกผสมกลับชั่วที่ 1 จากการศึกษาลูกผสมชั่วที่ 1 จำนวน 6 คู่ผสมและพันธุ์พ่อแม่ 4 พันธุ์ ในสภาพฤดูหนาว พบว่า F(,1)(HW98xVF134) ให้ผลผลิตสูงที่สุดและเป็นลูกผสมที่มีการเกิดโรคเหี่ยวเขียวต่ำ และมีความดีเด่นของผลผลิตสูงกว่าค่าเฉลี่ยของพ่อแม่ ส่วนลูกผสมคู่อื่น ๆ ให้ผลผลิตรองลงมา และมีเปอร์เซ็นต์การเกิดโรคอยู่กึ่งกลางระหว่างพ่อแม่และไม่แตกต่างกันทางสถิติระหว่าง ลูกผสมด้วยกัน และเมื่อนำลูกผสมชั่วที่ 1 ลูกผสมชั่วที่ 2 และลูกผสมกลับชั่วที่ 1 มาปลูก เปรียบเทียบการให้ผลผลิต และการเกิดโรคของพันธุ์พ่อแม่ ภายใต้สภาพของฤดูฝน พบว่า ลูกผสมชั่วรุ่นต่าง ๆ โดยส่วนใหญ่ให้ผลผลิตสูงกว่าพันธุ์พ่อแม่ ส่วนการเกิดโรคเหี่ยวเขียว พบว่าภายใต้สภาพกระบะเชื้อมีเปอร์เซ็นต์การเกิดโรคสม่ำเสมอและรุนแรงกว่าในแปลงทดลอง และในรุ่นลูกผสมกลับมีลักษณะการให้ผลผลิตเป็นไปในทิศทางตรงกันข้ามกับการเกิดโรค เหี่ยวเขียว โดยการเกิดโรคจะลดลงเมื่อมีการผสมกลับทาง พันธุ์ต้านทานและผลผลิตจะลดลงด้วย ส่วนการเกิดโรคของลูกผสมกลับทางพันธุ์การค้าซึ่งเป็นพันธุ์อ่อนแอจะมีการเกิดโรคที่สูงและ การให้ผลผลิตมีแนวโน้มที่สูงขึ้นด้วย อย่างไรก็ตาม ในการทดลองนี้ สามารถนำลักษณะของ DNA fingerprint มาใช้ในการศึกษา มะเขือเทศพันธุ์ต่าง ๆ เพื่อคัดเลือกพันธุ์พ่อแม่ที่มีฐานทางพันธุกรรมต่างกันและสามารถตรวจสอบ ความเป็นลูกผสมที่แท้จริงของลูกผสมได้ แต่ยังไม่สามารถใช้ในการคัดเลือกลูกผสมที่ต้านทาน ต่อโรคเหี่ยวเขียวได้

บรรณานุกรม :
เสรี พิศิลป์ . (2543). การตรวจสอบและคัดเลือกมะเขือเทศลูกผสมพันธุ์ต้านทานต่อโรคเหี่ยวเขียว.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
เสรี พิศิลป์ . 2543. "การตรวจสอบและคัดเลือกมะเขือเทศลูกผสมพันธุ์ต้านทานต่อโรคเหี่ยวเขียว".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
เสรี พิศิลป์ . "การตรวจสอบและคัดเลือกมะเขือเทศลูกผสมพันธุ์ต้านทานต่อโรคเหี่ยวเขียว."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2543. Print.
เสรี พิศิลป์ . การตรวจสอบและคัดเลือกมะเขือเทศลูกผสมพันธุ์ต้านทานต่อโรคเหี่ยวเขียว. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2543.