ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

บทบาทของครูแนะแนวในการใช้กระบวนการแนะแนวเพื่อป้องกัน และแก้ไขปัญหาสารเสพย์ติด ในสถานศึกษา ระดับมัธยมศึกษา ของเขตการศึกษา 7

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : บทบาทของครูแนะแนวในการใช้กระบวนการแนะแนวเพื่อป้องกัน และแก้ไขปัญหาสารเสพย์ติด ในสถานศึกษา ระดับมัธยมศึกษา ของเขตการศึกษา 7
นักวิจัย : อนุชิต กุลมาลา
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2543
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=32752
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) ปัจจัยคุณลักษณะส่วนบุคคล ปัจจัยจิตวิทยาสังคมและปัจจัยการสนับสนุนทางสังคมของครูแนะแนวในสถานศึกษาระดับ มัธยมศึกษา 2) บทบาทของครูแนะแนวในการใช้กระบวนการแนะแนว เพื่อป้องกันและแก้ไข ปัญหาสารเสพย์ติดในสถานศึกษา 3) ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์และมีอิทธิพลต่อบทบาทของครู แนะแนวในการใช้กระบวนการแนะแนวเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาสารเสพย์ติดในสถานศึกษา 4) ปัญหาและอุปสรรคจากบทบาทของครูแนะแนวในการใช้กระบวนการแนะแนวเพื่อป้องกันและแก้ไข ปัญหาสารเสพย์ติดในสถานศึกษา กลุ่มตัวอย่างคือ ครูแนะแนวที่ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่ง หัวหน้างานแนะแนวในโรงเรียนมัธยมศึกษา เขตการศึกษา 7 จำนวน 152 คน ซึ่งเลือกกลุ่ม ตัวอย่างโดยวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้นแบ่งกลุ่มและคำนวณหาสัดส่วน เครื่องมือที่ใช้ เก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถาม การวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน และสถิติวิเคราะห์ถดถอย พหุแบบขั้นตอน ผลการวิจัยพบว่า 1) ปัจจัยคุณลักษณะส่วนบุคคล ครูแนะแนวส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีอายุระหว่าง 31-40 ปี อายุราชการระหว่าง 10-19 ปี สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ในวิชาเอกอื่น ที่ไม่ใช่วิชาเอกจิตวิทยาแนะแนวหรือการให้คำปรึกษา มีระยะเวลาในการปฏิบัติงานในตำแหน่ง ครูแนะแนวต่ำกว่า 10 ปี โรงเรียนส่วนใหญ่มีครูผู้ปฏิบัติงานแนะแนวเพียง 1-2 คน และ โรงเรียนส่วนใหญ่มีครูผู้ปฏิบัติงานแนะแนวที่จบการศึกษาวิชาเอกจิตวิทยาการแนะแนวหรือ การให้คำปรึกษาเพียง 1 คน ครูแนะแนวมีหน้าที่อื่น คือ ครู-อาจารย์ที่ปรึกษา เคยมี ประสบการณ์ในการอบรมศึกษาดูงานประชุมสัมมนาเกี่ยวกับด้านการแนะแนวและการป้องกัน แก้ไขปัญหาสารเสพย์ติดมาแล้ว แต่ในกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อการป้องกันและแก้ไขปัญหาสาร เสพย์ติด ได้แก่ การจัดนิทรรศการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับลักษณะและโทษของสารเสพย์ติด ติดต่อกับผู้ปกครองและร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดเพื่อเยียวยารักษาและในปัจจุบันมีนักเรียน ใช้สารเสพย์ติดเป็นส่วนใหญ่ ปัจจัยด้านจิตวิทยาสังคม พบว่า ครูแนะแนวส่วนใหญ่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ สารเสพย์ติดและการป้องกันแก้ไขปัญหาสารเสพย์ติดในระดับปานกลางพอใช้ได้ ในด้านเจตคติ ต่อบทบาท พบว่าเจตคติต่อบทบาทของครูแนะแนวในงานการใช้กระบวนการแนะแนวเพื่อป้องกัน และแก้ไขปัญหาสารเสพย์ติดส่วนใหญ่เป็นไปในทางที่ดีและอยู่ในระดับสูง 2.59 ส่วนในด้าน ความพึงพอใจในการทำงาน พบว่า ครูแนะแนวส่วนใหญ่มีความพึงพอใจในการทำงานอยู่ในระดับ ปานกลาง คือ ร้อยละ 45.4 โดยมีค่าเฉลี่ยของคะแนนความพึงพอใจเท่ากับ 2.33 ส่วนปัจจัย ลักษณะด้านการสนับสนุนทางสังคม พบว่า การติดต่อประสานงานของครูแนะแนวส่วนใหญ่อยู่ใน ระดับสูงกล่าวคือ ร้อยละ 51.3 โดยมีค่าเฉลี่ยของคะแนนการติดต่อประสานงานโดยรวมเท่ากับ 2.51 ด้านการสนับสนุนจากผู้บังคับบัญชาพบว่า ครูแนะแนวส่วนใหญ่ได้รับการสนับสนุนจาก ผู้บังคับบัญชาอยู่ในระดับปานกลาง มีค่าร้อยละ 57.9 โดยมีค่าเฉลี่ยของคะแนนการสนับสนุน จากผู้บังคับบัญชาเท่ากับ 2.26 ในด้านการได้รับความร่วมมือจากผู้ร่วมงานของครูแนะแนว ส่วนใหญ่อยู่ในระดับปานกลาง คือ ร้อยละ 56.6 โดยมีค่าเฉลี่ยของคะแนนการได้รับความ ร่วมมือจากผู้ร่วมงานเท่ากับ 2.39 และในด้านการได้รับความร่วมมือจากผู้ปกครองของครู แนะแนวส่วนใหญ่อยู่ในระดับปานกลางเช่นกัน โดยมีค่าเฉลี่ยของคะแนนการได้รับความร่วมมือ จากผู้ปกครองเท่ากับ 2.46 2) บทบาทของครูแนะแนวในการใช้กระบวนการแนะแนวเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหา สารเสพย์ติดในสถานศึกษาโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง ((-,X)=1.94) เมื่อเปรียบเทียบใน ระหว่างกลุ่มกิจกรรม พบว่า การบริการให้คำปรึกษามีการปฏิบัติมากที่สุด รองลงมาคือ การบริการสำรวจและศึกษาข้อมูล การบริการสนเทศ การบริการจัดวางตัวบุคคล และการบริการ ติดตามผล โดยมีค่าเฉลี่ย 2.23, 2.03, 1.91, 1.87 และ 1.85 ตามลำดับ แต่เมื่อจำแนกเป็นรายข้อในแต่ละกิจกรรมบริการทั้ง 5 บริการ พบว่า การบริการ สำรวจและศึกษาข้อมูลทุกกิจกรรมมีการปฏิบัติอยู่ในระดับปานกลาง โดยกิจกรรมที่มีการปฏิบัติ มากที่สุดคือการสังเกตนักเรียนเพื่อดูลักษณะอาการ หรือพฤติกรรมของนักเรียน ((-,X)=2.52) ส่วนกิจกรรมที่มีการปฏิบัติน้อยที่สุด คือ การใช้มาตราส่วนประมาณค่าในการบันทึกการสังเกต พฤติกรรมของนักเรียน การบริการสนเทศ ทุกกิจกรรมมีการปฏิบัติอยู่ในระดับปานกลาง โดยกิจกรรมที่ปฏิบัติ มากที่สุด คือ การจัดหาหนังสือ คู่มือ วารสาร แผ่นปลิว แผ่นพับ หนังสือพิมพ์ เอกสาร ต่าง ๆ มาไว้ที่ห้องสมุด ห้องแนะแนว หรือห้องเรียน ส่วนกิจกรรมที่ปฏิบัติน้อยที่สุด คือ การนำคอมพิวเตอร์ การจัดสร้างสถานการณ์จำลอง และเกมต่าง ๆ มาช่วยในการให้ข้อสนเทศ การบริการให้คำปรึกษา ทุกกิจกรรมมีการปฏิบัติอยู่ในระดับปานกลาง กิจกรรมที่ ปฏิบัติมากที่สุด คือ การฝึกการควบคุมตนเองให้นักเรียน กิจกรรมที่ปฏิบัติน้อยที่สุด คือ การจัดโครงการคลินิกสุขภาพจิตวัยรุ่น และการบริการติดตามผล ทุกกิจกรรมปฏิบัติอยู่ในระดับปานกลาง กิจกรรมที่ปฏิบัติ มากที่สุด คือ การให้บริการแก่นักเรียนทั้งรายบุคคลและเป็นกลุ่ม กิจกรรมที่ปฏิบัติ น้อยที่สุด คือ การทำกล่องรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ 3) ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับบทบาทของครูแนะแนวในการใช้กระบวนการแนะแนว เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาสารเสพย์ติดในสถานศึกษา อย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.05 พบว่า มีทั้งที่เป็นความสัมพันธ์ในทางบวกและทางลบ กล่าวคือ ที่เป็นความสัมพันธ์ในทางบวก ได้แก่ ปัจจัยด้านคุณลักษณะส่วนบุคคล คือ ระยะเวลาในการปฏิบัติงานในตำแหน่งครูแนะแนว ระหว่าง 10-19 ปี ปัจจัยด้านจิตวิทยาสังคม คือ เจตคติต่อบทบาท ความพึงพอใจในการทำงาน และปัจจัยด้านการสนับสนุนทางสังคม คือ การติดต่อประสานงาน การสนับสนุนจากผู้บังคับบัญชา การให้ความร่วมมือจากผู้ร่วมงาน และการให้ความร่วมมือจากผู้ปกครอง ส่วนปัจจัยที่เป็น ความสัมพันธ์ในทางลบ ได้แก่ ปัจจัยด้านคุณลักษณะส่วนบุคคล คือ อายุราชการระหว่าง 20-29 ปี และเจตคติต่อบทบาท โดยทั้ง 4 ปัจจัยสามารถร่วมกันทำนายได้ร้อยละ 36.5 4) ปัญหาและอุปสรรคจากบทบาทของครูแนะแนวในการปฏิบัติงานการใช้กระบวนการ แนะแนวเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาสารเสพย์ติดในสถานศึกษาในเชิงปริมาณ พบว่า ที่เป็น ปัญหาอยู่ในระดับมากพบอยู่เพียงปัญหาเดียว คือ บุคลากรแนะแนวมีไม่เพียงพอ ส่วนปัญหา ที่พบอยู่ในระดับปานกลางเรียงตามลำดับจากมากไปน้อย ได้แก่ วัสดุอุปกรณ์ และงบประมาณ มีไม่เพียงพอขาดการประสานงานระหว่างครูแนะแนว ผู้บังคับบัญชา คณะครู-อาจารย์ และ ผู้ปกครอง ผู้ร่วมงานไม่ให้ความร่วมมือในการทำงาน และมีความรู้ไม่เพียงพอที่จะทำงานใน บทบาทครูแนะแนว เป็นต้น ส่วนปัญหาและอุปสรรคจากคำถามปลายเปิด พบว่า ปัญหาส่วนใหญ่ ของครูแนะแนวมีลักษณะเช่นเดียวกับคำถามในเชิงปริมาณ แต่มีปัญหาที่พบแตกต่างไปจากคำถาม ในเชิงปริมาณที่น่าสนใจ ได้แก่ ผู้บริหารไม่เห็นความสำคัญของงานแนะแนว ผู้มีอิทธิพล ในท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับสารเสพย์ติดไม่ให้ความร่วมมือ ครูแนะแนวมีหน้าที่พิเศษ อื่น ๆ อีกหลายอย่าง ขาดการประเมินงาน และครูแนะแนวมีประสบการณ์น้อย

บรรณานุกรม :
อนุชิต กุลมาลา . (2543). บทบาทของครูแนะแนวในการใช้กระบวนการแนะแนวเพื่อป้องกัน และแก้ไขปัญหาสารเสพย์ติด ในสถานศึกษา ระดับมัธยมศึกษา ของเขตการศึกษา 7.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
อนุชิต กุลมาลา . 2543. "บทบาทของครูแนะแนวในการใช้กระบวนการแนะแนวเพื่อป้องกัน และแก้ไขปัญหาสารเสพย์ติด ในสถานศึกษา ระดับมัธยมศึกษา ของเขตการศึกษา 7".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
อนุชิต กุลมาลา . "บทบาทของครูแนะแนวในการใช้กระบวนการแนะแนวเพื่อป้องกัน และแก้ไขปัญหาสารเสพย์ติด ในสถานศึกษา ระดับมัธยมศึกษา ของเขตการศึกษา 7."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2543. Print.
อนุชิต กุลมาลา . บทบาทของครูแนะแนวในการใช้กระบวนการแนะแนวเพื่อป้องกัน และแก้ไขปัญหาสารเสพย์ติด ในสถานศึกษา ระดับมัธยมศึกษา ของเขตการศึกษา 7. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2543.