ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาประสิทธิภาพการใช้สารกลุ่มไฮเดรตโซเดียมแคลเซียมอะลูมิโนซิลิเคต ชนิดต่าง ๆ ต่อการลดพิษจากอะฟลาทอกซินในสุกรหย่านมและเป็ดเนื้อ

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาประสิทธิภาพการใช้สารกลุ่มไฮเดรตโซเดียมแคลเซียมอะลูมิโนซิลิเคต ชนิดต่าง ๆ ต่อการลดพิษจากอะฟลาทอกซินในสุกรหย่านมและเป็ดเนื้อ
นักวิจัย : ทิฆัมพร เจริญวัย
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2542
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=32518
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของสารดูดซับไฮเดรตโซเดียม แคลเซียมอะลูมิโนซิลิเคตชนิดต่าง ๆ ต่อการลดพิษจากอะฟลาทอกซินโดยวิธีมินิคอลัมน์และในสัตว์ ทดลอง (สุกรหย่านมและเป็ดเนื้อ) การทดลองที่ 1 วิธีการและขั้นตอนในการวิเคราะห์ อะฟลาทอกซิน โดยวิธีมินิคอลัมน์ในวัตถุดิบอาหารสัตว์โดยวิธีวิเคราะห์ทางเคมี ในอาหาร สุกรหย่านมและเป็ดเนื้อโดยการประเมินคุณภาพ ซึ่งเป็นวิธีการที่ง่าย รวดเร็ว ค่าใช้จ่าย ในการวิเคราะห์ต่ำและไม่ต้องมีความชำนาญในการวิเคราะห์สูง การเสริมสารดูดซับทั้ง 4 ชนิด (ไมโคซอร์บ,ซิตโตเอฟ-1, แอสตราเบน 20 เอ และโนวาซิล) ในอาหารทั้งสุกรหย่านมและ เป็ดเนื้อทั้ง 2 ช่วง (0-4 และ 4-8 สัปดาห์) พบว่า สามารถลดปริมาณอะฟลาทอกซินได้ใน อาหารทั้งสองชนิดเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม positive ที่ไม่ได้รับการเสริมสารดูดซับ HSCAS จากผลการทดลองแสดงว่าสารดูดซับ HSCAS ทั้ง 4 ชนิดสามารถจับอะฟลาทอกซินได้ใน ระหว่างการสกัดเพื่อนำมาวิเคราะห์โดยวิธีมินิคอลัมน์ ซึ่งสารดูดซับ HSCAS ทั้ง 4 ชนิดให้ผล ต่อการลดปริมาณหรือจับอะฟลาทอกซินได้แตกต่างกัน ดังนั้นจากผลการวิเคราะห์อะฟลาทอกซินใน อาหารที่เสริมสารดูดซับ HSCAS ในอาหารโดยวิธีมินิคอลัมน์ทั้งในอาหารสุกรหย่านมและในอาหาร เป็ดเนื้อทั้ง 2 ช่วงอายุพบว่า การใช้วิธีวิเคราะห์ทางเคมีโดยวิธีนี้ซึ่งทำภายนอกร่างกายตัวสัตว์นั้น ได้ผลออกมาไม่แน่นอน จึงไม่เหมาะที่จะนำผลการวิเคราะห์โดยวิธีนี้ไปประเมินผลความสามารถในการ จับอะฟลาทอกซิน การทดลองที่ 2 ทดลองเสริมสารดูดซับ HSCAS ทั้ง 4 ชนิดในระดับ 0.5% ในสูตรอาหาร สุกรหย่านมพบว่าดัชนีเปรียบเทียบของอัตราการเจริญของทั้ง 4 ชนิดเพิ่มขึ้น ดัชนีประสิทธิภาพ การใช้อาหารเพิ่มขึ้น และดัชนีผลผลิตเมื่อคิดอัตราการตายและไม่คิดอัตราการตายสูงขึ้นจาก สุกรหย่านมที่เลี้ยงด้วยอาหารสูตรควบคุมที่ไม่ได้รับการเสริมสารดูดซับ HSCAS และไม่มีผล กระทบต่ออัตราการตายและส่วนประกอบทางชีวเคมีของเลือด การทดลองที่ 3 ทดลองเสริมสารดูดซับ HSCAS ทั้ง 4 ชนิดในระดับ 0.5% ในสูตรอาหาร เป็ดเนื้อทั้งช่วงแรก (0-4 สัปดาห์) และช่วงเจริญเติบโต (4-8 สัปดาห์) พบว่าให้ผลตอบสนอง เช่นเดียวกับการทดลองในสุกรหย่านมซึ่งผลการทดลองนี้ช่วยยืนยันผลการทดลองที่ 2 โดยการเสริม สารดูดซับ HSCAS ทั้ง 4 ชนิด ทำให้ดัชนีเปรียบเทียบของอัตราการเจริญเพิ่มขึ้น ดัชนี ประสิทธิภาพการใช้อาหารเพิ่มขึ้น และดัชนีผลผลิตเมื่อคิดอัตราการตายและไม่คิดอัตราการตาย สูงขึ้นและทำให้ปริมาณไขมันในตับและความซีดของตับลดลงจากเป็ดเนื้อที่เลี้ยงด้วยอาหารสูตร ควบคุม positive มีอะฟลาทอกซิน 100 ppb ซึ่งไม่ได้รับการเสริมสารดูดซับ HSCAS แต่ไม่มีผล กระทบต่ออัตราการตายและส่วนประกอบทางชีวเคมีของเลือดเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม negative ที่มีอะฟลาทอกซิน 10-30 ppb และไม่ได้รับการเสริมสารดูดซับ HSCAS จากผลการทดลองในสัตว์ทั้งสุกรหย่านมและเป็ดเนื้อแสดงให้เห็นว่าสารดูดซับ HSCAS ทั้ง 4 ชนิด ที่ใช้ในการทดลองครั้งนี้สามารถลดพิษหรือจับสารพิษอะฟลาทอกซินได้ดีทั้งในอาหาร สุกรหย่านมและในอาหารเป็ดเนื้อเมื่อเสริมในระดับ 0.5 % ในสูตรอาหาร

บรรณานุกรม :
ทิฆัมพร เจริญวัย . (2542). การศึกษาประสิทธิภาพการใช้สารกลุ่มไฮเดรตโซเดียมแคลเซียมอะลูมิโนซิลิเคต ชนิดต่าง ๆ ต่อการลดพิษจากอะฟลาทอกซินในสุกรหย่านมและเป็ดเนื้อ.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ทิฆัมพร เจริญวัย . 2542. "การศึกษาประสิทธิภาพการใช้สารกลุ่มไฮเดรตโซเดียมแคลเซียมอะลูมิโนซิลิเคต ชนิดต่าง ๆ ต่อการลดพิษจากอะฟลาทอกซินในสุกรหย่านมและเป็ดเนื้อ".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ทิฆัมพร เจริญวัย . "การศึกษาประสิทธิภาพการใช้สารกลุ่มไฮเดรตโซเดียมแคลเซียมอะลูมิโนซิลิเคต ชนิดต่าง ๆ ต่อการลดพิษจากอะฟลาทอกซินในสุกรหย่านมและเป็ดเนื้อ."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2542. Print.
ทิฆัมพร เจริญวัย . การศึกษาประสิทธิภาพการใช้สารกลุ่มไฮเดรตโซเดียมแคลเซียมอะลูมิโนซิลิเคต ชนิดต่าง ๆ ต่อการลดพิษจากอะฟลาทอกซินในสุกรหย่านมและเป็ดเนื้อ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2542.