ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาแนวทางการใช้เครื่องเกี่ยวนวดข้าวสำหรับเกี่ยวนวด ถั่วเหลือง

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาแนวทางการใช้เครื่องเกี่ยวนวดข้าวสำหรับเกี่ยวนวด ถั่วเหลือง
นักวิจัย : อนุชิต ฉ่ำสิงห์
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2539
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=31935
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความต้องการ ของเกษตรกรในการใช้เครื่องจักรกลเกษตรในการเก็บเกี่ยว ถั่วเหลือง และแนวทางในการปรับปรุงเครื่องเกี่ยวนวดข้าว สำหรับเกี่ยวนวดถั่วเหลือง ซึ่งแบ่งการศึกษาออกเป็น 2 ขั้นตอน คือ ศึกษาวิธีการปฏิบัติ ปัญหาและความต้องการเครื่องเก็บเกี่ยว ถั่วเหลือง โดยศึกษาจากการสัมภาษณ์เกษตรกรผู้ปลูกถั่วเหลือง ในสภาพไร่ในเขตจังหวัดขอนแก่น เพชรบูรณ์ สุโขทัยและอุตรดิตถ์ จำนวน 226 ราย และการทดสอบเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ทาง เทคนิคในการใช้เครื่องเกี่ยวนวดข้าวสำหรับเกี่ยวนวดถั่วเหลือง โดยทำการทดสอบเกี่ยวนวดถั่วเหลืองพันธุ์ สจ.5 ที่บ้านผาน้ำเที่ยง ต.บริบูรณ์ อ.สีชมพู จังหวัดขอนแก่น ผลการศึกษามีดังนี้ 1. เกษตรกรมีแรงงานที่ปฏิบัติงานจริงในการเพาะปลูก ถั่วเหลืองเฉลี่ยเพียงครอบครัวละ 2.9-3.5 คน ซึ่งเป็นปริมาณ ค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับพื้นที่เพาะปลูกของแต่ละครอบครัว เฉลี่ย 23 ไร่ ในการปลูกเกษตรกรนิยมเตรียมดินโดยไถดะ 1 ครั้ง และไถพรวนอีก 1 ครั้ง แล้วปลูกโดยใช้เครื่องปลูก แบบโรยเป็นแถวเป็นส่วนใหญ่ ส่วนพันธุ์ถั่วเหลืองที่ใช้ในการ ปลูกแตกต่างกันไปในแต่ละจังหวัด มีทั้งพันธุ์ที่ทางราชการ ส่งเสริมและพันธุ์พื้นเมือง ซึ่งได้มาจากการซื้อเป็นส่วนใหญ่ และพบว่าใช้ในอัตราที่สูง (10-37 กิโลกรัม/ไร่) สำหรับ การเก็บเกี่ยวพบว่าเก็บเกี่ยวโดยใช้แรงงานคนเกี่ยวทั้งหมด โดยในภาคเหนือเริ่มเก็บเกี่ยวเมื่อถั่วเหลืองอยู่ในสภาพที่สด กว่าภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และจะรีบเกี่ยวให้แล้วเสร็จ ภายใน 2-3 วัน แต่แรงงานในครอบครัวไม่เพียงพอจึงต้อง จ้างแรงงานเพิ่มในแต่ละวันเฉลี่ย 13-22 คน เป็นเวลา 2-3 วัน ในอัตราค่าจ้างที่สูงและหาแรงงานได้ยาก ทั้งต้อง มีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับค่าอาหารและค่ารถยนต์ขนส่งแรงงาน อีกด้วย ภายหลังการเกี่ยวเกษตรกรจะตากถั่วเหลืองให้แห้ง พอเหมาะแก่การนวด แล้วทำการจ้างนวดด้วยเครื่องนวดใน อัตรา 0.40 บาท/กิโลกรัม และมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับแรงงาน ที่ช่วยในการนวดและค่าอาหาร นอกจากนี้พบว่า 3.2 เปอร์เซ็นต์ ของเกษตรกรจังหวัดสุโขทัย มีการนำเครื่องเกี่ยวนวดข้าว มาทำการดัดแปลงใช้สำหรับนวดถั่วเหลือง อันเนื่องจาก ขาดแคลนแรงงาน ส่วนการจำหน่ายส่วนใหญ่จำหน่ายให้กับ พ่อค้า ในการผลิตถั่วเหลืองพบว่ามีปัญหาในทุกขั้นตอนการผลิต โดยปัญหาในขั้นตอนการปลูกและการดูแลรักษาเกิดจากสภาพฝน ที่ไม่ตกตามฤดูกาล และปัจจัยในการผลิตมีราคาแพง ส่วนปัญหา ในการเก็บเกี่ยวและนวดเป็นปัญหาจากการขาดแคลนแรงงาน ซึ่งมีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น โดยพบว่าเฉพาะค่าจ้างแรงงานใน การเกี่ยวไม่รวมค่าแรงในครอบครัว เป็นค่าใช้จ่ายที่สูงกว่า ค่าใช้จ่ายในขั้นตอนการผลิตอื่น จึงควรได้รับการแก้ไขอย่างยิ่ง ซึ่งแนวทางหนึ่งในการแก้ปัญหาคือการนำเครื่องจักรกลเกษตรที่ เหมาะสมมาใช้ โดยเฉพาะเครื่องที่สามารถดำเนินการได้ทั้ง การเกี่ยวและนวดในคราวเดียวกัน นอกจากนี้พบว่าเกษตรกร 90.3 เปอร์เซ็นต์ ของ เกษตรกรในเขตที่ทำการศึกษา มีความสนใจที่จะจ้างเครื่อง เก็บเกี่ยวถั่วเหลือง โดย 92.7 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนเกษตรกร ดังกล่าวมีความต้องการเครื่องเก็บเกี่ยวที่สามารถดำเนินการได้ ทั้งการเกี่ยวและนวดในคราวเดียวกัน แต่มีเงื่อนไขการยอมรับ คือต้องไม่ทำให้เกิดความสูญเสียและความเสียหายกับผลผลิต มากกว่าที่เกษตรกรยอมรับได้ อัตราค่าจ้างต้องไม่แพงกว่า วิธีการปฏิบัติเดิม และวิธีการปฏิบัติต้องไม่ยุ่งยาก 2. ผลการทดสอบเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ทางเทคนิค ในการใช้เครื่องเกี่ยวนวดข้าวสำหรับเกี่ยวนวดถั่วเหลือง จำนวน 5 สภาพแปลงทดสอบที่มีความชื้นถั่วเหลืองอยู่ในช่วง 11.84 ถึง 17.62% wb และมีปริมาณวัชพืชในแปลงอยู่ในช่วง 31,380-396,800 ต้น/ไร่ เมื่อเปรียบเทียบสมรรถนะการ ทำงานกับการนวดถั่วเหลืองด้วยเครื่องนวดของเกษตรกร (ประสิทธิภาพการทำความสะอาด 94.93-99.67 เปอร์เซ็นต์ ประสิทธิภาพการนวดสูงกว่า 99 เปอร์เซ็นต์ เปอร์เซ็นต์เมล็ด แตกหัก 0.00-1.98 เปอร์เซ็นต์ และความสูญเสียเนื่องจาก การคัดแยก 0.02-2.02 เปอร์เซ็นต์) พบว่า เครื่องเกี่ยวนวด ที่ไม่มีการดัดแปลงเมื่อใช้เกี่ยวนวดถั่วเหลือง มีประสิทธิภาพการ นวดอยู่ในระดับเดียวกันคือสูงกว่า 99 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งอยู่ใน เกณฑ์ดี แต่ประสิทธิภาพการทำความสะอาดค่อนข้างต่ำอยู่ใน ช่วง 87.06-95.91 เปอร์เซ็นต์ และมีเปอร์เซ็นต์เมล็ด แตกหักอยู่ในช่วง 1.73-9.62 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งนับว่าค่อนข้างสูง และพบว่ามีความสูญเสียเนื่องจากการเกี่ยวและความสูญเสีย เนื่องจากการคัดแยก คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของผลผลิตเฉลี่ย เท่ากับ 1.31-5.60 และ 0.04-3.26 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ อย่างไรก็ตามเครื่องเกี่ยวนวดข้าวเครื่องนี้มีแนวโน้มความเป็น ไปได้ที่จะนำไปใช้สำหรับการเก็บเกี่ยวถั่วเหลือง โดยต้องมี การปรับปรุงเพื่อลดความสูญเสียเนื่องจากการเกี่ยว ความ สูญเสียเนื่องจากการคัดแยก ปริมาณเมล็ดแตกหัก และเพิ่ม ประสิทธิภาพการทำความสะอาด

บรรณานุกรม :
อนุชิต ฉ่ำสิงห์ . (2539). การศึกษาแนวทางการใช้เครื่องเกี่ยวนวดข้าวสำหรับเกี่ยวนวด ถั่วเหลือง.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
อนุชิต ฉ่ำสิงห์ . 2539. "การศึกษาแนวทางการใช้เครื่องเกี่ยวนวดข้าวสำหรับเกี่ยวนวด ถั่วเหลือง".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
อนุชิต ฉ่ำสิงห์ . "การศึกษาแนวทางการใช้เครื่องเกี่ยวนวดข้าวสำหรับเกี่ยวนวด ถั่วเหลือง."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2539. Print.
อนุชิต ฉ่ำสิงห์ . การศึกษาแนวทางการใช้เครื่องเกี่ยวนวดข้าวสำหรับเกี่ยวนวด ถั่วเหลือง. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2539.