ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ผลของการเสริมเอ็นไซม์ไฟเตสต่อการใช้ประโยชน์ของโภชนะ และสมรรถภาพในการผลิตในลูกสุกรหลังหย่านมและไก่เนื้อ

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ผลของการเสริมเอ็นไซม์ไฟเตสต่อการใช้ประโยชน์ของโภชนะ และสมรรถภาพในการผลิตในลูกสุกรหลังหย่านมและไก่เนื้อ
นักวิจัย : สมชาติ ศิริสื่อสุวรรณ
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2538
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=31460
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษาแบ่งออกเป็น 3 การทดลอง การทดลองที่ 1 ศึกษาผลของ การเสริมเอ็นไซม์ไฟเตสต่ออัตราการเจริญเติบโต ประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์ จากอาหาร และปริมาณการกินได้ในลูกสุกรหลังหย่านม (น้ำหนักตัวเฉลี่ย 6(...)0.5 กิโลกรัม) จำนวน 48 ตัว จัดการทดลองแบบสุ่มสมบูรณ์(CRD) แบ่งลูกสุกรออก 4 กลุ่ม คือ กลุ่ม 1 ได้รับอาหารสูตรควบคุม (ฟอสฟอรัสใช้ ประโยชน์ได้ 0.32% ไม่เสริมเอ็นไซม์) กลุ่ม 2, 3 และ 4 ได้รับอาหารที่มี ระดับฟอสฟอรัสใช้ประโยชน์ได้ 0.19% ร่วมกับการเสริมเอ็นไซม์ 330, 670 และ 1,000 PU/อาหาร 1 กรัม ตามลำดับ ระยะเวลาการทดลอง 33 วัน พบว่าปริมาณการกินได้เฉลี่ยต่อวัน (average daily feed intake) และ อัตราการเจริญเติบโตเฉลี่ยต่อวัน (average daily gain) ไม่มีความแตกต่าง กัน (P>0.05) อัตราการเปลี่ยนอาหารเป็นเนื้อ (feed conversion ratio) ของลูกสุกรกลุ่มควบคุมสูงกว่า (P<0.01) ลูกสุกรกลุ่ม 2, 3 และ 4 ดังนี้ 2.24, 2.22, 2.21 และ 2.13 ตามลำดับ การทดลองที 2 ศึกษาผลของการเสริมเอ็นไซม์ไฟเตสต่อการใช้ประโยชน์ ได้ของโปรตีน พลังงาน แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก และสังกะสี ในลูกสุกรหย่า นม ใช้ลูกสุกรหย่านมน้ำหนักเฉลี่ย 10(...)1.0 กิโลกรัม จำนวน 8 ตัว เป็น เพศผู้ 4 ตัว และเพศเมีย 4 ตัว จัดการทดลองแบบลาตินสแควร์ (4x4 Replicated Latin Squares) 2 ซ้ำทำการทดลองโดยใช้สูตรอาหารเช่นเดียว กับการทดลองที่ 1 ระยะเวลา 4 สัปดาห์ พบว่า การย่อยได้ของโปรตีน (Protein digestibility) (71.33, 72.58, 74.75 และ 75.74 เปอร์เซ็นต์) การ เก็บกักโปรตีนในร่างกาย (Protein retention) (63.27, 64.35, 67.67 และ 69.33 เปอร์เซ็นต์) ค่าพลังงานที่ย่อยได้ (digestible energy) (3.45, 3.53, 3.56 และ 3.55 กิโลแคลอรี่/กรัม) และค่าพลังงานที่ใช้ ประโยชน์ได้ (metabolizable energy) (3.41, 3.44, 3.44 และ 3.45 กิโลแคลอรี่/กรัม) เพิ่มขึ้นตามระดับการเสริมเอ็นไซม์ไฟเตสในอาหาร (P<0.01) ส่วนการย่อยได้ของวัตถุแห้ง (dry matter digestibility) และการย่อย ได้ของเยื่อใยที่ไม่ละลายในกรด (acid detergent fiber digestibility) ไม่มีความแตกต่างกันระหว่างกลุ่มทดลอง (P>0.05) และพบว่ามีการใช้ประโยชน์ ได้ของฟอสฟอรัส และเหล็กเพิ่มสูงขึ้นตามการเพิ่มขึ้นของระดับเอ็นไซม์ คือ การใช้ประโยชน์ได้ของฟอสฟอรัส (Phosphorus availability) ของลูกสุกร กลุ่มที่ 1, 2, 3 และ 4 มีค่า 54.07, 62.92, 65.95, 73.01 เปอร์เซ็นต์ (P<0.01) และการใช้ประโยชน์ได้ของเหล็ก (iron availability) มีค่า 52.84, 61.23, 67.05, 68.79 เปอร์เซ็นต์ (P<0.05) ตามลำดับ ส่วนค่า การใช้ประโยชน์ได้ของสังกะสีนั้น พบว่าเมื่อเสริมที่ระดับ 330 PU/อาหาร 1 กรัม จะให้ค่าสูงสุด(P<0.01) คือ การใช้ประโยชน์ได้ของสังกะสีมีค่าเท่ากับ 25.21, 42.22, 37.27 และ 35.97 เปอร์เซ็นต์เรียงตามกลุ่มที่ 1, 2, 3 และ 4 ตามลำดับ และผลจากการเสริมเอ็นไซม์จะทำให้ฟอสฟอรัสที่ขับถ่าย ทางมูล (Phosphorus excretion) ลดลง 0.4324, 0.7137, 1.1640 กรัม/ตัว/วัน หรือลดลง 17.31, 23.24, 33.28% ในลูกสุกรที่ได้รับการเสริม เอ็นไซม์ 330, 670 และ 1,000 PU/อาหาร 1 กรัมตามลำดับ การทดลองที่ 3 ศึกษาผลของการเสริมเอ็นไซม์ไฟเตสต่อการเจริญเติบโต การสะสมฟอสฟอรัสในกระดูกในไก่เนื้อ จัดการทดลองแบบสุ่มสมบูรณ์(CRD) ใช้ ลูกไก่เนื้ออายุ 3 วัน จำนวน 204 ตัว แบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 ได้รับ อาหารที่มีระดับฟอสฟอรัสใช้ประโยชน์ได้ 60 เปอร์เซ็นต์ของความต้องการ ร่วม กับฟอสฟอรัสที่เสริมจากไดแคลเซียมฟอสเฟต 40 เปอร์เซ็นต์ กลุ่ม 2, 3 และ 4 ได้รับอาหารที่มีฟอสฟอรัสที่ใช้ประโยชน์ได้ 60% และเสริมเอ็นไซม์ไฟเตส 330, 670 และ 1,000 PU/อาหาร 1 กรัม พบว่าอัตราการเจริญเติบโต น้ำหนัก กระดูกแข้ง และเปอร์เซ็นต์เถ้าในกระดูกในกลุ่มเสริมเอ็นไซม์ เพิ่มขึ้นตาม ระดับการเสริมเอ็นไซม์(P<0.01) คือ อัตราการเจริญเติบโตมีค่า 21.84, 26.02 และ 29.02 กรัม/ตัว/วัน น้ำหนักกระดูกแข้งมีค่า 1.06, 1.22 และ 1.24 กรัม/ตัว และเปอร์เซ็นต์เถ้าในกระดูกมีค่า 26.70, 30.27 และ 32.35 เปอร์เซ็นต์ (P<0.01) สำหรับกลุ่มที่เสริมเอ็นไซม์ไฟเตส 330, 670 และ 1,000 PU/กรัมอาหาร ตามลำดับ ค่าสังเกตุข้างต้นในลูกไก่กลุ่มที่เสริม เอ็นไซม์ที่ระดับ 1,000 PU/กรัมอาหาร มีค่าไม่แตกต่างจากกลุ่มควบคุม(ไม่ เสริมเอ็นไซม์) ในขณะที่กลุ่มที่เสริมระดับต่ำ คือ 330 และ 670 PU/กรัมอาหาร ให้ค่าต่ำกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญและพบว่าการเสริมเอ็นไซม์ทุกระดับ ไม่ทำให้เปอร์เซ็นต์ฟอสฟอรัสในเถ้าแตกต่างจากกลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญ (P>0.05) สรุปจากการทดลองพบว่า การเสิรมเอ็นไซม์ไฟเตสในอาหารที่มีฟอสฟอรัส ที่ใช้ประโยชน์ได้ 60% ของระดับที่แนะนำ ทำให้ลูกสุกรหลังหย่านม (น้ำหนัก 5-15 กิโลกรัม) สามารถใช้ประโยชน์จากโปรตีน พลังงาน ฟอสฟอรัส สังกะสี และเหล็ก ในอาหารได้เพิ่มขึ้น รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์จาก อาหาร แต่ไม่มีผลต่อปริมาณอาหารที่กินอัตราการเจริญเติบโต ระดับการเสริม ที่ 1,000 PU/กรัมอาหาร จะทำให้ลูกสุกรหลังหย่านมใช้ประโยชน์จากโภชนะ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์จากอาหารได้ดีที่สุด และมีผลทำให้การ เจริญเติบโตและการสร้างกระดูกในไก่เนื้อมีค่าไม่แตกต่างจากไก่เนื้อที่ได้รับ ฟอสฟอรัสที่ใช้ประโยชน์ได้ตามระดับที่ NRC (1984) แนะนำ การเสริมเอ็นไซม์ มีผลทำให้ต้นทุนค่าอาหารต่อกิโลกรัมของการเพิ่มน้ำหนักตัวสูงกว่าการเสิรม ไดแคลเซียมฟอสเฟต และจากการทดสอบเอ็นไซม์ พบว่าเอ็นไซม์ไฟเตสเมื่อ ผสมลงในอาหารยังคงมีประสิทธิภาพและคงตัวอยู่สูงกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ หลัง จากเก็บไว้นาน 25 วัน

บรรณานุกรม :
สมชาติ ศิริสื่อสุวรรณ . (2538). ผลของการเสริมเอ็นไซม์ไฟเตสต่อการใช้ประโยชน์ของโภชนะ และสมรรถภาพในการผลิตในลูกสุกรหลังหย่านมและไก่เนื้อ.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สมชาติ ศิริสื่อสุวรรณ . 2538. "ผลของการเสริมเอ็นไซม์ไฟเตสต่อการใช้ประโยชน์ของโภชนะ และสมรรถภาพในการผลิตในลูกสุกรหลังหย่านมและไก่เนื้อ".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สมชาติ ศิริสื่อสุวรรณ . "ผลของการเสริมเอ็นไซม์ไฟเตสต่อการใช้ประโยชน์ของโภชนะ และสมรรถภาพในการผลิตในลูกสุกรหลังหย่านมและไก่เนื้อ."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2538. Print.
สมชาติ ศิริสื่อสุวรรณ . ผลของการเสริมเอ็นไซม์ไฟเตสต่อการใช้ประโยชน์ของโภชนะ และสมรรถภาพในการผลิตในลูกสุกรหลังหย่านมและไก่เนื้อ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2538.