ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ผลของการทำกลุ่มช่วยเหลือตนเองต่อการปฏิบัติของมารดา ในการดูแลบุตรวัยแรกเกิด-3 ปี ที่เจ็บป่วยด้วยโรคหัวใจพิการ แต่กำเนิด

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ผลของการทำกลุ่มช่วยเหลือตนเองต่อการปฏิบัติของมารดา ในการดูแลบุตรวัยแรกเกิด-3 ปี ที่เจ็บป่วยด้วยโรคหัวใจพิการ แต่กำเนิด
นักวิจัย : อุทุมพร ดุลยเกษม
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2537
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=31408
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง เพื่อศึกษา ผลของการทำกลุ่มช่วยเหลือตนเองต่อการปฏิบัติของมารดาในการ ดูแลบุตรวัยแรกเกิด - 3 ปี ที่เจ็บป่วยด้วยโรคหัวใจพิการ แต่กำเนิด กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยคือ มารดาของผู้ป่วย เด็กวัยแรกเกิด - 3 ปี ที่เจ็บป่วยด้วยโรคหัวใจพิการแต่ กำเนิด และนำบุตรมารับการรักษาที่คลินิกเด็กโรคหัวใจ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และโรงพยาบาล ศูนย์ขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น จำนวน 60 คน กลุ่มตัวอย่างเลือก ตามเกณฑ์ที่กำหนด แล้วแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ๆ ละ 30 คน ซึ่งได้จากการสุ่มเข้าสู่กลุ่ม (Random assignment) ด้วย การสุ่มอย่างง่าย (Simple random sampling) โดยการจับสลาก เพื่อกำหนดให้เป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมในแต่ละสัปดาห์ กลุ่มทดลองคือกลุ่มที่ได้รับการทำกลุ่มช่วยเหลือตนเอง โดย การใช้โปรแกรมการทำกลุ่มช่วยเหลือตนเองร่วมกับคู่มือกิจ กรรมการปฏิบัติของมารดาในการดูแลบุตรวัยแรกเกิด-3 ปี ที่เจ็บป่วยด้วยโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด ส่วนกลุ่มควบคุมคือ กลุ่มที่ไม่ได้รับการทำกลุ่มช่วยเหลือตนเอง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถาม เกี่ยวกับ ข้อมูลทั่วไปของกลุ่มตัวอย่างและข้อมูลการปฏิบัติของมารดา ในการดูแลบุตรวัยแรกเกิด-3 ปี ที่เจ็บป่วยด้วยโรคหัวใจ พิการแต่กำเนิด ผู้วิจัยเก็บรวบรวมข้อมูลดังนี้ ในกลุ่มทดลอง เริ่ม ต้นโดยเก็บข้อมูลครั้งที่ 1 (Pre-test) ต่อจากนั้นกลุ่ม ตัวอย่างจะเข้ารับการทำกลุ่มช่วยเหลือตนเอง 2 ครั้ง ในเวลาห่างกัน 1 สัปดาห์ หลังจากนั้นอีก 2-3 สัปดาห์ นัดมาเก็บข้อมูลครั้งที่ 2 (Post-test) ส่วนกลุ่มควบคุม เริ่มโดยเก็บข้อมูลครั้งที่ 1 (Pre-test) แล้วนัดมาเก็บ ข้อมูลครั้งที่ 2 (Post-test) ในอีก 4 สัปดาห์ต่อมา สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ การแจกแจง ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตราฐาน พิสัย และการทดสอบที ผลการวิจัยมีดังต่อไปนี้ 1. มารดากลุ่มที่ได้รับการทำกลุ่มช่วยเหลือตนเอง มีค่าคะแนนเฉลี่ยการปฏิบัติในการดูแลบุตรวัยแรกเกิด-3 ปี ที่เจ็บป่วยด้วยโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด ภายหลังเข้าทำ กลุ่มช่วยเหลือตนเอง สูงกว่าก่อนเข้าทำกลุ่มช่วยเหลือตน เอง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 2. มารดากลุ่มที่ไม่ได้รับการทำกลุ่มช่วยเหลือตนเอง มีค่าคะแนนเฉลี่ยการปฏิบัติในการดูแลบุตรวัยแรกเกิด-3 ปี ที่เจ็บป่วยด้วยโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด ไม่แตกต่างกันใน ระยะเวลาห่างกัน 4 สัปดาห์ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ ระดับ 0.05 3. มารดากลุ่มที่ได้รับการทำกลุ่มช่วยเหลือตนเอง มีค่าคะแนนเฉลี่ยการปฏิบัติในการดูแลบุตรวัยแรกเกิด-3 ปี ที่เจ็บป่วยด้วยโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด หลังการทดลองสูง กว่ามารดากลุ่มที่ไม่ได้รับการทำกลุ่มช่วยเหลือตนเอง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01

บรรณานุกรม :
อุทุมพร ดุลยเกษม . (2537). ผลของการทำกลุ่มช่วยเหลือตนเองต่อการปฏิบัติของมารดา ในการดูแลบุตรวัยแรกเกิด-3 ปี ที่เจ็บป่วยด้วยโรคหัวใจพิการ แต่กำเนิด.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
อุทุมพร ดุลยเกษม . 2537. "ผลของการทำกลุ่มช่วยเหลือตนเองต่อการปฏิบัติของมารดา ในการดูแลบุตรวัยแรกเกิด-3 ปี ที่เจ็บป่วยด้วยโรคหัวใจพิการ แต่กำเนิด".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
อุทุมพร ดุลยเกษม . "ผลของการทำกลุ่มช่วยเหลือตนเองต่อการปฏิบัติของมารดา ในการดูแลบุตรวัยแรกเกิด-3 ปี ที่เจ็บป่วยด้วยโรคหัวใจพิการ แต่กำเนิด."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2537. Print.
อุทุมพร ดุลยเกษม . ผลของการทำกลุ่มช่วยเหลือตนเองต่อการปฏิบัติของมารดา ในการดูแลบุตรวัยแรกเกิด-3 ปี ที่เจ็บป่วยด้วยโรคหัวใจพิการ แต่กำเนิด. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2537.