ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาความเป็นไปได้ของการปลูกโสนในสภาพดินไร่ในภาค ตะวันออกเฉลียงเหนือ

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาความเป็นไปได้ของการปลูกโสนในสภาพดินไร่ในภาค ตะวันออกเฉลียงเหนือ
นักวิจัย : นิรันดร์ สุขจันทร์
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2537
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=31240
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษาความเป็นไปได้ของการปลูกโสนในสภาพดินไร่ ได้ทำการทดลองภายในเรือนทดลอง ภาควิชาพืชศาสตร์ คณะเกษตร ศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จำนวน 4 การทดลองก่อนที่จะนำ ไปปลูกเพื่อทดสอบในไร่เกษตรกรบ้านดอนแดง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่นในช่วงฤดูฝน (พฤษภาคม - สิงหาคม 2534) การศึกษาครั้งนี้พยายามที่จะค้นหาปัจจัยที่ควบคุมการเจริญเติบโตของโสน และศึกษากระบวนการย่อยสลายของชิ้นส่วนโสนภายใต้สภาพดินไร่ โสนอัฟริกัน (Sesbania rostrata) และ Aeschynomene afraspera ได้ถูกเลือกมาใช้ในการศึกษาครั้งนี้ เพราะว่ามี ปมทั้งที่ลำต้นและรากที่สามารถจะตรึงไนโตรเจนได้ ข้อมูลจากการทดลองในเรือนทดลองสรุปได้ว่า (1) การใส่ P มีประสิทธิภาพสูงสุดในการช่วยส่งเสริม การเจริญเติบโตของโสน (2) หินฟอสเฟต (PR) สามารถใช้แทนปุ๋ยทรีเปิลซูเปอร์ ฟอสเฟต (TSP) ได้ ถ้าโสนมีปม ถึงแม้ว่า PR จะมีประสิทธิ ภาพต่ำกว่า TSP ก็ตาม (3) PR มีผลทำให้โสนชะงักการเจริญเติบโต โดยเฉพาะ อย่างยิ่งในช่วงแรกที่โสนยังไม่ติดปม (4) ผลด้านชะงักการเจริญเติบโตของ PR จะเด่นชัดใน A. afraspera มากกว่า S. rostrata และยิ่งเด่นมากขึ้นถ้า ใส่ร่วมกับปุ๋ยไนโตรเจน (5) ปมที่รากดูดเหมือนว่าจะช่วยลดผลด้านชะงักการ เจริญเติบโตเนื่องจาก PR ให้เบาบางลงได้ (6) ปุ๋ย N มีประสิทธิภาพเพียงเล็กน้อยในการเจริญ เติบโตของโสน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใส่ร่วมกับ TSP และ (7) ปมบนลำต้นมีส่วนช่วยเป็นอย่างมากในแง่การเป็น ธาตุอาหาร N ของโสน การปลูกโสนในสภาพไร่ เพื่อทดสอบซ้ำผลในแง่ชักนำการ เจริญเติบโตของปุ๋ย PR และ TSP และเพื่อให้ประจักษ์ชัดถึง ความสำคัญของการทนแล้งของ S. rostrata ว่าดีกว่าของ A. afraspera ชิ้นส่วนของโสนได้ถูกใส่ลงไปในดิน แล้วบ่มดินไว้ใน ห้องปฏิบัติการในสภาพไร่ กระบวนการ Ammonification และ Nitrification จะเกิดสม่ำเสมอในดินนี้ปริมาณ N ที่ปลด ปล่อยออกมาจะรวดเร็วในช่วงสัปดาห์แรก แล้วค่อยเพิ่มขึ้น อย่างช้า ๆ ผลการทดลองทำให้ทราบว่า กระบวนการย่อยสลายโสน โดยจุลินทรีย์ดินประกอบด้วยขั้นตอนแรกที่ค่อนข้างเร็ว และ ขั้นตอนที่ 2 ที่ช้า ทั้ง 2 ขั้นตอนของการย่อยสลายนี้สะ ท้อนให้เห็นถึงส่วนประกอบของโสน จากการสังเกตชิ้นส่วนโสน ที่ฝังลงดินสภาพไร่ทำให้ได้ข้อสรุปว่า (1) จุลินทรีย์ที่ทำหน้าที่ย่อยสลายส่วนใหญ่เป็นเชื้อรา และ (2) ในระหว่างการย่อยสลายจะเกิดการเปลี่ยนแปลงจาก เชื้อราที่ย่อยน้ำตาล (sugar fungi) ไปเป็นเชื้อราที่ย่อย ลิกนิน (lignin decomposer) จากพื้นฐานข้อมูลที่ได้จากการทดลอง และข้อมูลงาน วิจัยแหล่งอื่น เทคนิคที่เป็นไปได้และน่าเชื่อถือในการ ปลูกโสนในสภาพไร่ ได้ถูกนำมาอภิปรายในรายงานฉบับนี้

บรรณานุกรม :
นิรันดร์ สุขจันทร์ . (2537). การศึกษาความเป็นไปได้ของการปลูกโสนในสภาพดินไร่ในภาค ตะวันออกเฉลียงเหนือ.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
นิรันดร์ สุขจันทร์ . 2537. "การศึกษาความเป็นไปได้ของการปลูกโสนในสภาพดินไร่ในภาค ตะวันออกเฉลียงเหนือ".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
นิรันดร์ สุขจันทร์ . "การศึกษาความเป็นไปได้ของการปลูกโสนในสภาพดินไร่ในภาค ตะวันออกเฉลียงเหนือ."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2537. Print.
นิรันดร์ สุขจันทร์ . การศึกษาความเป็นไปได้ของการปลูกโสนในสภาพดินไร่ในภาค ตะวันออกเฉลียงเหนือ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2537.