| ชื่อเรื่อง | : | ผลของระดับโปรตีน ระดับกรดลิโนเลอิค และส่วนผสมของไขมัน ชนิดต่าง ๆ ในอาหาร ต่อสมรรถนะการผลิตของไก่เนื้อ |
| นักวิจัย | : | วิทธวัช โมฬี |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2537 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=31237 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาผลของระดับโปรตีน ระดับกรดลิโนเลอิค และส่วนผสมของไมันชนิดต่าง ๆ ในอาหาร ต่อสมรรถนะการผลิตของไก่เนื้อ การศึกษาประกอบด้วย 3 การ ทดลอง การทดลองที่ 1 เป็นการศึกษาผลของระดับโปรตีนและกรด ลิโนเลอิคในอาหาร ต่อสมรรถนะการผลิตของไก่เนื้อที่อายุ 4 และ 6 สัปดาห์ ใช้ไก่เนื้อสายพันธุ์ อาร์เบอร์ เอเคอร์ส จำนวน 84 ตัว จัดแผนการทดลองแบบ 3x4 Factorial in Completely Randomized Design มี 7 ซ้ำ ทำการเลี้ยงไก่ใน กรงเดี่ยว ไก่เนื้อได้รับอาหารที่มีโปรตีนต่างกัน 3ระดับ คือ 18, 20 และ 22% โดยในแต่ละระดับของโปรตีนจะมีกรด ลิโนเลอิค 4 ระดับ คือ 0.75, 1.00, 1.25 และ 1.50% ผลการ ทดลอง พบว่าไก่เนื้อในช่วงอายุ 1 ถึง 4 สัปดาห์ เมื่อได้ รับอาหารที่มีระดับโปรตีนสูงขึ้นจะมีประสิทธิภาพการใช้ อาหารดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญยิ่งทางสถิติ (P<0.01) ส่วน ประสิทธิภาพการใช้โปรตีนจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญยิ่งทางสถิติ (P<0.01) ระดับโปรตีนในอาหารที่สูงขึ้นมีผลทำให้ปริมาณ ไขมันช่องท้องของซากไก่เนื้อที่อายุ 6 สัปดาห์ ลดลงอย่าง มีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.05) ส่วนระดับกรดลิโนเลอิคใน อาหารที่สูงขึ้น มีแนวโน้มที่จะทำให้ประสิทธิภาพการใช้ อาหารและประสิทธิภาพการใช้โปรตีนดีขึ้น ในขณะที่ปริมาณ ไขมันช่องท้องมีแนวโน้มลดลง แต่อย่างไรก็ตามไม่พบความแตก ต่างกันทางสถิติ (P>0.05) จากการทดลองพบว่าอิทธิพลของ ระดับโปรตีนและกรดลิโนเลอิคในอาหาร ต่อสมรรถนะการผลิตของ ไก่เนื้อ ไม่มีปฏิสัมพันธ์ต่อกัน (P>0.05) ในการทดลองที่ 2 ใช้ไก่เนื้อสายพันธุ์ อาร์เบอร์ เอเคอร์ส จำนวน 96 ตัว เลี้ยงไก่เนื้อในกรงเดี่ยว ในช่วง อายุ 10 ถึง 45 วัน จัดแผนการทดลองแบบ 3x4 Factorial in Completely Randomized design มี 8 ซ้ำ ไก่เนื้อได้รับ อาหารที่มีระดับโปรตีนในช่วงอายุ 10 ถึง 24 วัน เท่ากับ ปริมาณที่ใช้ในงานทดลองแรก แล้วทำการลดระดับโปรตีนลง 2% ในช่วงอายุ 24 ถึง 45 วัน คือ 16, 18 และ 20 % ตามลำดับ โดยในแต่ละระดับของโปรตีนจะมีกรดลิโนเลอิคต่างกัน 4 ระดับ คือ 0.75, 1.00, 1.25 และ 1.50% ผลการทดลองพบว่า ไก่เนื้อ ในช่วงอายุ 10 ถึง 24 วัน ได้รับอาหารที่มีระดับโปรตีนสูง ขึ้น จะมีประสิทธิภาพการใช้อาหารดีขึ้น อย่างมีนัยสำคัญ ยิ่งทางสถิติ (P<0.01) ส่วนประสิทธิภาพการใช้โปรตีนของไก่ เนื้อทุกช่วงอายุ จะลดลงอย่างมีนัยสำคัญยิ่งทางสถิติ (P<0.01) ระดับโปรตีนในอาหารที่สูงขึ้นไม่มีผลทำให้ปริมาณ เนื้อ และค่าแรงตัดผ่านเนื้อแตกต่างกันทางสถิติ (P>0.05) แต่มีผลทำให้ปริมาณไขมันช่องท้องลดลงอย่างมีนัยสำคัญยิ่ง ทางสถิติ (P<0.01) ส่วนระดับกรดลิโนเลอิคในอาหารที่เพิ่ม ขึ้นไม่มีผลทำให้อัตราการเพิ่มน้ำหนักตัว และปริมาณอาหาร ที่กินได้ของไก่เนื้อแตกต่างกันทางสถิติ (P>0.05) แต่มีผล ทำให้ประสิทธิภาพการใช้อาหาร แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติ (P<0.05) โดยไก่เนื้อที่ได้รับอาหารที่มีกรด ลิโนเลอิค 1.5 % มีประสิทธิภาพการใช้อาหารดีที่สุด แต่ ไม่แตกต่างจากระดับที่ 1.25 และ 1.00 % ส่วนไก่เนื้อที่ ได้รับอาหารที่มีระดับกรดลิโนเลอิค 1.25 % จะมีปริมาณ ไขมันช่องท้องต่ำที่สุด แต่ไม่พบความแตกต่างกันทางสถิติ (P>0.05) จากการทดลอง พบว่าอิทธิพลของระดับโปรตีนและกรด ลิโนเลอิคในอาหารต่อสมรรถนะการเผลิตของไก่เนื้อ ไม่มี ปฏิสัมพันธ์ต่อกัน (P>0.05) การทดลองที่ 3 ได้ทำการศึกษาสมรรถนะการผลิตของไก่ เนื้อ เมื่อได้าับอาหารที่มีระดับโปรตีน 20% ในช่วงอายุ 0 ถึง 3 สัปดาห์ และลดลงเหลือ 18% ในช่วงอายุ 3 ถึง 6 สัปดาห์ แต่มีส่วนผสมของไขมันต่างกัน 6 สูตร คือ ไขวัว ร่วมกับน้ำมันถั่วเหลืองไขวัวร่วมกับน้ำมันรำข้าว ไขวัว ร่วมกับน้ำมันปาล์ม น้ำมันถั่วเหลืองร่วมกับน้ำมันมะพร้าว ไขวัวร่วมกับไขมันหมู และไขวัวร่วมกับไขมันไก่ ตามลำดับ โดยปรับสูตรอาหารให้มีระดับกรดลิโนเลอิค 1.25% เท่ากัน ทุกกลุ่ม ผลการทดลอง พบว่า อัตราการเพิ่มน้ำหนักตัว ปริมาณอาหารที่กิน ประสิทธิภาพการใช้อาหาร ประสิทธิภาพ การใช้โปรตีน ปริมาณเนื้อไขมันช่องท้อง และค่าแรงตัดผ่าน เนื้อ ของไก่เนื้อ ไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติ (P>0.05) จากผลการทดลองจะเห็นได้ว่า ถึงแม้ระดับโปรตีนใน อาหารที่ระดับ 22-20% จะทำให้ประสิทธิภาพการใช้อาหารของ ไก่เนื้อดีที่สุด และทำให้ปริมาณไขมันช่องท้องต่ำที่สุด แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้ประสิทธิภาพการใช้โปรตีนต่ำที่สุด ด้วย ดังนั้นระดับโปรตีนที่เหมาะสมจึงน่าจะอยู่ที่ระดับ 20-18% ส่วนระดับกรดลิโนเลอิคในอาหารที่สูงขึ้นมีผลทำให้ ประสิทธิภาพการใช้อาหารดีขึ้น แต่ระดับที่ 1.25 และ 1.50% ไม่พบความแตกต่างกันทางสถิติ และไก่เนื้อที่ได้รับอาหาร ที่มีระดับกรดลิโนเลอิค 1.25% มีแนวโน้มที่จะทำให้ปริมาณ ไขมันช่องท้องต่ำที่สุด แม้ว่าจะไม่พบความแตกต่างกันทาง สถิติก็ตาม ดังนั้นระดับกรดลิโนเลอิคที่เหมาะสมในอาหารไก่ เนื้อจึงน่าจะอยู่ที่ระดับ 1.25% และการใช้อาหารที่มี ระดับกรดลิโนเลอิคเท่ากัน แม้ว่าอาหารจะมีส่วนผสมของไขมัน ต่างกัน จะไม่มีผลทำให้สมรรถนะการผลิตของไก่เนื้อแตกต่าง กัน |
| บรรณานุกรม | : |
วิทธวัช โมฬี . (2537). ผลของระดับโปรตีน ระดับกรดลิโนเลอิค และส่วนผสมของไขมัน ชนิดต่าง ๆ ในอาหาร ต่อสมรรถนะการผลิตของไก่เนื้อ.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. วิทธวัช โมฬี . 2537. "ผลของระดับโปรตีน ระดับกรดลิโนเลอิค และส่วนผสมของไขมัน ชนิดต่าง ๆ ในอาหาร ต่อสมรรถนะการผลิตของไก่เนื้อ".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. วิทธวัช โมฬี . "ผลของระดับโปรตีน ระดับกรดลิโนเลอิค และส่วนผสมของไขมัน ชนิดต่าง ๆ ในอาหาร ต่อสมรรถนะการผลิตของไก่เนื้อ."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2537. Print. วิทธวัช โมฬี . ผลของระดับโปรตีน ระดับกรดลิโนเลอิค และส่วนผสมของไขมัน ชนิดต่าง ๆ ในอาหาร ต่อสมรรถนะการผลิตของไก่เนื้อ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2537.
|
