| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษาความหลากหลายทางพันธุกรรมของหญ้าแฝกในประเทศไทยในระดับโมเลกุล |
| นักวิจัย | : | บุษราคัม ป้อมทอง |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2544 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=30773 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | ศึกษาความหลากหลายทางพันธุกรรมและการจัดจำแนกหญ้าแฝกในประเทศไทย 42 กลุ่มพันธุ์ จัดเป็นหญ้าแฝกหอม (~iVetiveria zizanioides~i) 24 กลุ่มพันธุ์ และหญ้าแฝกดอน (~iV. nemoralis~i) 18 กลุ่มพันธุ์ โดยอาศัย 3 วิธีหลัก วิธีที่ 1 คือเทคนิค RAPD (Random Amplified Polymorphic DNA) ด้วยไพรเมอร์ 6 ชนิด คือ OPJ-4 OPS-16 USDA-4 USDA-5 USDA-7 และ USDA-8 พบการสังเคราะห์ดีเอ็นเอขนาด 300-2,400 คู่เบส จำนวน 77 แถบ ซึ่งมี 70 แถบ หรือร้อยละ 90.1 ที่สร้างความแตกต่าง ของกลุ่มพันธุ์ นอกจากนี้ยังพบว่าดีเอ็นเอที่สังเคราะห์จากไพรเมอร์ OPJ-4 ขนาด 650 คู่เบส (OPJ-4(,650)) สามารถใช้เป็นดีเอ็นเอเครื่องหมาย (RAPD marker) สำหรับการตรวจสอบหญ้าแฝกหอม ซึ่งให้ผลการทดลองคงที่ ทำซ้ำได้ และสามารถยืนยันผลได้ ด้วยการไฮบริไดซ์เซชั่นกับตัวตรวจสอบที่โคลนได้ วิธีที่ 2 เทคนิค SCAR (Sequence Characterized Amplified Region) ด้วยไพรเมอร์ SCAR-J-4 ที่ออกแบบจากโคลนของแถบ ดีเอ็นเอ OPJ-4(,650) ของหญ้าแฝกหอม และไพรเมอร์ SCAR-S-16 ที่ออกแบบจากโคลนของ แถบดีเอ็นเอ OPS-16(,550) ของหญ้าแฝกดอน ผลการทดลองพบว่าไพรเมอร์ SCAR-J-4 ใช้เป็น ดีเอ็นเอเครื่องหมายของหญ้าแฝกหอมได้โดยทุกกลุ่มพันธุ์จะมีการสังเคราะห์ดีเอ็นเอ ในลักษณะที่เป็น dominant marker แต่ไพรเมอร์ SCAR-S-16 ให้ผลการทดลองไม่คงที่ แตกต่างจากผลการทดลองที่ได้จากเทคนิค RAPD ถึงแม้ว่าเทคนิค RAPD และ SCAR มีความสะดวก และรวดเร็ว แต่ไม่สามารถตรวจสอบอัลลีล และการกลายของดีเอ็นเอเพียงตำแหน่งเดียวได้ จึงทำการตรวจสอบด้วยเทคนิคที่ 3 SSCP (Sigle-Strand Conformational Polymorphism) ด้วยไพรเมอร์ที่อยู่ในบริเวณอนุรักษ์และครอบคลุมส่วนอินทรอนของยีน stearoyl-acyl carrier protein desaturase (SAD) พบการสังเคราะห์ยีนในส่วนนี้ของหญ้าแฝกดอน 2 ขนาด คือ 737 และ 806 คู่เบส และหญ้าแฝกหอมพบดีเอ็นเอขนาด 561 และ 737 คู่เบส โดยที่องค์ประกอบของดีเอ็นเอขนาด 737 คู่เบส มีความคล้ายคลึงกัน แต่ดีเอ็นเอขนาด 561 คู่เบส และ 806 คู่เบส จะมีความแตกต่างกันเฉพาะในส่วนปลาย 3 และจากการศึกษา ดีเอ็นเอของหญ้าแฝก 42 กลุ่มพันธุ์ ในสภาพสายเดี่ยว พบว่าส่วนใหญ่มีอัลลีลในส่วน ของยีน SAD อยู่ในสภาพโฮโมไซกัส ยกเว้นหญ้าแฝกดอน 5 กลุ่มพันธุ์ ที่มียีนส่วนนี้ ในสภาพเฮทเทอโรไซกัสและพบการกลายของลำดับเบสของยีน และในการนำข้อมูลของแถบดีเอ็นเอ ที่ได้จากเทคนิค RAPD มาคำนวณความสัมพันธ์และสร้าง phylogenetic tree พบว่า ภายในกลุ่มของหญ้าแฝกดอนจะมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันมากกว่าภายในกลุ่มของหญ้าแฝกหอม ซึ่งแยกได้เป็น 2 กลุ่มย่อย ซึ่งรูปแบบของ phylogenetic tree ที่ได้นี้จะแตกต่าง ไปจากเทคนิค SSCP |
| บรรณานุกรม | : |
บุษราคัม ป้อมทอง . (2544). การศึกษาความหลากหลายทางพันธุกรรมของหญ้าแฝกในประเทศไทยในระดับโมเลกุล.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. บุษราคัม ป้อมทอง . 2544. "การศึกษาความหลากหลายทางพันธุกรรมของหญ้าแฝกในประเทศไทยในระดับโมเลกุล".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. บุษราคัม ป้อมทอง . "การศึกษาความหลากหลายทางพันธุกรรมของหญ้าแฝกในประเทศไทยในระดับโมเลกุล."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2544. Print. บุษราคัม ป้อมทอง . การศึกษาความหลากหลายทางพันธุกรรมของหญ้าแฝกในประเทศไทยในระดับโมเลกุล. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2544.
|
