| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษาเปรียบเทียบการไหลของน้ำและตะกอนผ่านฝายแล็บบิรินธ์และฝายสันมน |
| นักวิจัย | : | ปริญญา กมลสินธุ์ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2544 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=29563 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | ปัญหาการตกตะกอนหน้าฝายทดน้ำ ทำให้ระดับน้ำหน้าฝายสูงกว่าที่ออกแบบไว้ในฤดู น้ำหลากและตะกอนบางส่วนไหลเข้าไปตกในคลองส่งน้ำ ส่งผลให้ความสามารถในการส่ง น้ำของคลองลดลง นำมาสู่การศึกษาเกี่ยวกับการระบายน้ำและตะกอน ผ่านฝายที่มีคุณสมบัติ ระบายน้ำได้มากแต่เฮดต่ำ คือ ฝายแล็บบิรินธ์ เทียบกับ ฝายสันมน ซึ่งเป็นฝายที่สร้างส่วน ใหญ่ของโครงการชลประทาน ด้วยการศึกษาทดลองจากแบบจำลองทางกายภาพของฝาย มาตราส่วน 1:10 (แบบจำลอง:ต้นแบบ) แทนต้นแบบที่มีความสูง 3 ขนาด คือ 1.5, 2.0, และ 2.5 เมตร ซึ่งเป็นความสูงส่วนใหญ่ของฝายทดน้ำในโครงการชลประทานขนาดเล็ก โดยต้นแบบ ฝายสันมนสร้างตามมาตรฐานของ Waterways Experiment Station สันฝายยาว 10 เมตร เท่ากับความกว้างทางน้ำ ส่วนฝายแล็บบิรินธ์มี 2 ลักษณะ คือ รูปแปลนสี่เหลี่ยมคางหมูและ สี่เหลี่ยมคางหมูผสมกับสามเหลี่ยม ความยาวสันฝาย 25 เมตร หรือ 2.5 เท่าของความกว้าง ทางน้ำ ความหนาของสันฝาย 0.20 เมตร เท่ากันทุกขนาด ฝายแล็บบิรินธ์ที่ทดลองมีทั้งแบบ ที่หน้าฝายตั้งตรงและมีความลาดเอียง 1:1.5 (แนวดิ่ง:แนวราบ) จากพื้นสู่สันฝาย การทดลองการไหลของน้ำและตะกอนผ่านฝาย ทั้งสภาวะการไหลแบบอิสระและแบบจม รวมเป็นการทดลองทั้งหมด 60 การทดลอง ผลการทดลองพบว่า ฝายแล็บบิรินธ์สามารถระบาย น้ำได้ดีกว่าฝายสันมน ทั้งสภาวะการไหลผ่านฝายแบบอิสระและแบบจม กล่าวคือกรณีการไหล ผ่านฝายแบบอิสระ อัตราการไหลของน้ำผ่านฝายแล็บบิรินธ์ทุกแบบมากกว่าฝายสันมน โดย เฉลี่ย 2 ถึง 3 เท่า เมื่อเฮดรวมของน้ำเหนือสันฝายเท่ากัน ในช่วงเฮดรวมของน้ำเหนือสันฝาย น้อยกว่า 0.4 เท่าของความสูงฝาย ขณะที่ระดับน้ำด้านหน้าฝายแล็บบิรินธ์ลดลงเหลือ 0.8 ถึง 0.9 เท่าของฝายสันมนเมื่ออัตราการไหลผ่านฝายเท่ากัน และกรณีการไหลผ่านฝายแบบจม อัตราการไหลผ่านฝายแล็บบิรินธ์ มากกว่าฝายสันมนประมาณ 1.15 เท่า เมื่อเฮดรวมของน้ำ ด้านเหนือและท้ายน้ำเท่ากัน กรณีการไหลอิสระ ฝายแล็บบิรินธ์ระบายตะกอนได้มากกว่าฝาย สันมนโดยเฉลี่ย 74 เท่า และ 4 เท่า สำหรับฝายที่มีความสูง 1.5 เมตร และ 2.0 กับ 2.5 เมตร ตามลำดับ การไหลของน้ำผ่านฝายแบบจม การระบายตะกอนผ่านฝายแล็บบิรินธ์ยังคงมาก กว่าฝายสันมน ฝายแล็บบิรินธ์ที่หน้าฝายมีความลาดเอียงจากพื้นสู่สันฝาย จะช่วยเพิ่มอัตรา การระบายน้ำและตะกอนได้ดีขึ้น เมื่อเฮดรวมของน้ำเหนือสันฝายสูงกว่า 0.3 เท่าของความสูง ฝาย |
| บรรณานุกรม | : |
ปริญญา กมลสินธุ์ . (2544). การศึกษาเปรียบเทียบการไหลของน้ำและตะกอนผ่านฝายแล็บบิรินธ์และฝายสันมน.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ปริญญา กมลสินธุ์ . 2544. "การศึกษาเปรียบเทียบการไหลของน้ำและตะกอนผ่านฝายแล็บบิรินธ์และฝายสันมน".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ปริญญา กมลสินธุ์ . "การศึกษาเปรียบเทียบการไหลของน้ำและตะกอนผ่านฝายแล็บบิรินธ์และฝายสันมน."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2544. Print. ปริญญา กมลสินธุ์ . การศึกษาเปรียบเทียบการไหลของน้ำและตะกอนผ่านฝายแล็บบิรินธ์และฝายสันมน. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2544.
|
