| ชื่อเรื่อง | : | การวิเคราะห์เชิงเศรษฐกิจของการทำประมงอวนล้อมจับที่เหมาะสมบริเวณอ่าวไทยตอนใน |
| นักวิจัย | : | กุลภา สุพงษ์พันธุ์ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2543 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=29215 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาสภาพทั่วไปของแหล่งทำประมงอวนล้อมจับและ สภาวะทรัพยากรปลาผิวน้ำ ศึกษาต้นทุนและผลตอบแทนของชาวประมงและศึกษาการกำหนดระดับ การลงกำลังประมงที่เหมาะสมของอวนล้อมจับบริเวณอ่าวไทยตอนใน โดยใช้ข้อมูลต้นทุนและผลตอบแทน การทำประมง จากการสำรวจปี 2542 องค์ประกอบของสัตว์น้ำ ปี 2542 และข้อมูลสถิติปริมาณการจับ สัตว์น้ำและการลงกำลังประมง กองเศรษฐกิจการประมง กรมประมง ปี 2515-2540 การวิเคราะห์ต้นทุนและผลตอบแทนการทำประมง ได้แบ่งลักษณะของเครื่องมือออกเป็น 3 แบบ คือ อวนดำขนาด 18 เมตรขึ้นไป มีรายได้เฉลี่ย 12.575 ล้านบาทต่อลำต่อปี คิดต้นทุน ค่าเสื่อมราคา ณ อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 10 จะได้ต้นทุนเฉลี่ยเท่ากับ 12.017 ล้านบาทต่อลำ ต่อปี มีกำไรสุทธิเท่ากับ 0.558 ล้านบาทต่อลำต่อปี หากคิดต้นทุนค่าเสื่อมราคา ณ อัตราดอกเบี้ย ร้อยละ 15 จะได้ต้นทุนเฉลี่ยเท่ากับ 12.254 ล้านบาทต่อลำต่อปี มีกำไรสุทธิเท่ากับ 0.321 ล้านบาท ต่อลำต่อปี อวนดำขนาด 11-18 เมตร มีรายได้เฉลี่ย 2.287 ล้านบาทต่อลำต่อปี คิดต้นทุน ค่าเสื่อมราคา ณ อัตราดอกเบี้ย 10 จะได้ต้นทุนเฉลี่ยเท่ากับ 3.443 ล้านบาทต่อลำต่อปี ขาดทุนสุทธิเท่ากับ 1.155 ล้านบาทต่อลำต่อปี หากคิดต้นทุนค่าเสื่อมราคา ณ อัตราดอกเบี้ย ร้อยละ 15 จะได้ต้นทุนเฉลี่ยเท่ากับ 3.502 ล้านบาทต่อลำต่อปี ขาดทุนสุทธิเท่ากับ 1.214 ล้านบาทต่อลำต่อปี อวนล้อมซั้ง มีรายได้เฉลี่ย 7.430 ล้านบาทต่อลำต่อปี คิดต้นทุนค่าเสื่อม ราคา ณ อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 10 จะได้ต้นทุนเฉลี่ยเท่ากับ 7.422 ล้านบาทต่อลำต่อปี มีกำไร สุทธิเท่ากับ 0.007 ล้านบาทต่อลำต่อปี หากคิดต้นทุนค่าเสื่อมราคา ณ อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 15 จะได้ต้นทุนเฉลี่ย เท่ากับ 7.662 ล้านบาทต่อลำต่อปี ขาดทุนสุทธิเท่ากับ 0.233 ล้านบาท ต่อลำต่อปี ดุลยภาพระดับการลงกำลังประมาณ ณ จุดผลได้ทางเศรษฐกิจสูงสุด โดยคำนึงถึงประโยชน์ สูงสุดที่สังคมจะได้รับจากการทำประมง ได้แก่ ค่าเช่าทรัพยากรรวมกับส่วนเกินของผู้บริโภคที่ ให้ค่ามากที่สุด ดังนั้นหากชาวประมงทำการประมง ณ จุดนี้ ในกรณีที่คิดต้นทุนค่าเสื่อมราคาที่ อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 10 จะต้องลงกำลังประมงเท่ากับ 13,890 วัน จะมีปริมาณการจับสัตว์น้ำ เท่ากับ 37,922 ตัน สังคมจะได้รับประโยชน์สูงสุดคิดเป็นมูลค่าเท่ากับ 905.35 ล้านบาทต่อปี และในกรณีที่คิดต้นทุนค่าเสื่อมราคาที่อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 15 ชาวประมงจะต้องลงกำลังประมง เท่ากับ 13,779 วัน จะมีปริมาณการจับสัตว์น้ำเท่ากับ 57,202 ตัน สังคมจะได้รับประโยชน์ สูงสุดคิดเป็นมูลค่าเท่ากับ 887.06 ล้านบาทต่อปี และในการคำนวณการลดกำลังประมงนั้นควร จะลดจำนวนเรืออวนล้อมจับลงในบริเวณอ่าวไทยตอนในลงจาก 151 ลำ เหลือ 129 ลำ |
| บรรณานุกรม | : |
กุลภา สุพงษ์พันธุ์ . (2543). การวิเคราะห์เชิงเศรษฐกิจของการทำประมงอวนล้อมจับที่เหมาะสมบริเวณอ่าวไทยตอนใน.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. กุลภา สุพงษ์พันธุ์ . 2543. "การวิเคราะห์เชิงเศรษฐกิจของการทำประมงอวนล้อมจับที่เหมาะสมบริเวณอ่าวไทยตอนใน".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. กุลภา สุพงษ์พันธุ์ . "การวิเคราะห์เชิงเศรษฐกิจของการทำประมงอวนล้อมจับที่เหมาะสมบริเวณอ่าวไทยตอนใน."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2543. Print. กุลภา สุพงษ์พันธุ์ . การวิเคราะห์เชิงเศรษฐกิจของการทำประมงอวนล้อมจับที่เหมาะสมบริเวณอ่าวไทยตอนใน. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2543.
|
