ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ผลของการตัดแต่งกิ่งต่อการกระจายของแสงและการคาดคะเนค่า อัตราการสังเคราะห์แสงของทรงพุ่มมะม่วงสองพันธุ์

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ผลของการตัดแต่งกิ่งต่อการกระจายของแสงและการคาดคะเนค่า อัตราการสังเคราะห์แสงของทรงพุ่มมะม่วงสองพันธุ์
นักวิจัย : พัชรียา บุญกอแก้ว
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2541
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=28400
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ผลการศึกษาการกระจายของแสงและการคาดคะเนค่าอัตรา การสังเคราะห์แสงของทรงพุ่มมะม่วงสองพันธุ์ ได้แก่ พันธุ์น้ำดอกไม้ และพันธุ์เขียวเสวย ที่ได้รับการตัดแต่งกิ่งแบบต่างๆ กันใน 4 แบบ คือ (1) ต้นที่ไม่ได้รับการตัดแต่งกิ่ง (2) ต้นที่ตัด แต่งกิ่งและรูดใบให้เหลือ 2 ชุดใบจากปลายกิ่ง (3) ต้นที่ ตัดแต่งกิ่งและรูดใบให้เหลือ 1 ชุดใบจากปลายกิ่ง และ (4) ต้นที่ตัดแต่งกิ่งออกไปประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ พบว่า แสงที่ทรงพุ่มรับไว้ของมะม่วงทั้งสองพันธุ์ก่อนและหลังตัดแต่ง กิ่งนั้นมีค่าใกล้เคียงกัน โดยก่อนตัดแต่งกิ่งมีค่า 92-95 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งต้นที่ไม่ได้รับการตัดแต่งกิ่ง (1) มีค่าค่อนข้างคงที่ตลอด การทดลอง ภายหลังจากตัดแต่งกิ่งทันที ต้นที่ตัดแบบที่ (2) (3) และ (4) นั้น ทรงพุ่มรับแสงลดลงจากเดิมเฉลี่ย 9 18 และ 52 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ หลังจากนั้นทรงพุ่มสามารถ รับแสงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมีการผลิยอดใหม่เกิดขึ้นและยอดใหม่ นั้นเจริญเติบโต จนกระทั่งสิ้นสุดการทดลอง ในสัปดาห์ที่ 24 สำหรับพันธุ์น้ำดอกไม้ และสัปดาห์ที่ 16 สำหรับพันธุ์เขียวเสวย ต้นที่ตัดแบบที่ (2)(3) และ (4) ทรงพุ่มรับแสงเพิ่มขึ้นเป็น 91 93 และ 81 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ ในด้านการรับแสง ของทรงพุ่มหรือการส่องผ่านของแสงเข้าไปในทรงพุ่ม พบว่า มีความสัมพันธ์กับดัชนีพื้นที่ใบ (leaf area index

LAI หรือ drip line LAI) โดยเมื่อ LAI มีค่าน้อย (กรณีของ ต้นที่ถูกตัดแต่งกิ่ง) การรับแสงของทรงพุ่มก็จะมีค่าน้อยด้วย แต่เมื่อ LAI มีค่าเพิ่มขึ้น การรับแสงของทรงพุ่มก็จะมีค่ามาก ขึ้นจนกระทั่งถึงจุดหนึ่งแล้ว ถึงแม้ว่า LAI จะเพิ่มสูงขึ้นต่อไป ทรงพุ่มสามารถรับแสงไว้ได้เพิ่มขึ้นอีกเพียงเล็กน้อย หรือไม่ เพิ่มขึ้นเลย ในส่วนค่า DLLAI นั้น ก่อนตัดแต่งกิ่งของมะม่วง ทั้งสองพันธุ์มีค่าใกล้เคียงกันคือ 5.9-6.1 หลังตัดแต่งกิ่งทันที ต้นที่ตัดแบบที่ (2)(3) และ (4) มี DLLAI เฉลี่ย 2.8 2.4 และ 1.1 ตามลำดับ และเมื่อสิ้นสุดการทดลอง ต้นที่ตัดแบบที่ (2)(3) และ (4) มี DLLAI เฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็น 3.4 4.2 และ 2.4 ส่วนค่าสัมประสิทธิ์การส่องผ่านของแสง (k) มี ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 0.5 และ 0.6 ในมะม่วงพันธุ์น้ำดอกไม้และ พันธุ์เขียวเสวย ตามลำดับ สำหรับการคาดคะเนค่าอัตราการ สังเคราะห์แสงของทรงพุ่มในรอบวัน (P(,d)) ของมะม่วง ทั้งสองพันธุ์นั้น พบว่า มีค่าใกล้เคียงกันมาก แต่ค่า P(,d) สูงสุดของมะม่วงพันธุ์เขียวเสวยมีค่ามากกว่าพันธุ์น้ำดอกไม้ โดยพันธุ์น้ำดอกไม้มีค่า P(,d) สูงสุดเท่ากับ 0.23 molm(-2) d(-1) ที่ DLLAI เท่ากับ 3.1-3.4 และค่า k เฉลี่ย 0.45 ในขณะที่พันธุ์เขียวเสวยมีค่า P(,d) สูงสุดเท่ากับ 0.29 mol m(-2)d(-1) ที่ DLLAI เท่ากับ 2.2-2.7 และค่า k เฉลี่ย 0.60

บรรณานุกรม :
พัชรียา บุญกอแก้ว . (2541). ผลของการตัดแต่งกิ่งต่อการกระจายของแสงและการคาดคะเนค่า อัตราการสังเคราะห์แสงของทรงพุ่มมะม่วงสองพันธุ์.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
พัชรียา บุญกอแก้ว . 2541. "ผลของการตัดแต่งกิ่งต่อการกระจายของแสงและการคาดคะเนค่า อัตราการสังเคราะห์แสงของทรงพุ่มมะม่วงสองพันธุ์".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
พัชรียา บุญกอแก้ว . "ผลของการตัดแต่งกิ่งต่อการกระจายของแสงและการคาดคะเนค่า อัตราการสังเคราะห์แสงของทรงพุ่มมะม่วงสองพันธุ์."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2541. Print.
พัชรียา บุญกอแก้ว . ผลของการตัดแต่งกิ่งต่อการกระจายของแสงและการคาดคะเนค่า อัตราการสังเคราะห์แสงของทรงพุ่มมะม่วงสองพันธุ์. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2541.