| ชื่อเรื่อง | : | การวิเคราะห์คลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อสะโพกและขาควบคู่กับการ เคลื่อนไหว 2 มิติ ในท่าสแนทช์ของนักกีฬายกน้ำหนักเยาวชน |
| นักวิจัย | : | เรณู พรหมเนตร |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2541 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=28319 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาและหาความแตกต่าง ของคลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อสะโพกและกล้ามเนื้อขา ร่วมกับการ เคลื่อนไหว 2 มิติของเขา ระหว่างนักยกน้ำหนักที่มีทักษะ แตกต่างกันและยกน้ำหนัก ด้วยความหนักที่แตกต่างกัน สุ่มนักยก น้ำหนักที่มีทักษะสูง จำนวน 5 คน และนักยกน้ำหนักที่มีทักษะ ต่ำกว่า จำนวน 9 คน จากนักยกน้ำหนักเยาวชนชายทีมชาติไทย และนักยกน้ำหนักเยาวชนชายโรงเรียนกีฬาจังหวัดนครศรีธรรมราช ตามลำดับ ให้ยกน้ำหนักทั้งสองกลุ่ม ยกน้ำหนักในท่าสแนทช์ ด้วย ความหนัก 80 และ 100 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักสูงสุดที่ยกได้เพียง 1 ครั้ง บันทึกภาพการเคลื่อนไหวและคลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อไว้ หลังจากนั้นจึงแบ่งคลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อและภาพการเคลื่อนไหว 2 มิติ ที่บันทึกได้จากการยกน้ำหนักท่าสแนทช์ออกเป็น 4 ช่วง เพื่อวิเคราะห์ความแตกต่างทางสถิติโดยการทดสอบค่า ที และทดสอบความมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ผลการวิจัยพบว่า เมื่อเพิ่มน้ำหนักที่ใช้ยกคลื่นไฟฟ้า กล้ามเนื้อและการเคลื่อนไหว 2 มิติ ในแต่ละช่วงของท่าสแนทช์ มีการเปลี่ยนแปลงดังนี้ ช่วงที่ 1 เริ่มจากท่าเริ่มต้น ถึง สิ้นสุด การดึงบาร์เบลล์ในจังหวะที่หนึ่ง พบว่าคลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อ สะโพกและกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้าของนักยกน้ำหนักทั้งสอง กลุ่มมีค่ามากขึ้น ร่วมกับมีการเพิ่มการเหยียดสะโพกและเข่า ผลที่ได้ในช่วงที่ 2 ซึ่งเริ่มจากสิ้นสุดการดึงบาร์เบลล์ใน จังหวะที่หนึ่ง ถึงสิ้นสุดการดึงบาร์เบลล์ในจังหวะที่สอง เหมือนกับในช่วงที่ 1 นอกจากนี้นักยกน้ำหนักมีการเหยียด สะโพกและเข่าด้วยความเร็วเชิงมุมที่มากขึ้นด้วย ช่วงที่ 3 เริ่มจากสิ้นสุดการดึงบาร์เบลล์ในจังหวะที่สอง ถึงการดึงด้วย แขนและนั่งลงรับบาร์เบลล์ พบว่ากลุ่มนักยกน้ำหนักที่มีทักษะสูง มีคลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้ามากขึ้น รวมทั้งงอสะโพก และเข่าด้วยความเร็วเชิงมุมที่น้อยลง สำหรับนักยกน้ำหนักที่ มีทักษะต่ำกว่า พบว่าคลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อสะโพกมีค่ามากขึ้น งอสะโพกและเข่ามากขึ้น และลดความเร็วเชิงมุมในการงอเข่า ช่วงที่ 4 เป็นท่าสิ้นสุด เริ่มจากสิ้นสุดการนั่งลงรับบาร์เบลล์ จนกระทั่งยืนขึ้น พบว่านักยกน้ำหนักที่มีทักษะสูง มีคลื่นไฟฟ้า กล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้ามากขึ้น และเพิ่มการเหยียดเข่า ส่วนนักยกน้ำหนักที่มีทักษะต่ำกว่า มีการเพิ่มขึ้นของคลื่นไฟฟ้า กล้ามเนื้อสะโพกและกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า รวมทั้งเหยียด สะโพกและเข่ามากขึ้น เมื่อเปรียบเทียบระหว่างนักยกน้ำหนัก ที่มีทักษะสูงกับนักยกน้ำหนักที่มีทักษะต่ำกว่า พบว่านักยกน้ำหนัก ที่มีทักษะสูง มีคลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อสะโพก และเหยียดสะโพก มากกว่านักยกน้ำหนักที่มีทักษะต่ำกว่าอย่างมีนัยสำคัญ ในช่วง ที่ 2 และ 4 ของการยกน้ำหนัก ผลการวิจัยสามารถสรุปได้ดังนี้ คือ เมื่อน้ำหนักที่ใช้ ยกมากขึ้นและมีทักษะมากขึ้น พบว่าคลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อและ การเคลื่อนไหว 2 มิติของขามีการเปลี่ยนแปลงไป ดังนั้นจึง มีความจำเป็นที่จะต้องฝึกยกน้ำหนักด้วยน้ำหนักสูงสุดที่สามารถ ยกได้ เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและทักษะในการ ยกน้ำหนัก |
| บรรณานุกรม | : |
เรณู พรหมเนตร . (2541). การวิเคราะห์คลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อสะโพกและขาควบคู่กับการ เคลื่อนไหว 2 มิติ ในท่าสแนทช์ของนักกีฬายกน้ำหนักเยาวชน.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. เรณู พรหมเนตร . 2541. "การวิเคราะห์คลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อสะโพกและขาควบคู่กับการ เคลื่อนไหว 2 มิติ ในท่าสแนทช์ของนักกีฬายกน้ำหนักเยาวชน".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. เรณู พรหมเนตร . "การวิเคราะห์คลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อสะโพกและขาควบคู่กับการ เคลื่อนไหว 2 มิติ ในท่าสแนทช์ของนักกีฬายกน้ำหนักเยาวชน."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2541. Print. เรณู พรหมเนตร . การวิเคราะห์คลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อสะโพกและขาควบคู่กับการ เคลื่อนไหว 2 มิติ ในท่าสแนทช์ของนักกีฬายกน้ำหนักเยาวชน. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2541.
|
