ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ปัจจัยที่มีต่อการผลิตแอนโธไซยานินในการเพาะเลี้ยงแคลลัส ของกระเจี๊ยบแดง

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ปัจจัยที่มีต่อการผลิตแอนโธไซยานินในการเพาะเลี้ยงแคลลัส ของกระเจี๊ยบแดง
นักวิจัย : ประสิทธิ์ บุญไทย
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2540
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=27654
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การเพาะเลี้ยงแคลลัสของกระเจี๊ยบแดงเพื่อผลิตแอนโธไซ ยานิน โดยนำลำต้นส่วนใต้ใบเลี้ยงมาชักนำให้เกิดแคลลัสบน อาหารสูตร Linsmaier and Skoog (1965) ที่มีสัดส่วนของ 2,4-dichlorophenoxyacetic acid (2,4-D) ต่อ 6-furfuryl amino purine (kinetin) เป็น 1:1 5:1 และ 10:1 จากนั้นนำ แคลลัสที่ได้มาเลี้ยงบนอาหารสูตรเดิมที่เติม 2,4-D ความ เข้มข้น 4 ระดับ คือ 0 1 5 และ 10 ไมโครโมลต่อลิตร ร่วม กับ klnetin 1 ไมโครโมลต่อลิตร ที่อุณหภูมิ 25(+,-)2 องศา เซลเซียส ในสภาพที่ได้รับแสงนาน 16 ชั่วโมงต่อวันพบว่า 2,4-D ความเข้มข้น 1 ไมโครโมลต่อลิตร ส่งเสริมให้เแคลลัส เกิดสีแดงได้สูงสุด 80 เปอร์เซนต์ หลังจากเพาะเลี้ยงนาน 16 สัปดาห์ แคลลัสที่มาจากสูตรชักนำที่มีสัดส่วนของ 2,4-D/ kinetin เป็น 5:1 และ 10:1 มีเปอร์เซนต์การเกิด แอนโธไซยานินไม่แตกต่างกัน แต่ที่สัดส่วนเป็น 5:1 แคลลัส มีสีแดงสดและมีการเจริญเติบโตดีกว่า คัดเลือกเฉพาะแคลลัสที่มีการสังเคราะห์แอนโธไซยานิน คงที่แล้ว นำไปศึกษาระยะเวลาในการเพาะเลี้ยงที่มีผลต่อการ ผลิตแอนโธไซยานิน ที่ระยะเวลา 0 1 2 3 4 และ 5 สัปดาห์ ในสภาพที่ได้รับแสงสีขาวพบว่า ระยะเวลาการเพาะเลี้ยง 4 สัปดาห์ เหมาะสำหรับการเก็บเกี่ยวผลผลิตแอนโธไซยานินมาก ที่สุด ทำให้ผลผลิตรวมแอนโธไซยานินสูงสุด 19.39 มิลลิกรัม ต่อขวดเลี้ยง คัดเลือกแคลลัสสีแดงสดลงเลี้ยงบนอาหารสูตรเดิม นำไป ศึกษาผลของแสงจากหลอดไฟชนิดต่าง ๆ 4 ชนิด คือ หลอดไฟสีขาว สีน้ำเงิน สีแดง โกร-ลักซ์ และในสภาพมืด เป็นเวลา 4 สัป- ดาห์ พบว่าสภาพที่ได้รับแสงส่งเสริมการสังเคราะห์แอนโธไซ ยานิน ในขณะที่สภาพมืดยับยั้งการสังเคราะห์แอนโธไซยานิน แสงจากหลอดโกรลักซ์ส่งเสริมทั้งการเติบโตของแคลลัสและการ สังเคราะห์แอนโธไซยานินมากที่สุด ทำให้ผลผลิตรวมแอนโธไซ ยานินสูงสุด 41.52 มิลลิกรัมต่อขวดเลี้ยง เมื่อคัดเลือกแคลลัสสีแดงสดลงเลี้ยงบนอาหารสูตรเดิม ที่มี pH 5 ระดับ 4.7 5.2 5.7 6.2 และ 6.7 ในสภาพที่ได้ แสงจากหลอดโกร-ลักซ์ และในสภาพมืด เป็นเวลา 4 สัปดาห์ ทำ ให้การเติบโตของแคลลัสและปริมาณแอนโธไซยานินเพิ่มขึ้นสูง สุด จึงทำให้ผผลผลิตรวมสูงสุด 41.59 มิลลิกรัมต่อขวด เลี้ยง นำแคลลัสสีแดงไปทดสอบผลของความเข้มข้นของน้ำตาล ซูโครสต่อผลผลิตแอนโธไซยานิน 5 ระดับคือ 1 3 5 7 และ 9 เปอร์เซ็นต์ในสภาพที่ได้รับแสงจากหลอดโกร-ลักซ์และ pH ของ อาหารเป็น 6.2 พบว่าน้ำตาลซูโครส 3 เปอร์เซ็นต์ส่งเสริม การเติบโตของแคลลัสมากที่สุด ส่วนน้ำตาลซูโครส 5 เปอร์ เซ็นต์ ส่งเสริมการสังเคราะห์แอนโธไซยานินมากที่สุด ทำให้ ผลผลิตรวมสูงสุด 35.76 มิลลิกรัมต่อขวดเลี้ยง ส่วนที่ระ ดับน้ำตาลซูโครส 7 และ 9 % จะยับยั้งทั้งการเจริญเติบโต ของแคลลัสและการสังเคราะห์แอนโธไซยานิน

บรรณานุกรม :
ประสิทธิ์ บุญไทย . (2540). ปัจจัยที่มีต่อการผลิตแอนโธไซยานินในการเพาะเลี้ยงแคลลัส ของกระเจี๊ยบแดง.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ประสิทธิ์ บุญไทย . 2540. "ปัจจัยที่มีต่อการผลิตแอนโธไซยานินในการเพาะเลี้ยงแคลลัส ของกระเจี๊ยบแดง".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ประสิทธิ์ บุญไทย . "ปัจจัยที่มีต่อการผลิตแอนโธไซยานินในการเพาะเลี้ยงแคลลัส ของกระเจี๊ยบแดง."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2540. Print.
ประสิทธิ์ บุญไทย . ปัจจัยที่มีต่อการผลิตแอนโธไซยานินในการเพาะเลี้ยงแคลลัส ของกระเจี๊ยบแดง. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2540.