ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การใช้ไลเพสตรึงรูปเร่งปฏิกิริยาอินเทอร์เอสเทอริฟิเคชันของน้ำมันพืช

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การใช้ไลเพสตรึงรูปเร่งปฏิกิริยาอินเทอร์เอสเทอริฟิเคชันของน้ำมันพืช
นักวิจัย : สุกีวรรณ เดชโยธิน
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2538
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=26591
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ศึกษาวิธีตรึงรูปไลเพสจากเชื้อ Candida cylindracea บนสาร พยุงไฮโฟลซูเพอร์เชล 4 วิธีคือ การดูดซับแบบกวนผสม การตกตะกอน ด้วยอะซีโทนเย็น การตรึงโดยเติมเฮกเชนในสารตัวกลางและการดูดซับแล้ว เชื่อมไขว้ ไลเพสที่ตรึงรูปแล้วนำไปทำแห้งภายใต้สภาพสูญญากาศตรวจสอบ เพื่อได้วิธีตรึงรูปที่ให้กิจกรรมอินเทอร์เอสเทอริฟิเคชันสูง และมีความคงทน เมื่อใช้ซ้ำเพื่อนำไปเร่งปฏิกิริยาอินเทอร์เอสเทอริฟิเคชันของน้ำมันพืชคือ น้ำมันรำข้าวผสมกับน้ำมันปาล์มหรือปาล์มเคอเนลที่ผ่านการไฮโดรจิเนชัน เปรียบเทียบกับการใช้น้ำมันรำข้าวผสมไขวัว โดยมีไทรโอลีโออิลกลีเชอรอล ผสมกรดสเทียริกในเฮกเชนอิ่มตัวเป็นสารตั้งต้นจำลอง ผลการทดลองแสดงว่า ไลเพสตรึงรูปเร่งปฏิกิริยาอินเทอร์สเทอริฟินเคชันดีกว่าไลเพสอิสระ ยกเว้นวิธี ดูดซับแล้วเชื่อมไขว้ที่ทำให้ไลเพสสูญเสียกิจกรรมเกือบทั้งหมด ไลเพสตรึงรูป ด้วยการกวนผสมมีความคงทนเมื่อใช้ซ้ำสูงที่สุด รองลงมาคือการตกตะกอน ด้วยอะซีโทนเย็นและการใช้เฮกเชนเป็นสารตัวกลาง ตามลำดับ ในการศึกษา สภาวะที่เหมาะสมในการเร่งปฏิกิริยาอินเทอร์เอสเทอริฟิเคชันจึงใช้วิธีดูดซับ แบบกวนผสมในการตรึงรูปไลเพส การตรึงโดยใช้เอนไซม์:บัฟเฟอร์:สารพยุง เท่ากับ 100:1:470 มก. : ลบ. ซม. : มก. และการใช้ปริมาณร้อยละ 10 โดยน้ำหนักของสารตั้งต้นจำลอง ดำเนินกิจกรรม 24 ชม. ในเฮกเชนที่อิ่มตัวด้วย 0.1% ฟอสเฟตบัฟเฟอร์ ควบคุมที่อุณหภูมิ 37 องศาเซลเซียส ความเร็ว การเขย่า 200 รอบต่อนาที ให้กิจกรรมสูงที่สุด เอนไซม์ตรึงรูปมีค่าครึ่งชีวิตเมื่อใช้ ซ้ำในภาวะดังกล่าว 20 วัน ไขมันและน้ำมันผสมเมื่อผ่านสภาวะข้างต้น มีค่าปริมาณไขมันแข็งและ slip point ลดลงต่ำ ยกเว้นน้ำมันรำข้าวผสมไขวัว มีค่าปริมาณไขมันแข็งสูงขึ้นและน้ำมันรำข้าวผสมน้ำมันปาล์มเคอเนลที่ผ่านการ ไฮโครจิเนชันมี slip Point สูงขึ้น น้ำมันรำข้าวผสมน้ำมันปาล์มที่ผ่านการ ไฮโดรจิเนชัน อัตราส่วน 6:4 อาจมีความเหมาะสมต่อการใช้ทำเนยขาวอัตราส่วน 3:7 อาจใช้ทำเนยเทียมชนิด Puff Pastry น้ำมันรำข้าวผสมปาล์มเคอเนลที่ผ่าน การไฮโดรจิเนชันอัตราส่วน 3:7 อาจใช้ทำเนยขาวอเนกประสงค์ที่มีคุณสมบัติ ในการตีครีมที่ดีในขณะที่อัตราส่วน 6:4 และ 5:5 รวมทั้งน้ำมันรำข้าวผสมไขวัว ทุกอัตราส่วนอาจมีความเหมาะสมต่อการใช้ทำเนยเทียมทาขนมปัง

บรรณานุกรม :
สุกีวรรณ เดชโยธิน . (2538). การใช้ไลเพสตรึงรูปเร่งปฏิกิริยาอินเทอร์เอสเทอริฟิเคชันของน้ำมันพืช.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สุกีวรรณ เดชโยธิน . 2538. "การใช้ไลเพสตรึงรูปเร่งปฏิกิริยาอินเทอร์เอสเทอริฟิเคชันของน้ำมันพืช".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สุกีวรรณ เดชโยธิน . "การใช้ไลเพสตรึงรูปเร่งปฏิกิริยาอินเทอร์เอสเทอริฟิเคชันของน้ำมันพืช."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2538. Print.
สุกีวรรณ เดชโยธิน . การใช้ไลเพสตรึงรูปเร่งปฏิกิริยาอินเทอร์เอสเทอริฟิเคชันของน้ำมันพืช. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2538.