| ชื่อเรื่อง | : | แนวทางการพัฒนาตลาดเครื่องแกงชนิดผง:กรณีศึกษา บริษัท ม.ศิริสไปซ์โปรดักต์ จำกัด |
| นักวิจัย | : | กิตติ และมัด |
| คำค้น | : | ตลาดเครื่องแกงชนิดผง , การพัฒนาตลาด -- การศึกษาเฉพาะกรณี , การศึกษาเฉพาะกรณี , การตลาด |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2541 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1122541000065 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | ภาคนิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ที่จะศึกษาภาวะการณ์ของตลาดเครื่องแกงกะหรี่ผงซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์หลักของบริษัท ม.ศิริสไปซ์โปรดักต์จำกัด ทั้งในด้านลักษณะของเครื่องแกงกะหรี่ ที่ผู้บริโภคนิยมการแข่งขันและส่วนแบ่งการตลาดของเครื่องแกงที่มีอยู่ในปัจจุบันตลอดจนโอกาสการนำสินค้าตราใหม่เข้าสู่ตลาดทั้งนี้เพื่อประโยชน์ในการกำหนดแนวทางการพัฒนาและช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของ บจก. มศิริฯการศึกษาครั้งนี้นอกจากศึกษาจากเอกสารที่เกี่ยวข้องและข้อมูลของบจก. ม.ศิริฯ แล้วยังใช้แบบสอบถามผู้บริโภคและผู้ขายเครื่องแกงกะหรี่ผงในซุปเปอร์มาเก็ตและตลาดนอกซุปเปอร์มาเก็ตในเขตกรุงเทพฯ ผลการศึกษาสรุปได้ดังต่อไปนี้ ภาวะการณ์แข่งขันของตลาดเครื่องแกงกะหรี่ผงในปัจจุบันแบ่งออกเป็น 2 ตลาด คือ(1) ตลาดในซุปเปอร์มาเก็ต มีการแข่งขันกัน 4 ตราหลักผลิตภัณฑ์ที่นำเข้ามาจากอังกฤษใช้ตราปืนไขว้ เป็นที่นิยมมากที่สุดมีส่วนแบ่งทางการตลาดประมาณร้อยละ 40 เนื่องจากมีขายมานานกว่า 25 ปี รองลงมาคือตราโลโบ มีความนิยมเพราะหาซื้อง่ายและราคาถูก (2) ตลาดนอกซุปเปอร์มาเก็ตส่วนใหญ่ไม่มีตราสินค้าและมักขายในปริมาณที่ลูกค้าต้องการมีการแข่งขันกัน 4 รายโดยผลิตภัณฑ์ของร้านสุวรรณเครื่องเทศมีส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดประมาณร้อยละ 660 รองลงมาคือ ผลิตภัณฑ์ของ บจก.ม.ศิริฯมีส่วนแบ่งประมาณร้อยละ 40 ความนิยมของผู้บริโภคที่ซื้อสินค้าในซุปเปอร์มาเก็ตและตลาดนอกซุปเปอร์มาเก็ตมีความแตกต่างกันในเรื่องกลิ่น/รสและราคาตลอดจนชนิดและขนาดของบรรจุภัณฑ์ซึ่งแตกต่างกันตามขนาดรายได้ของผู้บริโภค และวัตถุประสงค์ในการใช้เครื่องแกงฉะนั้นการวางแผนการพัฒนาผลิตภัณฑ์จะต้องคำนึงและจัดทำให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย แต่ละกลุ่มซึ่งผลการสำรวจแสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคและผู้ขายพอใจขนาดและชนิดของบรรจุภัณฑ์ที่มีแต่ควรเพิ่มขนาดบรรจุภัณฑ์ให้มีมากชนิดขึ้นโดยผู้บริโภคที่ซื้อสินค้าในซุปเปอร์มาเก็ตต้องการให้เพิ่มชนิดบรรจุขวดขนาด 200 กรัม และผู้ขายในตลาดนอกซุปเปอร์ฯ เห็นว่าควรเพิ่มการบรรจุถุง/ซอง ขนาด 1 กิโลกรัมเพราะมีผู้นิยมซื้อขนาดนี้มากการขยายช่องทางจัดจำหน่ายของ บจก. ม.ศิริฯจึงควรขยายตลาดร้านค้าในตลาดนอกซุปเปอร์มาเก็ตตไปยังซุปเปอร์มาเก็ตโดยต้องศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับความคุมทุนในการนำสินค้าไปจำหน่ายในซุปเปอร์ฯ ซึ่งผู้บริโภคนิยมใช้ เข่นJUSCO และ LOTUS เป็นต้น และการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายไปยังตลาดต่างประเทศซึ่งเป็นสิ่งที่ บจก.ม.ศิริฯ มีโอกาสจะทำได้เนื่องจากปัจจุบันมีบริษัทผลิตอาหารส่งอาหารสั่งซื้อเครื่องแกงกะหรี่ผงของ บจก.ศิริฯ ไปประกอบอาหารเพื่อส่งออกอยู่แล้วทั้งนี้ บจก.ม.ศิริฯ จะต้องติดตามความต้องการของบริษัทดังกล่าวอย่างใกล้ชิดเพื่อผลิตสินค้าให้มีคุณภาพตรงตามความต้องการและจัดให้มีการทำสัญญาซื้อระยะยาว ภายใต้ผลประโยชน์ร่วมกันเช่น เพิ่มปริมาณในการสั่งซื้อและระยะเวลาในการส่งมอบที่แน่นอนซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อบริษัท ม.ศิริฯ ในการวางแผนการขยายการผลิตด้วย |
| บรรณานุกรม | : |
กิตติ และมัด . (2541). แนวทางการพัฒนาตลาดเครื่องแกงชนิดผง:กรณีศึกษา บริษัท ม.ศิริสไปซ์โปรดักต์ จำกัด.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. กิตติ และมัด . 2541. "แนวทางการพัฒนาตลาดเครื่องแกงชนิดผง:กรณีศึกษา บริษัท ม.ศิริสไปซ์โปรดักต์ จำกัด".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. กิตติ และมัด . "แนวทางการพัฒนาตลาดเครื่องแกงชนิดผง:กรณีศึกษา บริษัท ม.ศิริสไปซ์โปรดักต์ จำกัด."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2541. Print. กิตติ และมัด . แนวทางการพัฒนาตลาดเครื่องแกงชนิดผง:กรณีศึกษา บริษัท ม.ศิริสไปซ์โปรดักต์ จำกัด. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2541.
|
