| ชื่อเรื่อง | : | ปัจจัยที่กำหนดความล้มเหลวทางธุรกิจ กรณีศึกษา : บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทย |
| นักวิจัย | : | ไพรินทร์ นาคจั่น |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2543 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=24513 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจัดได้ว่าเป็นตลาดการเงินที่สำคัญที่สุดในประเทศไทย เพราะเป็นแหล่งระดมเงินทุน โดยทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการระดมเงินออมหรือเงินทุนจาก ภาคครัวเรือนและหน่วยธุรกิจในรูปแบบต่างๆ และนำเงินทุนนั้นไปให้กู้ยืมแก่ผู้ขาดแคลน เงินทุน ดังนั้นตลาดหลักทรัพย์จึงเป็นแหล่งรวบรวมเงินทุนและจัดสรรสู่ภาคเศรษฐกิจต่างๆ ส่งผลให้เกิดการลงทุน รวมทั้งการขยายตัวของภาคเศรษฐกิจในภาพรวมด้วย ในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจของประเทศรุ่งเรือง ก็ส่งผลต่อตลาดหลักทรัพย์ทำให้ผู้ลงทุน และบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้รับผลกำไรจากการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ และในทางตรงข้าม ถ้าช่วงปีใดเศรษฐกิจของประเทศมีการชะลอตัวลง ก็ส่งผลกระทบต่อ ตลาดหลักทรัพย์เช่นเดียวกัน ซึ่งทำให้ผู้ลงทุนและบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่ ไม่สามารถปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ได้ทัน จนกิจการหลายแห่งต้องปิด ตัวลงได้รับความเสียหาย แต่ถ้าผู้ลงทุนหรือบริษัทใดมีวิธีการป้องกัน และลงทุนอย่างมี เหตุผลและมีหลักเกณฑ์ก็จะได้รับผลกระทบนั้นน้อยหรือไม่ก็สามารถปรับกลยุทธ์ของตน ได้ทัน ความไม่แน่นอนในการดำเนินธุรกิจดังกล่าวส่งผลให้ผู้ถือหุ้น หรือนักลงทุนมีความไม่ แน่ใจในการลงทุนในหลักทรัพย์ที่ตนลงทุนอยู่ เพราะว่าผลการดำเนินงานของบริษัทใด ประสบความล้มเหลวก็จะถูกเพิกถอนหลักทรัพย์ออกจากตลาดหลักทรัพย์ จากปัญหาดังกล่าว ผู้ศึกษาจึงทำการศึกษาว่าปัจจัยใดบ้างที่จะเป็นตัวชี้นำ หรือ เป็นปัจจัยที่ใช้พยากรณ์ความล้มเหลวทางธุรกิจ โดยใช้เทคนิคการวิเคราะห์ทางสถิติ แบบจำแนกประเภทมาสร้างแบบจำลองพยากรณ์ความล้มเหลวทางธุรกิจ โดยใช้อัตรา ส่วนของการเงินโดยแบ่งอัตราส่วนออกเป็น 25 อัตราส่วนที่เกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์ สภาพคล่องทางการเงิน,การวิเคราะห์ประสิทธิภาพในการใช้สินทรัพย์,การวิเคราะห์ ความสามารถในการทำกำไร,การวิเคราะห์ความสามารถในการชำระหนี้ และวิเคราะห์ งบกระแสเงินสด ที่คำนวณจากงบการเงินในช่วงปี 2539 ของแต่ละบริษัทที่จดทะเบียน ในตลาดหลักทรัพย์จำนวน 351 บริษัท ในการศึกษาได้แบ่งกลุ่มบริษัทตัวอย่างออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 คือกลุ่มบริษัทที่ มิได้ถูกเพิกถอนหลักทรัพย์โดยตลาดหลักทรัพย์ในช่วงปี 2540 ซึ่งถือว่าเป็นบริษัทที่มี ความมั่นคงทางการเงิน มีทั้งหมด 332 บริษัท ส่วนกลุ่มที่ 2 คือกลุ่มบริษัทที่ถูกเพิกถอน หลักทรัพย์โดยตลาดหลักทรัพย์ในช่วงปี 2540 ซึ่งถือว่าเป็นบริษัทที่ไม่มีความมั่นคงทาง การเงิน มีทั้งหมด 19 บริษัท ผลการศึกษาพบว่าอัตราส่วนทางการเงินที่มีความสามารถในการแยกกลุ่มบริษัท ตัวอย่างที่มีความมั่นคงทางการเงิน และกลุ่มบริษัทตัวอย่างที่ไม่มีความมั่นคงทางการ เงินออกจากกันได้อย่างมีนัยสำคัญ ประกอบด้วย 4 อัตราส่วน โดยเรียงลำดับอัตราส่วน ที่ถูกคัดเลือกเข้าสมการเป็นอันดับแรกได้แก่ อัตราส่วนกำไรสะสมต่อสินทรัพย์รวม กำไร สุทธิ ขาดทุนสะสม อัตราผลตอบแทนจากส่วนของผู้ถือหุ้น เมื่อนำอัตราส่วนทางการเงินทั้ง 4 อัตราส่วนดังกล่าวมาสร้างเป็นสมการจำแนก ประเภท ความสามารถในการพยากรณ์มีความแม่นยำในการพยากรณ์ร้อยละ 96.3 ซึ่งถือว่ามีความแม่นยำในการพยากรณ์สูง โดยมี Type I Error ร้อยละ 63.2 Type II Error ร้อยละ 0.30 ส่วนค่าจุดวิกฤตในการกำหนดความมั่นคงทางการเงินเท่ากับ -2.02 ซึ่งหมายความว่าถ้าบริษัทใดมีค่าดัชนีวัดความมั่นคงน้อยกว่า -2.02 แสดงว่าบริษัทนั้น ไม่มีความมั่นคงทางการเงินหรือมีโอกาสในการถูกเพิกถอนจากตลาดหลักทรัพย์ในอัตรา สูง ส่วนบริษัทใดมีค่าดัชนีวัดความมั่นคงมากกว่า -2.02 แสดงว่าบริษัทนั้นมีความมั่นคง ทางการเงิน |
| บรรณานุกรม | : |
ไพรินทร์ นาคจั่น . (2543). ปัจจัยที่กำหนดความล้มเหลวทางธุรกิจ กรณีศึกษา : บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทย.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ไพรินทร์ นาคจั่น . 2543. "ปัจจัยที่กำหนดความล้มเหลวทางธุรกิจ กรณีศึกษา : บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทย".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ไพรินทร์ นาคจั่น . "ปัจจัยที่กำหนดความล้มเหลวทางธุรกิจ กรณีศึกษา : บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทย."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2543. Print. ไพรินทร์ นาคจั่น . ปัจจัยที่กำหนดความล้มเหลวทางธุรกิจ กรณีศึกษา : บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2543.
|
