| ชื่อเรื่อง | : | บทบาทของศาลชั้นต้นในการค้นหาความจริง |
| นักวิจัย | : | สมชาย วิมลสุข |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2548 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1092548000120 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การพัฒนาระบบการดำเนินคดีอาญาในนานาอารยะประเทศจะเริ่มพัฒนาจาก "ระบบไต่สวน"(Inquisitionial System) ก่อนมาเป็นระบบกล่าวหา (Accusatorial System) ถึงแม้ว่าประเทศต่าง ๆจะหันมาใช้การดำเนินคดีในระบบกล่าวหาก็ตาม แต่ระบบการค้นหาความจริงในคดีอาญาหรือระบบการสืบพยานในคดี บทบาทของศาลชั้นต้นในการค้นหาความจริงในคดีอาญาจะแตกต่างกันไปแล้วแต่ระบบกฎหมาย กล่าวคือ ในระบบกฎหมายคอมมอนลอว์ (Common Law) แต่เดิมการดำเนินคดีอาญาเป็นไปตามระบบการฟ้องคดีอาญาโดยประชาชน ดังนั้นการค้นหาความจริงในคดีอาญาดำเนินไปในระบบต่อสู้ระหว่างคู่ความ โดยศาลจะต้องมีหน้าที่รักษาความเป็นกลางอย่างเคร่งครัด คอยควบคุมกฎเกณฑ์การต่อสู้มิให้คู่ความดำเนินคดีเอาเปรียบซึ่งกันและกัน ทำนองเดียวกันกับคดีแพ่ง โดยไม่เข้าไปแทรกแซงการสืบพยาน ศาลจึงมีบทบาทที่ต้องวางเฉย (Passive) ส่วนในระบบประมวลกฎหมาย(Civil Law) การดำเนินคดีอาญาเป็นไปตามระบบการตรวจสอบข้อเท็จจริง การฟ้องคดีอาญาโดยรัฐ(State prosecution) การดำเนินการค้นหาความจริงในศาลจึงดำเนินไปในรูปแบบการค้นหาความจริงโดยศาล ศาลจึงมีบทบาทที่กระตือรือร้นในการค้นหาความจริง (Active) จากการศึกษาวิธีพิจารณาความอาญาพบว่า ประเทศไทยก็เช่นเดียวกับนานาอารยะประเทศ ที่ใช้ระบบการดำเนินคดีอาญาเป็นระบบกล่าวหา ส่วนในการค้นหาความจริงนั้น ประเทศไทยเป็นประเทศที่ใช้ระบบประมวลกฎหมาย (Civil Law) การค้นหาความจริงจึงเป็นระบบตรวจสอบข้อเท็จจริง ที่การฟ้องร้องคดีต่อศาลเป็นไปตามระบบการฟ้องคดีอาญาโดยรัฐที่องค์กรของรัฐทุกองค์กร ทำหน้าที่ค้นหาความจริงให้ได้ความจริง โดยความร่วมมือค้นของทุกฝ่ายโดยเฉพาะศาล เพราะศาลอยู่ในฐานะเป็นผู้ตรวจสอบ จะเห็นได้จากบทบัญญัติในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาให้อำนาจศาลในการค้นหาความจริง เช่น ศาล การสืบพยานเพิ่มเติม (มาตรา 228) การเดินเผชิญสืบ (มาตรา 230) ศาลมีอำนาจเรียกสำนวนการสอบสวนจากพนักงานอัยการมาเพื่อประกอบการวินิจฉัยภายหลักจากที่โจทก์สืบพยานเสร็จ (มาตรา 175) การสั่งงดสืบพยานของศาลระหว่างพิจารณาคดี ถ้าศาลเห็นว่าไม่จำเป็นต้องสืบพยานหรือทำการอะไรอีก (มาตรา 174 วรรคสี่) การจัดหาทนายให้จำเลย (มาตรา 173) การที่ศาลมีอำนาจถามโจทก์ จำเลยหรือพยานคนใดก็ได้ระหว่างการพิจารณา (มาตรา 235) การสืบพยานเด็กศาลเป็นผู้ถามพยานด้วยตัวศาลเอง (มาตรา 172 ตรี(1)) อำนาจศาลในการไต่สวนการตาย (มาตรา 150 วรรคเก้า) เป็นต้น บทบัญญัติเหล่านี้เป็นบทบัญญัติที่กล่าวถึงบทบาทของศาลในการค้นหาความจริงในคดีอย่างกระตือรือร้น ศาลต้องมีบทบาทอย่างมากในการตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่ในทางปฏิบัติแล้วศาลมักวางเฉยโดยปล่อยให้เป็นหน้าที่โจทก์และจำเลยเป็นฝ่ายเสนอพยานหลักฐาน ส่วนศาลก็จะทำหน้าที่รับฟังข้อเท็จจริงจาก การนำเสนอของทั้งสองฝ่าย เพื่อชั่งน้ำหนักในการรับฟังพยานหลักฐานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาเท่านั้น จึงส่งผลให้เกิดปัญหาที่สำคัญในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา คือ ปัญหาปริมาณคดีที่เข้ามาสู่ระบบศาลจำนวนมากทำให้เกิดความล่าช้าในการดำเนินคดี ตลอดจนปัญหาเรื่องการสืบพยาน ที่ศาลมิได้เป็นผู้สืบพยานเอง การได้มาซึ่งความจริงจึงมิได้มีความใกล้เคียงกับสิ่งที่เกิดขึ้นเนื่องจากศาลมิได้มีบทบาทในการตรวจจับพิรุจ (ตามหลักจิตวิทยาพยาน) อันส่งผลต่อการอำนวยความยุติธรรมในคดี วิทยานิพนธ์นี้จึงได้ศึกษา ระบบการดำเนินคดีอาญาของศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาในชั้นพิจารณา ตลอดจนหลักการดำเนินคดีอาญาของศาลไทย เพื่อพิจารณาบทบาทในการค้นหาความจริงที่ถูกต้อง โดยวิเคราะห์เปรียบเทียบระหว่างการดำเนินคดีอาญาทั่วไปตามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา กับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการดำเนินคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาเยอรมนี ซึ่งมีบทบัญญัติที่ให้อำนาจบทบาทของศาลเป็นลักษณะเป็นการดำเนินคดีอาญาโดยรัฐอย่างแท้จริง โดยศาลมีบทบาทที่สำคัญคือ 1 ศาลมีความกระตือรือร้นในการค้นหาความจริง 2 ศาลมีความเป็นกลางที่เป็นภาวะวิสัย 3 ศาลมีหน้าที่ตรวจสอบพยานหลักฐานและข้อเท็จจริง จากการศึกษาพบว่าทั้งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการดำเนินคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาเยอรมนี ต่างมีบทบัญญัติและวิธีดำเนินการที่มีลักษณะเป็นการดำเนินคดีที่เป็นระบบการดำเนินคดีอาญาโดยรัฐอย่างแท้จริง และศาลเป็นผู้มีบทบาทในการในการค้นหาความจริงครบทั้ง 3 ประการหากได้นำมาเป็นแนวทางประยุกต์และปรับใช้กับการดำเนินคดีอาญาทั่วไปตามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ก็จะทำให้บทบาทของศาลในการค้นหาความจริงมีประสิทธิภาพและอำนวยความยุติธรรมได้ดียิ่งขั้นและส่งผลให้ปัญหาที่เกิดขั้นในกระบวนการยุติธรรมทางอาญาลดน้อยลง |
| บรรณานุกรม | : |
สมชาย วิมลสุข . (2548). บทบาทของศาลชั้นต้นในการค้นหาความจริง.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สมชาย วิมลสุข . 2548. "บทบาทของศาลชั้นต้นในการค้นหาความจริง".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สมชาย วิมลสุข . "บทบาทของศาลชั้นต้นในการค้นหาความจริง."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2548. Print. สมชาย วิมลสุข . บทบาทของศาลชั้นต้นในการค้นหาความจริง. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2548.
|
