| ชื่อเรื่อง | : | ปัญหาการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่เป็นชื่อทางภูมิศาสตร์ |
| นักวิจัย | : | เพชรลดา เชาวน์โอภาส |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2548 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1092548000114 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | กรณีเครื่องหมายการค้าที่สามารถจดทะเบียนได้ต้องไม่มีลักษณะ เป็นคำหรือข้อความอันไม่ได้เล็งถึงลักษณะหรือคุณสมบัติของสินค้าโดยตรง และไม่เป็นชื่อทางภูมิศาสตร์ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดตามมาตรา 7 วรรค (2) แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2)พ.ศ. 2543 ชื่อทางภูมิศาสตร์ที่รัฐมนตรีกำหนดจะอยู่ในประกาศกระทรวงพาณิชย์ฉบับลงวันที่20 กันยายน พ.ศ. 2547 ซึ่งได้วางหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่เป็นชื่อทางภูมิศาสตร์ไว้ โดยที่ชื่อทางภูมิศาสตร์ที่สามารถจดทะเบียนเป็นเครื่องหมายการค้าได้นั้นจะต้องไม่เป็น ชื่อประเทศ ชื่อแคว้น ชื่อรัฐ ชื่อเมืองหลวง ชื่อเมืองท่า จังหวัดฯลฯ และต้องไม่เป็นชื่อทางภูมิศาสตร์ที่ประชาชนโดยทั่วไปรู้จักกันแพร่หลาย ซึ่งในการตรวจสอบเงื่อนไขดังกล่าวนั้นนาย ทะเบียนเครื่องหมายการค้า มักจะใช้อักขรานุกรมภูมิศาสตร์ ในการอ้างอิง และหากพบว่าคำทางภูมิศาสตร์ใดที่ปรากฎใน อักขรานุกรมภูมิศาสตร์ ก็มักถือว่า เป็นชื่อทางภูมิศาสตร์ที่ประชาชนโดยทั่วไปรู้จักกันแพร่หลายโดยไม่ถือตามความเป็นจริง และในบางกรณี นายทะเบียนเครื่องหมายการค้าวินิจฉัยว่าชื่อทางภูมิศาสตร์ที่นำมายื่นนั้น ไม่สามารถจดทะเบียนเป็นเครื่องหมายการค้าได้เนื่องจาก ชื่อดังกล่าวนั้น ทำให้สาธารณชนสับสนในแหล่งกำเนิดของสินค้าตามมาตรา 8 (13)แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2543 ประกอบกับประกาศกระทรวงพาณิชย์ ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2543) หรือในบางครั้งชื่อทางภูมิศาสตร์เป็น ชื่อและชื่อย่อของรัฐต่างประเทศ ตามมาตรา 8 (6) แทนที่จะใช้มาตรา 7 วรรค (2) นายทะเบียนเครื่องหมายการค้าวินิจฉัยว่ามีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 8 (6) เครื่องหมายดังกล่าวนั้นก็จะไม่มีลักษณะที่จะจดทะเบียนได้ซึ่งเป็นการต้องห้ามโดยเด็ดขาด จะเห็นได้ว่าการปรับใช้มาตรา 7 วรรคสอง (2) และมาตรา 8 จะมีผลในทางกฎหมายแตกต่างกัน การวินิจฉัยของนายทะเบียนเครื่องหมายการค้าจึงยังขาดหลักเกณฑ์แน่นอนนอกจากนี้เครื่องหมายการค้าที่เป็นชื่อทางภูมิศาสตร์กับสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ พ.ศ. 2546 ยังมีอาจมีปัญหาคาบเกี่ยวหรือแย้งกัน วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ ศึกษากรณีเครื่องหมายการค้าที่เป็นชื่อทางภูมิศาสตร์ตามปัญหาที่กล่าวมาข้างต้นโดยเทียบเคียงกับหลักกฎหมายของประเทศอังกฤษ ประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศญี่ปุ่นมาเปรียบเทียบกับกฎหมายไทย และจากการศึกษาพบว่า กฎหมายอังกฤษ กฎหมายอเมริกา และกฎหมายญี่ปุ่นมีหลักเกณฑ์ที่คล้ายคลึงกัน ในการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่เป็นชื่อทางภูมิศาสตร์ กล่าวคือเครื่องหมายการค้าที่เป็นชื่อทางภูมิศาสตร์สามารถจดทะเบียนเป็นเครื่องหมายการค้า เว้นแต่เครื่องหมายที่เป็นชื่อทางภูมิศาสตร์นั้นมีความหมายหลักเป็นชื่อทางภูมิศาสตร์และเล็งถึงลักษณะทางภูมิศาสตร์ที่อาจทำให้ประชาชนหลงผิดในแหล่งกำเนิด ผู้เขียนจึงได้มีการเสนอแนะให้นำหลักเกณฑ์การพิจารณาชื่อทางภูมิศาสตร์ดังกล่าวมาเป็นแนวทางในการพิจารณาปรับปรุงเครื่องหมายการค้าของไทย ในส่วนที่เกี่ยวกับเครื่องหมายการค้าที่เป็นชื่อทางภูมิศาสตร์ |
| บรรณานุกรม | : |
เพชรลดา เชาวน์โอภาส . (2548). ปัญหาการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่เป็นชื่อทางภูมิศาสตร์.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. เพชรลดา เชาวน์โอภาส . 2548. "ปัญหาการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่เป็นชื่อทางภูมิศาสตร์".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. เพชรลดา เชาวน์โอภาส . "ปัญหาการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่เป็นชื่อทางภูมิศาสตร์."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2548. Print. เพชรลดา เชาวน์โอภาส . ปัญหาการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่เป็นชื่อทางภูมิศาสตร์. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2548.
|
